ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1412 การปรากฏตัวที่น่าประหลาดใจ
ตอนที่ 1412 การปรากฏตัวที่น่าประหลาดใจ
………………..
ทั้งสองคนกำลังเข้าสู่ขั้นตอนแรกในการร่วมมือกัน ซึ่งมีคนเพียงไม่กี่คนที่ไม่รู้ว่าเย่เชียนคือใครและพวกเขาก็ชัดเจนมากเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับศัตรูของเย่เชียน ซึ่งใครจะเชื่อว่าเย่เชียนจะมาที่นี่เพียงเพื่อขอความยุติธรรม? อย่างน้อยๆศิห์ดีหูก็ไม่เชื่อ
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเย่เชียนไม่ได้อธิบายจึงเป็นเรื่องยากสำหรับศิห์ดีหูที่จะถามและก่อนที่จะค้นพบจุดประสงค์ของเย่เชียน ศิห์ดีหูก็ไม่กล้าที่จะพูดอย่างไม่เลือกปฏิบัติเช่นเดียวกับเย่เชียนถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวว่าองค์กรศิห์ชาห์เป็นศัตรูกับนักรบพราหมณ์แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไปถึงระดับไหนก็ไม่มีใครรู้ได้หรือเป้าหมายขององค์กรศิห์ชาห์คืออะไรกันแน่ ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่สามารถพูดคำเหล่านี้ได้อย่างลวกๆในตอนนี้
“คุณศิห์ดีหูพูดเกินจริงไปหน่อยนะครับเพราะถึงแม้ว่าทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของผมจะมีชื่อเสียงในโลกนี้แต่มังกรเจ้าถิ่นก็มักจะแข็งแกร่งกว่างูเสมอ..ดังนั้นพวกนักรบพราหมณ์ที่ฝังรากลึกที่นี่ด้วยความแข็งแกร่งของผมเพียงอย่างเดียวมันก็เป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้กับพวกเขาที่นี่” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้ผมก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์ทั้งข้อมูลสมาชิกว่ามีกี่คนและที่ตั้งสำนักงานใหญ่..ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของพวกเขาเลย..ดังนั้นในกรณีนี้ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ผมจึงไม่มีทางสู้พวกเขาได้เลย”
“สิ่งที่คุณเย่พูดก็สมเหตุสมผลนะครับ” ศิห์ดีหูพูด “แต่ถ้าคุณเย่ต้องการข้อมูลอะไรองค์กรศิห์ชาห์ของผมก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือแก่คุณเย่นะครับ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอขอบคุณล่วงหน้าเลย..แต่เท่าที่ผมรู้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรศิห์ชาห์และนักรบพราหมณ์นั้นไม่ได้ดีและตอนนี้นักรบพราหมณ์ส่วนมากก็เป็นผู้กุมอำนาจในประเทศอินเดียและมันก็แย่มากสำหรับองค์ศิห์ชาห์เพราะงั้นองค์กรศิห์ชาห์ไม่เคยคิดที่จะจัดการกับพวกนักรบพราหมณ์เลยเหรอครับ?”
“ทุกองค์กรก็มีปัญหาเป็นของตัวเองเสมอแหละครับ” ศิห์ดีหูพูด “พูดตามตรงองค์กรศิห์ชาห์ของผมไม่ได้อ่อนแอไปกว่านักรบพราหมณ์หรอกครับในแง่ของความแข็งแกร่งแต่ผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์ของผมไม่ได้มาดูแลจัดการสิ่งต่างๆในหลายปีที่ผ่านมา..เพราะงั้นทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็กๆในองค์กรจึงถูกจัดการโดยผู้อาวุโสเพียงไม่กี่คนเท่านั้นซึ่งทำให้ความแข็งแกร่งขององค์กรศิห์ชาห์ของเราอ่อนแอลงในระดับหนึ่งเลยล่ะครับ”
“ผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์ไม่อยู่?” เย่เชียน ถามด้วยความประหลาดใจ “แล้วเขาไปไหน?”
ศิห์ดีหูยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ผมจะไม่ขอพูดเรื่องนั้นก็แล้วกันนะครับ..ครั้งนี้ผมมาที่นี่เพื่อมาดูว่าดีห์ราห์ปลอดภัยหรือเปล่าน่ะครับและผมก็รู้สึกโล่งใจ..แต่เรื่องที่คุณเย่ถามเอาเป็นว่าผมจะไปหารือกับผู้อาวุโสและดูว่าเราจะนัดพบกันได้หรือไม่ก็แล้วกันครับ”
“ผมต้องรบกวนคุณศิห์ดีหูด้วยครับ” เย่เชียนพูด เนื่องจากศิห์ดีหูไม่ต้องการพูดถึงเรื่องของผู้นำองค์กรศิห์ชาห์มันจึงไม่สะดวกสำหรับเย่เชียนที่จะถามต่อ ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะยังรู้สึกงงงวยเล็กน้อยอยู่ในใจในระดับหนึ่งแต่มันส่งผลกระทบต่อความสามัคคีและประสิทธิภาพขององค์กรมาก
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณเย่แล้วเจอกันใหม่วันหลัง” ศิห์ดีหูยืนขึ้นและพูด จากนั้นเขาก็เหลือบมองที่ดีห์ราห์อีกครั้งและพูดว่า “ดีห์ราห์นายก็ควรเตรียมตัวให้ดีเพราะเราจะร่วมกันต่อสู้เพื่อโครงการสะพานของรัฐบาลเพื่อนายอย่างแน่นอน..ถึงแม้ว่ามันจะเป็นผลเสียต่อรูฮาห์และไปกระตุ้นพวกนักรบพราหมณ์ก็ตามแต่เราจะแสดงให้พวกนั้นเห็นว่าพวกเขาไม่ควรหยิ่งทะนงคิดว่าตนสามารถปิดฟ้าด้วยมือข้างเดียวได้”
“ถ้างั้นฉันต้องรบกวนนายด้วย..ขอบใจมาก” ดีห์ราห์พูด หากไม่มีคำสั่งของเย่เชียนเขาจะไม่พูดว่ารูฮาห์ถูกเขาจับอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ถึงแม้ว่ารูฮาห์จะตายไปแต่พวกนักรบพราหมณ์คงจะไม่ยอมแพ้ในโครงการนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นผู้คนจากองค์กรศิห์ชาห์จึงยังคงต้องการความช่วยเหลืออยู่
ทุกคนยืนขึ้นและศิห์ดีหูก็จับมืออย่างสุภาพทีละคนจากนั้นก็เดินออกไป ขณะที่ศิห์ดีหูกำลังจะออกไปทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งลงมาจากท้องฟ้าและตบศิห์ดีหูด้วยฝ่ามือ ซึ่งความรุนแรงนั้นน่ากลัวมากและเย่เชียนที่ยืนอยู่ข้างศิห์ดีหูก็รู้สึกได้ถึงลมจากฝ่ามืออันทรงพลังจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและเขาก็รีบคว้าแขนของศิห์ดีหูแล้วเหวี่ยงเขาออกไปด้านข้างจากนั้นก็รับการโจมตีกลับไปด้วยฝ่ามือ
“ปัง!” ร่างกายของเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่จะหยุดนิ่งและเลือดกลบปากในทันที ในตอนนี้พลังปราณและเลือดในร่างกายของเย่เชียนก็หลั่งไหลออกมา เย่เชียนจึงกลืนเลือดในปากของเขาเข้าไปส่วนเฟิงหลานกับหลิวเทียนเฉินก็รีบวิ่งเข้ามาและถามด้วยความกังวล “บอสเป็นอะไรไหม?”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและไม่กล้าพูดเพราะเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับพลังปราณที่ปั่นป่วนและเลือดในร่างกายของเขา เพราะกลัวว่าถ้าเขาเผลอพูดออกไปเขาจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อมองไปข้างหน้าอย่างช้าๆเย่เชียนเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ตรงหน้าเขาและใบหน้าของอีกฝ่ายก็มืดมนและไม่มีชีวิตชีวาเหมือนซอมบี้จนดูเหมือนว่าไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนร่างกายของเขาเลย
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและรู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ว่าเหนือกว่าตัวเขาเองอย่างแน่นอนเพราะในการสวนกลับก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าเขาจะต่อสู้อย่างเร่งรีบและไม่สามารถแสดงพลังได้อย่างเต็มที่แต่เย่เชียนก็สัมผัสได้ว่าคู่ต่อสู้ไม่ได้ออกแรงเต็มที่เช่นกัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่เพื่อฆ่าศิห์ดีหูและถึงแม้ว่าการป้องกันคฤหาสน์ของดีห์ราห์จะไร้ที่ติและไม่ง่ายนักที่จะเข้ามาได้ง่ายๆเลย
หลังจากเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนศิห์ดีหูก็อดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งไปชั่วขณะและตัวสั่นโดยไม่มีเหตุผลแล้วพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณ..คุณคือ..” เห็นได้ชัดว่าศิห์ดีหูจำเขาได้
เสียงเมื่อกี้ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของดีห์ราห์ตื่นตระหนกและพวกเขาทั้งหมดก็ล้อมรอบเขาในขณะนี้ อย่างไรก็ตามใบหน้าของชายวัยกลางคนนั้นสงบและแน่นิ่งมากโดยไม่มีร่องรอยของความกลัวใดๆ ถ้าพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นใบหน้าของเขาไม่มีสีหน้าเลย และใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดเหมือนขี้เถ้า
“แกเป็นใครกล้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ดีห์ราห์พูดด้วยความโกรธ
ชายวัยกลางคนเหลือบมองไปที่เย่เชียนและพูดเบาๆ “แกคือเย่เชียนใช่ไหม?..หึ..ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้นำชื่นชมแกมากเพราะแกมีความสามารถจริงๆนี่เอง” จากนั้นเขาก็หันไปหาศิห์ดีหูและพูดว่า “ผู้นำของแกยู่ที่ไหน?”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนแล้วสีหน้าของเย่เชียนก็ตกตะลึงทันทีเพราะน้ำเสียงของอีกฝ่ายคุ้นหูเป็นอย่างมาก เป็นไปได้ไหมว่า..เขาเป็นสมาชิกของสกายเน็ต? เย่เชียนอดคิดไม่ได้และสูดลมหายใจเข้าลึกๆในใจและผู้คนจากสกายเน็ตก็ทำให้เขาตกตะลึงมากเกินไปจริงๆ ซึ่งเย่เชียนก็ไม่รู้ว่าจะมีคนแบบนี้กี่คนและจะเขาจะต่อสู้กับองค์กรดังกล่าวได้อย่างไร? ความหวังนั้นริบหรี่มากเกินไป
ศิห์ดีหูถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “ผมไม่รู้ว่าผู้นำอยู่ที่ไหนเพราะงั้นมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรถ้าคุณมาถามผม”
“ไม่รู้เหรอ..หืม..ถ้าแกไม่บอกฉันจะฆ่าแก” ชายวัยกลางคนพูด
“คุณฆ่าผมไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเพราะผมไม่รู้จริงๆ” ศิห์ดีหูพูด “ถ้าผมรู้ว่าผู้นำอยู่ไหนผมก็คงตามเขากลับมาแล้วเพราะงั้นคุณอย่าเสียเวลาไปเลย..แต่ถ้าคุณต้องการที่จะฆ่าผมก็ฆ่าซะ”
ดวงตาของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อยและพูดอย่างเย็นชาว่า “เอาล่ะในเมื่อแกไม่ยอมพูดถ้างั้นฉันจะส่งแกไปเข้าเฝ้าเทพแห่งความตายเอง” ทันทีที่คำพูดจบลงชายวัยกลางคนก็พุ่งออกไป เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ไม่กล้าที่จะประมาทและเขาก็รีบพูดว่า “พี่เฟิงหลานพี่เทียนเฉินคุ้มกันเขาด้วย” ในเวลาเดียวกันเย่เชียนได้รวบรวมพลังปราณในร่างกายของเขาและตะโกนว่า “ประตูด่านที่หกจงเปิดออก!” ในพริบตาพลังปราณก็พุ่งพล่านออกมาราวกับคลื่นที่โหมกระหน่ำและผู้คนที่ยืนอยู่ข้างเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอยออกไปทีละก้าว
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เคล็ดวิชาประตูแปดด่านอย่างงั้นเหรอ?..ทำไมแกถึงรู้จักประตูแปดด่านล่ะ?..เป็นไปได้ไหมว่า…” ชายวัยกลางคนคิดไม่ออกเพราะเคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านนั้นเป็นวิชาเฉพาะตัวของเย่เจิ้งหราน ดังนั้นชายวัยกลางคนจึงไม่รู้ว่าเย่เชียนไปเรียนรู้เคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านเหล่านี้จากที่ไหน
“แน่นอนว่านี่มันเป็นเคล็ดวิชาลับของพ่อของผมเอง” เย่เชียนพูด “ส่วนคนที่สอนผมน่ะเหรอเขาคือหยานตงผู้นำของลัทธิมารเขาได้เคล็ดวิชาลับที่พ่อของผมเคยใช้ใตสมัยก่อนให้กับผมเอง”
“ดูเหมือนว่าคุณจะชื่นชมพ่อของคุณมากสินะ” ชายวัยกลางคนพูดเบาๆ “หึ..ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่าแกจะรู้สึกอย่างไรถ้าวันหนึ่งแกรู้ว่าพ่อของแกแตกต่างไปจากที่แกจินตนาการเอาไว้อย่างสิ้นเชิง”
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งและมองดูชายวัยกลางคนด้วยความประหลาดใจและไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของเขา ชายวัยกลางคนพูดอย่างใจเย็น “แกไม่จำเป็นต้องกังวลไปเพราะท่านผู้นำย้ำกับพวกเราว่าห้ามฆ่าแก..แต่แกก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันเลยเพราะงั้นการฆ่าแกนั้นง่ายมากถึงแม้ว่าแกจะมีเคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านก็ตามแต่ถึงยังไงมันไม่มีประโยชน์” จากนั้นเขาก็หันไปมองศิห์ดีหูและชายวัยกลางคนก็พูดต่อ “กลับไปบอกคนขององค์กรศิห์ชาห์ว่าให้พวกเขาแจ้งไปยังผู้นำของแกว่าถ้าเขาซ่อนตัวจากฉันอีกฉันจะทำลายองค์กรศิห์ชาห์ทิ้งและถ้าเขายังไม่ปรากฏตัวออกมาอีกฉันจะไล่ฆ่าสมาชิกองค์กรศิห์ชาห์ทั้งหมด ฉันล่ะอยากเห็นจริงๆว่าเขาจะทนได้นานแค่ไหน”
ศิห์ดีหูรู้สึกประหลาดใจแต่เขาไม่กล้าพูดเพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของชายวัยกลางคนนี้เกินความสามารถของเขา นอกจากนี้เขายังทำตามที่อีกฝ่ายพูด้วย แต่ทว่าผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์นั้นไม่มีใครในองค์กรศิห์ชาห์ที่รู้เกี่ยวกับเขาได้ ดังนั้นในเวลานี้มันจะดีกว่าที่จะไม่ยั่วยุเขาและเขาจะไปบอกทุกคนเมื่อเขากลับไป
จากนั้นชายวัยกลางคนก็หันมาสบตากับเย่เชียนอีกครั้งและพูดว่า “ไอ้หนูแกอย่าเข้ามายุ่งในเรื่องนี้จะดีกว่าไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแกไม่ว่าหัวหน้าจะสั่งอะไรฉันไม่สนหรอก” หลังจากพูดจบชายวัยกลางคนก็หันหลังกลับช้าๆและเดินออกไป
“แกจะเดินออกไปง่ายๆอย่างงั้นเหรอแกคิดว่านี่คือที่ไหน” ทันทีที่เสียงของดีห์ราห์จบลงผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านั้นก็ล้อมรอบชายวัยกลางคนทันที ชายวัยกลางคนหยุดเดินและพูดว่า “คนพวกนี้น่ะเหรอ”
ศิห์ดีหูแอบคร่ำครวญอยู่ในใจและคอยขยิบตาให้ดีห์ราห์โดยพยายามบอกเขาว่าอย่ายั่วยุชายวัยกลางคนคนนี้เพราะถ้าอีกฝ่ายโกรธจริงๆก็ไม่มีใครที่นี่จะต่อสู้กับเขาได้เลย
.
.
.
………………..