ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1411 เล่ห์เหลีย่มทางวาจา
ตอนที่ 1411 เล่ห์เหลีย่มทางวาจา
………………..
อย่างที่เย่เชียนพูดถ้าพวกนักรบพราหมณ์รู้ว่ารูฮาห์ถูกเขาจับตัวมาพวกเขาจะไม่เพียงแค่นั่งเฉยๆอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เย่เชียนกังวลมากที่สุดไม่ใช่การที่พวกเขาเคลื่อนไหวแต่กังวลว่าพวกเขาจะไม่เคลื่อนไหวนั่นเองเพราะสำหรับองค์กรลึกลับอย่างนักรบพราหมณ์แล้วพวกเขาจะไม่มีวันเปิดเผยสู่สาธารณะ
แน่นอนว่ามันไม่สำคัญหรอกว่าคนของนักรบพราหมณ์จะรู้หรือไม่รู้ว่ารูฮาห์ฮาถูกเขาจับตัวมาเพราะเย่เชียนต้องการถามบางสิ่งเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์จากรูฮาห์อยู่ดี ดังนั้นไม่ว่านักรบพราหมณ์จะมีการตอบสนองยังไงเย่เชียนก็ไม่สนใจ
ทั้งสี่คนออกจากห้องคุมขังและมีคนเตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งเมื่อภรรยาทั้งสามของดีห์ราห์เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัยก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าพวกเธอมีความสุขมากแค่ไหนและพวกเขาก็โผเข้ากอดกัน ในประเทศอินเดียผู้หญิงต้องพึ่งพาผู้ชายมากกว่าจริงๆและพวกเธอก็เป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งของผู้ชาย
ดีห์ราห์กอดพวกเธอเล็กน้อยจากนั้นก็พูดว่า “รีบไปเตรียมอาหารเย็นเถอะมันเย็นมากแล้วและบอสก็ยังหิวแล้วด้วย” จากนั้นภรรยาทั้งสามของเขาก็ตอบและรีบเข้าไปในครัว เย่เชียนหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ดีห์ราห์ชีวิตของนายช่างน่าอิจฉาจริงๆ..ภรรยาทั้งสามของนายเชื่อฟังนายมาก..มันไม่ธรรมดาเลย”
“บอสอย่าล้อผมเล่นสิครับ” ดีห์ราห์พูด “จริงๆแล้วผู้หญิงยังต้องมีความคิดเป็นของตัวเองเพื่อที่จะเป็นผู้หญิงมากกว่านี้และถ้าเอาแต่พึ่งพาผู้ชายในทุกๆเรื่องนั่นคงจะน่าเบื่อแย่เลย”
“ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “นี่คือความปรารถนาและเมื่อนายมีสิ่งนี้นายก็จะคิดถึงอื่นแต่เมื่อนายมีสิ่งนั้นแล้วนายก็อาจจะคิดกับตัวเองว่าแบบไหนมันดีกว่ากัน”
ดีห์ราห์ตกตะลึงเล็กน้อยและดูเหมือนจะเข้าใจว่าเย่เชียนหมายถึงอะไรและพยักหน้าราวกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่าง อันที่จริงบางครั้งความปรารถนาก็เรียบง่ายจนไม่อาจมองว่ามันคือความปรารถนา
อาหารเย็นพร้อมในไม่ช้าและท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลงแล้วไฟในคฤหาสน์ก็เปิดขึ้นสะท้อนแสงยามค่ำคืนซึ่งสวยงามมาก ทุกคนพูดคุยกันขณะรับประทานอาหารและภรรยาทั้ง 3 คนของดีห์ราห์ก็ไม่ได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันเพราะบางครั้งผู้ชายก็พูดคุยกันถึงสิ่งต่างๆบ้างและไม่สะดวกนักที่จะให้ผู้หญิงเข้าร่วม ยิ่งไปกว่านั้นเท่าที่ดีห์ราห์กังวลเพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงของเขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่เพราะมันอันตรายดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้พวกเธอกังวล
ไวน์ อาหาร ในขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินอยู่นั้นหนึ่งในลูกน้องของดีห์ราห์ก็เดินเข้ามาชำเลืองมองเย่เชียนและคนอื่นๆแต่ลังเลที่จะพูด “แค่พูดในสิ่งที่นายต้องพูด..บอสเขาไม่ใช่คนนอก” ดีห์ราห์พูด
“คุณศิห์ดีหูอยู่ที่นี่” ผู้ใต้บังคับบัญชาพูด
ดีห์ราห์ตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “งั้นก็รีบเชิญเขาเข้ามาเร็วเข้า” ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบแล้วหันหลังและเดินออกไป ดีห์ราห์ก็หันมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “เขาคือศิห์ดีหูจากองค์กรศิห์ชาห์คนที่ผมเล่าให้ฟัง..ผมนัดกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนแต่ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง”
“อาจจะมีบางอย่างผิดปกติ” เย่เชียนพูด
ในขณะที่พูดชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนของดีห์ราห์และดีห์ราห์ก็โบกมือส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกไป จากนั้นลุกขึ้นพร้อมยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปข้างหน้าและพูดว่า “ทำไมคุณศิห์ดีหูไม่บอกผมก่อนที่จะมาล่ะครับ..คุณกินข้าวมาหรือยัง..ถ้ายังก็มากินด้วยกันสิครับ”
“เราทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้” ศิห์ดีหูพูด “คราวที่แล้วคุณบอกว่ามีคนต้องการพบผมและผมก็อาจจะต้องไปทำธุระในอีกไม่กี่วันนี้เพราะงั้นคืนนี้ผมมีเวลาว่างก็เลยแวะมาน่ะครับ?”
จากนั้นสายตาของเขาก็กวาดไปที่เย่เชียน,เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉิน จากนั้นเย่เชียนก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปพร้อมกับยื่นมือออกแล้วพูดว่า “สวัสดีคุณศิห์ดีหูผมได้ยินดีห์ราห์พูดถึงคุณบ่อยมาก..ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนดีห์ราห์ตลอดหลายปีที่ผ่านมานะครับ..ผมชื่อเย่เชียนยินดีที่ได้รู้จัก”
ศิห์ดีหูเอื้อมมือไปจับมือกับเย่เชียนและพูดว่า “คุณเย่ไม่ต้องสุภาพเกินไปหรอกครับผมเองก็เหมือนจะเคยได้ยินชื่อของคุณที่ไหนสักที่จริงๆแต่ผมก็จำไม่ได้สักที..ผมรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นมาก” ขณะที่เขาพูดเขาก็หันไปมองดีห์ราห์
“เขาคือพี่ชายของผม!” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมคือราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า”
ศิห์ดีหูตกตะลึงเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยท่าทางที่ตระหนักได้ในทันที “โอ้..ไม่แปลกใจเลยที่ผมคิดว่าชื่อของคุณเย่นั้นคุ้นหูมาก..ปรากฎว่าคุณเป็นผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่มีชื่อเสียงนี่เอง..ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“คุณศิห์ดีหูนั่งลงก่อนก็ได้ครับ!” เย่เชียนพูด
ศิห์ดีหูผงกศีรษะเล็กน้อยและเดินไปที่ที่นั่งของเขาและนั่งลง ดีห์ราห์เอื้อมมือไปหาลูกน้องคนหนึ่งของเขาและพูดว่า “ไปเตรียมชามและตะเกียบคู่หนึ่งมาแล้วบอกครัวให้ทำอาหารเพิ่ม”
“ไม่เป็นไรผมกินมาแล้วเพราะงั้นไม่จำเป็นต้องทำเพิ่มหรอก” ศิห์ดีหูพูด “ดีห์ราห์เราเป็นเพื่อนกันเพราะงั้นอย่าสุภาพไปเลยไม่งั้นฉันก็ทำตัวไม่ถูกเอาน่ะสิ” หลังจากหยุดไปชั่วขณะศิห์ดีหูก็พูดต่อ “ฉันได้ยินมาว่ากองทัพจับตัวนายไปงั้นเหรอ..เดิมทีฉันกำลังรอดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นและมีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้บ้าง..แต่ตอนนี้นายสบายดีและกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว”
“มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น” ดีห์ราห์พูด “ฉันมีความขัดแย้งกับซูเออห์ลูกชายของนายพลฟรอซต์ดังนั้นซูเออห์จึงพากองทัพมาจับตัวฉันไป..แต่คุณเย่ได้ช่วยฉันแก้ปัญหาแล้ว..ฉันได้รับบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆไม่มีอะไรร้ายแรง”
เห็นได้ชัดว่าศิห์ดีหูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า “นั่นสิ..คุณเย่สมควรแล้วที่เป็นถึงผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะแม้แต่ผู้พิพากษาเลือดเหล็กที่มีชื่อเสียงยังต้องยอมคุณเย่เลย”
“ทุกอย่างไม่สามารถพิสูจน์ได้เพราะเรื่องนี้ซูเออห์เป็นคนผิดเพราะนายพลฟรอซต์เองก็ไม่สบอารมณ์ที่ลูกของเขาไประดมกองทัพโดยไม่ได้รับอนุญาตและมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆเลยเพราะงั้นนายพลฟรอซต์ก็คงกลัวที่จะแบกรับภาระและปัญหาที่จะตามมา” เย่เชียนพูด “เท่าที่ผมรู้นายพลฟรอซต์นั้นมีสถานะเป็นกลางและพวกนักรบพราหมณ์ก็ต้องการที่จะให้เขาร่วมมือด้วยดังนั้นเขาจึงกลัวว่าพวกนักรบพราหมณ์จะส่งผมไปต่อรองกับเขาน่ะ”
“คุณเย่ก็อ่อนน้อมถ่อมตนเกินไปนะครับ” ศิห์ดีหูพูด “แต่ไม่ว่ายังไงความสามารถของคุณเย่ในการโน้มน้าวใจผู้พิพากษาเลือดเหล็กคนนี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะชื่นชมแล้ว..พูดตามตรงนะว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาองค์กรศิชาห์และนักรบพราหมณ์ต่างก็ต้องการร่วมมือกับนายพลฟรอซต์แต่ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก..ในบรรดาเขตทหารหลักของประเทศอินเดียนั้นระหว่างนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิห์ชาเราแบ่งออกฝ่ายล่ะเท่าๆกันดังนั้นใครก็ตามที่ได้นายพลฟรอซต์ร่วมด้วยนั้นก็จะได้เปรียบและนอกจากนี้คนของนายพลฟรอซต์ก็มีอยู่ทั่วประเทศเพราะงั้นถ้าเขาเข้าร่วมความแข็งแกร่งของฝ่ายนั้นก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก” หลังจากหยุดไปชั่วขณะ ศิห์ดีหูก็พูดต่อ “คุณเย่ดูเหมือนจะรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆของประเทศอินเดียของเราเป็นอย่างดีเลยนะครับ..ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนักรบพราหมณ์เพราะแม้แต่คนในประเทศเองก็แทบจะไม่รู้แต่ดูเหมือนว่าคุณเย่จะรู้อย่างชัดเจน..คุณเย่คงเตรียมตัวมาอย่างดีสินะครับ”
“ผมก็แค่เคยได้ยินเรื่องนี้มานิดหน่อยน่ะ” เย่เชียนพูด “ผมเคยเผชิญหน้ากับพวกนักรบพราหมณ์ครั้งหนึ่งในประเทศจีน ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้จริงๆหรอกว่ามันมีองค์กรแบบนี้อยู่”
ศิห์ดีหูขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แล้วทำไมคุณเย่ถึงมาประเทศอินเดียล่ะครับ..มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกนักรบพราหมณ์หรือเปล่า?..หากมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือจากผมคุณเย่ก็บอกผมมาได้เลยนะครับผมจะช่วยจัดการให้เป็นอย่างดี”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ” เย่เชียนพูด “พูดตามตรงว่าผมมีปัญหากับพวกนักรบพราหมณ์อยู่เพราะตอนที่ผมอยู่ที่ประเทศจีนเรามีปัญหากันนิดหน่อยแต่จริงๆแล้วผมก็อยากจะคุยกับพวกนักรบพราหมณ์ก่อน”
“นั่นมันไม่ง่ายเลย” ศิห์ดีหูพูด “พวกนักรบพราหมณ์มักจะลึกลับและหยิ่งผยองเพราะงั้นถ้าคุณอยากจะหาเหตุผลกับพวกนั้นผมเกรงว่ามันคงจะไม่เหมาะน่ะครับ”
“นั่นล่ะที่เป็นปัญหาเพราะงั้นผมก็เลยขอให้ดีห์ราห์ไปรบกวนคุณน่ะครับ” เย่เชียนพูด “คุณมีสถานะและอิทธิพลในประเทศอินเดียเพราะงั้นถ้าได้คุณช่วยมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมล่ะครับ”
“คุณเย่ชมผมมากเกินไปแล้วอันที่จริงผมเป็นแค่ผู้ประสานงานขององค์กรศิห์ชาห์และยังเป็นศัตรูกับนักรบพราหมณ์ด้วยเพราะงั้นต่อให้ผมจะประสานงานให้แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะยอมคุยด้วย” ศิห์ดีหูพูด
หลังจากหยุดไปชั่วขณะศิห์ดีหูก็พูดต่อ “ถ้าคุณเย่เชื่อในตัวของผมล่ะก็เพียงแค่ฟังสิ่งที่ผมจะพูดก่อน..ผมคิดว่าพวกนักรบพราหมณ์มันไม่มีเหตุผลที่จะคุยกับคุณเย่หรอกครับเพราะถ้าคุณเย่ทำอะไรกับสมาชิกในองค์กรมันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกนั้นจะให้ความยุติธรรมแก่คุณได้..ที่ผมพูดแบบนี้มันค่อนข้างรุนแรงไปหน่อยแต่หวังว่าคุณเย่จะไม่โกรธเคืองนะครับ”
“ไม่โกรธหรอกครับเพราะคุณศิห์ดีหูพูดได้จริงใจมากซึ่งหมายความว่าคุณปฏิบัติต่อผมในฐานะเพื่อน..ไม่งั้นคุณคงจะไม่พูดสิ่งเหล่านี้กับฉันหรอกใช่ไหมครับ” เย่เชียนพูด “ดูเหมือนว่าการเดินทางของผมจะสูญเปล่าเพราะนักรบพราหมณ์มีอำนาจมากในประเทศอินเดียและผมก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
“คุณเย่ถ่อมตัวเกินไปแล้วนะครับ..ใครจะไม่รู้บ้างว่าทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของคุณเย่คือราชาแห่งโลกแห่งทหารรับจ้างและแม้แต่พวกระดับสูงจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปก็ยังบอกว่าถ้าทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าคือมัจจุราชกันทั้งนั้น..ซึ่งนี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัว” ศิห์ดีหูพูด “ถ้าคุณเย่เคลื่อนไหวจริงๆผมคิดว่าถึงแม้พวกนักรบพราหมณ์จะมีอำนาจและอิทธิพลมากก็ตามแต่มันก็ต้องหวั่นเกรงกันบ้างแหละครับ”
.
.