ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1427 ต้องยอมรับ ....................
ตอนที่ 1427 ต้องยอมรับ
………………..
นายพลฟรอซต์มุ่งมั่นที่จะปัดเป่าความคิดของเย่เชียนและเซี่ยเฟยในการร่วมมือกับนักรบพราหมณ์ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเขาเองดังนั้นเขาจึงต้องพยายามเรื่องนี้
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้านักรบพราหมณ์เป็นเสือเพราะงั้นองค์กรนักรบพราหมณ์ของผมก็คงเป็นแกะ..แต่นายพลฟรอซต์ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะผมจะหาทางแก้ไขเอง..ถ้านายพลฟรอซต์ไม่ต้องการร่วมมือก็ไม่เป็นไรเพราะผมไม่ได้จะบังคับอะไรนายพลฟรอซต์”
นายพลฟรอซต์ยิ้มอย่างหมดหนทางและพูดว่า “คุณเซี่ยผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..ถ้าเราสามารถร่วมมือกันได้จริงๆก็คงจะดีแต่ผมกังวลว่าพวกนักรบพราหมณ์จะไม่จริงใจและด้วยความแข็งแกร่งขององค์กรนักรบพราหมณ์และคุณเย่แล้วถ้าพวกเรารวมพลังกันได้ผมก็คิดว่านักรบพราหมณ์จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราเลยเพราะงั้นทำไมคุณเซี่ยถึงยอมลดตัวลงไปเข้าหานักรบพราหมณ์ด้วยแบบนั้นเราจะเสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย”
“อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด..เราจะต่อสู้กันจนตายไปข้างเพื่อศักดิ์ศรีอย่างงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกลอกตาและพูด
“นายพลฟรอซต์ไม่ได้หมายความอย่างนั้นอย่าเข้าใจเขาผิดสิ” เย่เชียนรีบพูด ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้มีการสื่อสารทางวาจาหรือแม้แต่การสบตากันมากนักแต่ความร่วมมือนี้ก็ได้มาถึงระดับหนึ่งของความเข้าใจโดยปริยายและเทียบได้กับความร่วมมือระหว่างเย่เชียนกับไป๋ฮวยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเล็กน้อย
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาและไม่พูดอะไรอีกแล้วนอนลงบนโซฟาอีกครั้งพร้อมกับหาวด้วยใบหน้าง่วงๆ นายพลฟรอซต์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือผู้นำขององค์กรนักรบพราหมณ์ที่ว่ากันว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการต่อสู้ เขาไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริงๆ
“อันที่จริงผมกับเซี่ยเฟยก็คิดเรื่องนี้เหมือนกันเพราะถ้าเรายังต่อสู้กับนักรบพราหมณ์ต่อไปฝ่ายอื่นๆก็จะได้เปรียบแต่ผมไม่ได้หมายถึงท่านนายพลฟรอซต์นะครับ..เพราะขั้นแรกเราบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับนักรบพราหมณ์เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างเราชั่วคราวและให้ทุกคนร่วมมือกันเพื่อกวาดล้างองค์กรและกองกำลังอื่นๆก่อนจากนั้นเราไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้หรือการสงบศึกเราก็จะหารือกัน” เย่เชียนพูด
“คุณเย่และคุณเซี่ยมีความคิดที่ดีมากแต่ผมเคยติดต่อกับนักรบพราหมณ์มาหลายครนั้งและค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับพวกเขา..ผมกลัวว่าพวกเขาจะใช้สิ่งนี้เพื่อกดดัดองค์กรศิห์ชาห์และเมื่อทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันพวกเขาก็จะได้รับผลประโยชน์..ผมไม่ต้องการให้คุณเย่กับคุณเซี่ยถูกล่อลวงด้วยเรื่องนี้” นายพลฟรอซต์พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “คุณเซี่ยติดคุกมาสองปีเพราะงั้นคุณอาจจะไม่รู้สถานการณ์ภายนอกและขอเดาว่าคุณเซี่ยยังไม่กลับไปที่องค์กรศิห์ชาห์ใช่ไหมเพราะถ้าคุณเซี่ยกลับไปที่องค์กรศิห์ชาห์คุณก็น่าจะชัดเจนว่าการร่วมมือกับนักรบพราหมณ์นั้นเป็นการเดินเข้าถ้ำเสื้ออย่างไม่ต้องสงสัยและจะไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียเลย”
“แล้วนายพลฟรอซต์จะทำยังไง?” เย่เชียนถาม
“ในเมื่อคุณเย่ถามผมก็จะบอกความจริงและอย่าเข้าใจผมผิดนะครับผมไม่ได้ทำเช่นนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแน่นอน อันที่จริงมันไม่สะดวกเลยที่จะพูดมากเกินไปจากตำแหน่งของผมเพราะท้ายที่สุดผมก็อยู่ตรงกลางระหว่างนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิห์ชาห์เพราะงั้นการพูดมากเกินไปจะทำให้คุณเย่และคุณเซี่ยคิดว่าผมทำสิ่งนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง” นายพลฟรอซต์พูด “ผมเห็นว่าคุณเซี่ยเป็นเพื่อนกับคุณเย่เพราะงั้นผมจึงอยากเตือนเพราะความเป็นห่วงน่ะครับ”
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาเพราะเขาเกลียดคนแบบนี้มากที่สุดทั้งเจ้าเล่ห์และเสแสร้งและนี่ก็คือจุดประสงค์ของนายพลฟรอซต์อย่างชัดเจนมันคือสิ่งที่เขาต้องการจะพูดและตอนนี้เขายังคงแสดงท่าทางที่ดูชอบธรรมมาก อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เข้าใจความคิดของเย่เชียนดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ใส่ใจและปล่อยให้เย่เชียนจัดการต่อไป
“ไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวผมจะจัดการเอง” เย่เชียนพูด
“ถ้าอย่างนั้นผมจะพูดตามตรง” นายพลฟรอซต์พูด “ในความคิดของผมนั้นคุณเย่กับคุณเซี่ยควรรวบรวมกำลังทั้งหมดของพวกคุณเพื่อโจมตีพวกนักรบพราหมณ์และตราบใดที่สำนักงานใหญ่ของพวกนั้นถูกทำลายแล้วผู้นำและสมาชิกไม่กี่คนก็คงจะถอนตัวไปและสถานการณ์โดยรวมก็คงสงบลง..ส่วนพวกที่เหลือในแวดวงธุรกิจการเมืองและทหารก็ได้สูญเสียแกนหลักไปเพราะงั้นพวกเขาจะต้องตื่นตระหนกนั่นจะทำให้พวกเขายอมจำนน”
“แต่อำนาจและอิทธิพลของนักรบพราหมณ์ไม่ใช่น้อยๆเลยน่ะสิอย่างที่คุณพูดทั้งแวดวงทางธุรกิจการเมืองและทางทหารต่างก็มีอำนาจและพวกเราจะประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายยังไง” เย่เชียนพูด
“คุณเย่และคุณเซี่ยเป็นคนฉลาดทั้งคู่เพราะงั้นพวกคุณจะไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ได้ยังไง” นายพลฟรอซต์พูด “คุณเย่จงใจทดสอบผมหรือเปล่าน่ะ..เหอะๆ..พูดอย่างนี้ก็แล้วกันตราบใดที่คุณเย่และคุณเซี่ยต้องการที่จะต่อสู้กับพวกนักรบพราหมณ์ผมก็ยินดีช่วยและเมื่อไหร่ที่สำนักงานใหญ่ของพวกเซี่ยเฟยถูกทำลายไม่ว่าพวกเขาจะมีกำลังมากแค่ไหนก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี”
“สิ่งที่ท่านนายพลฟรอซต์พูดนั้นไม่สมเหตุสมผลเลย” เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูด หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเย่เชียนก็มองไปที่นายพลฟรอซต์แล้วพูดว่า “มีประโยคหนึ่งที่ผมไม่รู้ว่าจะพูดดีหรือเปล่า”
“คุณเย่ต้องการจะบอกว่าผมควรจัดการกับเรื่องนี้ยังไงใช่ไหมล่ะ” นายพลฟรอซต์พูด “อันที่จริงในฐานะที่เป็นกลางระหว่างนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิห์ชาห์แล้วถ้าทั้งสองฝ่านต่อสู้กันผมก็จะได้ประโยชน์มากที่สุดอย่างแน่นอนและพวกคุณคงคิดว่าผมเพ้อฝันมากโดยหวังว่าจะได้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนตายเพื่อที่ผมจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ใช่ไหมล่ะครับ”
“ผมหวังว่าท่านนายพลฟรอซต์จะยกโทษให้ผมถ้าผมทำให้ท่านนายพลคิดมาก” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรนั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณเย่กับคุณเซี่ยจะคิดแบบนี้” นายพลฟรอซต์พูด “แต่ผมไม่ใช่คนน่ารังเกียจขนาดนั้นและนอกจากนี้พวกนักรบพราหมณ์ยังชวนผมตั้งหลายครั้งเพื่อกวาดล้างองค์กรศิห์ชาห์เพราะองค์กรศิห์ชาห์กำลังอ่อนแอและเนื่องจากไม่มีคุณเซี่ยมาคอยดูแลจัดการแต่ตอนนี้คุณเซี่ยกลับมาแล้วเพราะงั้นด้วยความเชื่อเหลือของผมแล้วพวกคุณก็ไม่ต้องกังวลอะไรและตราบใดที่คุณเย่กับคุณเซี่ยเห็นด้วยผมนายพลฟรอซต์คนนี้ก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกับคุณทั้งสองคนเพื่อจัดการกับนักรบพราหมณ์”
“ด้วยความช่วยเหลือของท่านนายพลฟรอซต์แล้วโอกาสในการชนะของเราจะสูงขึ้นมาก” เย่เชียนพูด จากนั้นเขาก็หันไปมองเซี่ยเฟยและถามว่า “เซี่ยเฟยนายคิดยังไง?..ฉันคิดว่าข้อเสนอของท่านนายพลฟรอซต์นั้นดีมากและถ้าเราจะร่วมมือกับพวกนักรบพราหมณ์คงจะดีกว่าถ้าจะร่วมมือกับท่านนายพลฟรอซต์เพราะฉันไว้วางใจท่านนายพลฟรอซต์มากกว่า”
“นายเชื่อใจเขาไหมล่ะ..ดูเหมือนว่านายจะไม่ได้รู้จักเขาเลยนี่” เซี่ยเฟยเม้มปากของเขาและพูด
“ใช่แล้ว..ถ้านับครั้งนี้ด้วยฉันเคยเจอเขาแค่สองครั้งเท่านั้นและก่อนหน้านี้ก็มีความขัดแย้งกันนิดหน่อยด้วยแต่อย่างที่พูดไปเราไม่รู้จักกันหากไม่ได้ต่อสู้กัน..เพราะงั้นฉันคิดว่าท่านนายพลฟรอซต์เป็นคนที่ไว้ใจได้และอย่างน้อยๆในความคิดของฉันเขาก็ดีกว่าพวกนักรบพราหมณ์” เย่เชียนพูด
สิ่งที่เย่เชียนพูดทำให้นายพลฟรอซต์รู้สึกสบายใจมากๆในใจและเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจในตัวเองและอดคิดไม่ได้ว่า ‘หลายคนพูดว่าผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าอย่างราชาหมาป่าเย่เชียนไม่เพียงแต่มีความดุร้ายอย่างหมาป่าแต่มีความเจ้าเล่ห์ของสุนัขจิ้งจอกด้วย” เขาเจ้าเล่ห์ กล้าหาญและมีไหวพริบ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเพราะจริงๆแล้วเย่เชียนนั้นล่อหลอกง่ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ส่วนเขาที่อยู่ในกองทัพมานานและอยู่ในแวดวงการเมืองมาตลอดดังนั้นฉันจึงถือได้ว่าเขาจิ้งจอกที่เจ้าเล่ห์ที่สุด ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่สามารถอยู่รอดได้เป็นอย่างดีระหว่างสององค์กรใหญ่อย่างพวกนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิห์ชาห์ที่ขัดแย้งกันได้อย่างไร
“เย่เชียน..ฉันจะเชื่อในคนที่นายไว้ใจ” เซี่ยเฟยพูด “พูดตามตรงฉันไม่มีจิตวิญญาณในการต่อสู้และความทะเยอทะยานมากนักและถ้าไม่ใช่เพราะความจริงใจและอุปนิสัยของนายที่ทำให้ฉันประทับใจแล้วฉันก็ขี้เกียจเกินกว่าจะออกมาจัดการเรื่องไร้สาระพวกนี้..แต่ในเมื่อนายบอกว่านายพลฟรอซต์ไว้ใจได้ฉันก็จะลองเชื่อดู..แต่อย่างที่นายพลฟรอซต์พูดเป้าหมายของเราคือสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์ไม่ใช่อำนาจอื่นของนักรบพราหมณ์..ซึ่งนายพลฟรอซต์มีอิทธิพลมากในแวดวงทหารแต่เขาต้องรู้ด้วยว่าอิทธิพลทางการทหารของนักรบพราหมณ์ก็ไม่น้อยโดยเฉพาะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันเพราะงั้นนายพลฟรอซต์เต็มใจที่จะระดมพลทางทหารทั้งหมดหรือเปล่าเพราะเมื่อถึงเวลาสมาชิกทั้งหมดขององค์กรศิห์ชาห์จะเคลื่อนไหวเพราะงั้นเราจะพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือได้อย่างไร..เพราะนั่นไม่ได้หมายความว่าองค์กรศิห์ชาห์ของฉันจะเป็นแนวหน้าเพื่อเป็นโล่ให้กับสงครามนี้หรอกเหรอ?..แบบนั้นสมาชิกขององค์กรศิห์ชาห์ของฉันคงจะต้องล้มตายกันและแบบนี้ฉันเลือกที่จะไปร่วมมือกับพวกนักรบพราหมณ์จะไม่ดีกว่าเหรอ?”
ถึงแม้ว่าคำพูดของเซี่ยเฟยจะเป็นไปตามแผนของเย่เชียนเพื่อให้ความร่วมกับเย่เชียนแต่สิ่งที่เย่เชียนพูดนั้นก็สมเหตุสมผลเพราะถ้าหากเขาร่วมมือกับนายพลฟรอซต์แล้วคนของเขาจะต้องสูญเสียมันก็จะดีกว่าหากต้องร่วมมือกับนักรบพราหมณ์เพราะอย่างน้อยๆการสูญเสียก็คงจะไม่เกิดขึ้นหรือมีโอกาสน้อยที่สุด ถ้าหากนายพลฟรอซต์ไม่มีกำลังพลและทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ล่ะก็พวกเขาจะพูดถึงความร่วมมือกันได้อย่างไร?
เย่เชียนและเซี่ยเฟยนั้นแสดงลงร่วมกันได้เป็นอย่างดีและคนหนึ่งเสมออีกคนหนึ่งโต้แย้งและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่มีการนัดกันทางวาจาหรือส่งสัญญาณทางสายตาใดๆทั้งสิ้นราวกับว่าพวกเขารู้ความคิดของกันและกัน แต่จริงๆแล้วเซี่ยเฟยนั้นเป็นคนที่ให้ความร่วมมือกับเย่เชียนมากกว่า
นายพลฟรอซต์ยิ้มเล็กน้อยด้วยท่าทางที่มั่นใจมากและพูดว่า “ความกังวลของคุณเซี่ยมันก็เป็นเรื่องปกติผมเข้าใจได้แต่ดูเหมือนคุณเซี่ยจะประเมินผมต่ำเกินไป..ผมน่ะสามารถยืนหยัดในการต่อสู้แนวหน้าแทนองค์กรศิห์ชาห์ได้เพราะหลายปีมานี้ถ้าผมไม่มีพลังอำนาจจริงผมก็คงจะถูกพวกนักรบพราหมณ์ฆ่าตายไปนานแล้วๆแต่ไม่ใช่ว่าพวกนั้นจะไม่พยายามแต่พวกนั้นทำไม่ได้ต่างหากล่ะเพราะพวกเขาประเมินผมต่ำเกินไป”
.
.
.
………………..