ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1445 กำลังสนับสนุน
ตอนที่ 1445 กำลังสนับสนุน
……………
เย่เชียนไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้จริงๆงั้นเหรอ? แน่นอนว่าเย่เชียนไม่เคยต่อสู้กับการต่อสู้ที่ไม่แน่นอนและถึงแม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับพวกนักรบพราหมณ์เขาก็มั่นใจว่าเขาจะต้องชนะแต่เขาก็ไม่ลืมเตรียมการแผนสองเอาไว้ ดังนั้นถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาช่วยพวกนักรบพราหมณ์ก็ตามแต่ในกรณีนี้เย่เชียนยังมีแผนสองอยู่
เมื่อเฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินมาถึงประเทศอินเดียพวกเขาก็ได้ระดมสมาชิกจำนวนมากจากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายังประเทศอินเดียและครั้งนี้พวกเขายังเป็นกำลังหลักในการร่วมมือกับองค์กรศิห์ชาห์เพื่อโจมตีนักรบพราหมณ์ อย่างไรก็ตามเย่เชียนยังคงมีการเตรียมการแผนสองเอาไว้เพราะก่อนที่เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินจะมาที่นี่เย่เชียนได้แจ้งให้เย่หวันราบแล้ว
เย่หวันคือใคร? เดิมทีชื่อของเธอคือนากาซาวะเคโกะผู้นำขององค์กรชาโด้ซากุระและตอนนี้ก็ได้กลายเป็นผู้นำของหน่วยเงาหมาป่าภายใต้องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่รับคำสั่งโดยตรงจากชิงเฟิง ชื่อเย่หวันนั้นถูกตั้งชื่อโดยเย่เชียนและเธอก็ชอบมาก ดังนั้นหลังจากได้รับคำสั่งของเย่เชียนแล้วเย่หวันจึงนำหน่วยของเธอมาเตรียมการณ์โดยไม่ลังเลใดๆ
อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่ได้พบกับเธอเลยและติดต่อเธอผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้นและจุดประสงค์ก็คือเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้และกำจัดศัตรูโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งถ้าเฟิงหลานสามารถทำลายนักรบพราหมณ์ได้แน่นอนว่าหน่วยเงาหมาป่าที่นำโดยเย่หวันจะไม่ปรากฏตัวออกมา อย่างไรก็ตามพวกเธอเตรียมตัวอยู่ที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์แล้ว
เมื่อเห็นคนเหล่านั้นกำลังเข้าสู่สมรภูมิรบเย่เชียนก็ตะโกนว่า “ลงมือได้!” ทันใดนั้น จรวดมิสไซล์ก็พุ่งเข้ามาจากข้างนอกไปยังกลุ่มคนดังกล่าวและระดมยิงใส่พวกเขาและทุกคนก็เสียชีวิตในทันที หลังจากนั้นเย่หวันก็นำสมาชิกทั้งหมดจู่โจมพร้อมกับปืนในมือของพวกเธอและหลังจากนั้นก็ยิงกราดใส่สมาชิกของนักรบพราหมณ์อย่างดุเดือด
ฉากนี้ทำให้ผู้คนตกใจในทันทีและไม่ต้องพูดถึงโอฝางและคนอื่นๆเพราะแม้แต่เซี่ยเฟยและเฟิงหลานหรือหลิวเทียนเฉินก็ตกใจเช่นกัน จากนั้นเซี่ยเฟยก็หันไปมองเย่เชียนและอดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมาและพูดว่า “นายเตรียมการณ์เอาไว้แล้วสินะ..ปล่อยให้ฉันกังวลตั้งนาน”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “พวกนักรบพราหมณ์ไม่ใช่องค์กรธรรมดาเพราะงั้นฉันต้องมีแผนสองเตรียมเอาไว้..ฉันไม่สามารถพ่ายแพ้ให้กับศึกไหนๆได้ทั้งนั้นและการทำแบบนี้เท่านั้นที่ฉันจะสบายใจได้..ตอนนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันคาดเดาเอาไว้จะค่อนข้างแม่นยำและฉันก็ไม่คิดว่าจะดึงดูดปลาตัวใหญ่ได้มากมายขนาดนี้..มันเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่จริงๆ”
“บอส!..ทำไมถึงไม่บอกเราก่อนหน้านี้ล่ะปล่อยให้พวกเรากังวลตั้งนาน..ถ้าเรารู้ว่าบอสเตรียมการณ์เอาไว้แบบนี้เราคงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก” เฟิงหลานพูด
“ไม่ใช่ว่าผมจะไม่บอกแต่ผมคาดไม่ถึงว่าจะต้องใช้หน่วยเงาหมาป่าจริงๆเพราะถ้าเราเอาชนะพวกนักรบพราหมณ์ได้พวกเธอจะไม่ปรากฏตัวออกมา” เย่เชียนพูด “ยังไงก็เถอะผมไม่มีทางเลือกอื่นเพราะศัตรูจำนวนมากได้เข้ามาสนับสนุนพวกนักรบพราหมณ์เพราะงั้นผมจึงปล่อยไปไม่ได้ไม่งั้นเราจะแพ้จริงๆ”
เซี่ยเฟยจ้องไปที่เย่หวันครู่หนึ่งและขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันดูเหมือนจะเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนและถ้าฉันจำไม่ผิดเธอน่าจะคือนากาซาวะเคโกะผู้นำขององค์กรชาโด้ซากุระ?”
“ใช่แล้ว..แต่ชื่อปัจจุบันของเธอคือเย่หวัน” เย่เชียนพูด
“เย่หวัน..เย่หวัน” เซี่ยเฟยพึมพำสองครั้งและพูดว่า “หืม..ดูเหมือนว่านายจะกำราบเธอได้สินะ..แต่ฉันสงสัยว่านายใช้วิธีการในตำนานหรือเปล่าเพราะดูเหมือนว่าองค์กรชาโด้ซากุระจะมีปัญหาเพราะกฏเหล็กในตำนานนั่นเสมอ”
“เอ่อ..อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย” เย่เชียนยิ้มอย่างอายๆและขัดจังหวะเซี่ยเฟยว่า “ไม่สำคัญหรอกว่าจะใช้วิธีไหนเพราะสิ่งสำคัญคือตอนนี้เธอเป็นคนของเราแล้ว”
“ไม่ใช่คนของเราแต่เป็นคนของนาย” เซี่ยเฟยพูดแล้วยิ้ม
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเงาหมาป่าทำให้ทุกคนประหลาดใจจริงๆและพวกนักรบพราหมณ์กับทหารรับจ้างอินทรีขาวจากประเทศสหรัฐอเมริกาและทหารรับจ้างกรีนสตาร์จากแม็กซิโก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดฝีมือแต่ไม่ว่าพวกเขาจะมีทักษะมากแค่ไหนแต่เมื่อเผชิญกับเงาหมาป่าพร้อมปืนกลมันก็ไม่สำคัญว่าจะฝีมือดีแค่ไหนเพราะถึงยังไงก็ไม่มีใครต้านทานได้อยู่ดี
ผู้คนจากฝั่งของเฟิงหลานและองค์กรศิห์ชาห์ต่างก็หยุดและหลีกทางให้สมาชิกจากหน่วยเงาหมาป่าโจมตีอย่างเต็มที่เพราะถ้าหากพวกเขาเข้าไปแทรกแซงล่ะก็มันจะทำให้หน่วยเหงาหมาป่าไม่มีสมาธิและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงเฝ้าดูพวกนักรบพราหมณ์นั้นล้มลงทีละคน
“เฮ้ๆ..โอฝาง..ต้องขอบคุณแกจริงๆที่เรียกพวกนั้นมา..เพราะถ้าแกไม่เรียกพวกนั้นมาช่วยล่ะก็เราคงจะกำจัดพวกมันได้ไม่หมดในคราวเดียว” เย่เชียนพูดเสียงดัง
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาโอฝางก็ตกใจและเขาก็พูดไม่ออก
“โอฝาง..นี่แกสมรู้ร่วมคิดกับพวกมันงั้นเหรอ?..แกจงใจล่อเรามาที่นี่ใช่ไหม?..โอฝางแกรู้ถึงผลที่ตามมาของเรื่องนี้หรือเปล่า” ซูซี่พูดทันทีที่ได้ยินคำพูดของเย่เชียนและนั่นส่งผลให้โอฝางพูดไม่ออก
“กัปตันซู..ฟังคำอธิบายของผมก่อน” โอฝางพูด
“ไม่จำเป็นต้องอธิบายแล้วแกต้องตาย” ทันทีที่พูดจบซูซี่ก็ตบโอแฝงด้วยฝ่ามือแต่เธอแสร้งทำเป็นว่าได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้กับ เย่เชียนเมื่อกี้และหลังจากนั้นเธอก็แอบนอนพักอยู่
ชายผมบลอนด์เหลือบมองซูซี่จากนั้นดวงตาของเขาก็จับจ้องที่โอฝางและพูดว่า “โอฝางต่อให้เราต้องตายแกต่ฉันจะฆ่าแกก่อน” เมื่อเสียงนั้นจบลงเขาก็ตบโอฝางด้วยฝ่ามือ
“อย่า..อย่า..อย่า..ฟังผมก่อน” โอฝางก้าวถอยอย่างเร่งรีบแต่ชายผมบลอนด์ก็โจมตีเขาทุกย่างก้าวไม่ให้เขาได้พักหายใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีโอกาสที่จะสามารถอธิบายได้ชัดเจนโอฝางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต่อสู้และสาปแช่ง “พวกแกมันโง่..พวกแกไม่รู้แม้กระทั่งการปั่นหัวของศัตรู”
หลังจากพูดแบบนี้ชายผมบลอนด์ก็ยิ่งหงุดหงิดเพราะถ้าไม่ใช่เพราะโอฝางให้ความร่วมมือที่ดีกับประเทศแม๊กซิโกตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจะเต็มใจช่วยโอฝางได้อย่างไร ซึ่งหลังจากดูโอฝางควบคุมอำนาจของประเทศอินเดียได้อย่างสมบูรณ์แล้วการสนับสนุนระหว่างประเทศก็จะราบรื่นขึ้น อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คาดหวังว่าโอฝางจะร่วมมือกับเย่เชียนและแม้แต่รวมตัวกันเพื่อหลอกล่อคนอย่างเขาให้เป็นเหยื่อล่อดังนั้นเขาจะไว้ชีวิตโอฝางได้อย่างไร
เมื่อเห็นชายผมบลอนด์เคลื่อนไหวผู้คนที่เขาพามาทั้งทหารรับจ้างอินทรีขาวและทหารรับข้างกรีนสตาร์ต่างก็โจมตีพวกนักรบพราหมณ์ทีละคนและโอฝางก็โกรธเกรี้ยวอย่างมาก เดิมทีคนเหล่านี้จะต้องมาช่วยเขาแต่ตอนนี้ทั้งหมดกลับถูกเย่เชียนปั่นหัวซึ่งทำให้เขาโกรธมาก
เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้เย่เชียนก็รู้สึกภูมิใจมากแต่เขาไม่ได้หยุดหน่วยเหงาหมาป่าเพราะเขาไม่สนว่าพวกนั้นจะเป็นอย่างไรเพราะเขาต้องจัดการกับพวกนักรบพราหมณ์ก่อน จากนั้นเย่เชียนก็หยิบบุหรี่ออกมาอย่างสบายๆแล้วยื่นให้เซี่ยเฟยและทั้งสองก็สูบกันอย่างสบาย
หลังจากสูบบุหรี่เสร็จก็เหลือคนอีกไม่มากนักและเย่เชียนก็โบกมือให้หน่วยเงาหมาป่าหยุดโจมตีและเย่เชียนชำเลืองมองพวกทหารรับจ้างและพูดว่า “ทหารรับจ้างอินทรีขาวของคุณมาที่นี่ทำไม?”
ชายผมบลอนด์ก็ถอนหายใจด้วยความโกรธและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับพูดว่า “คุณชนะแล้วเย่เชียน..เพราะงั้นก็ฆ่าพวกเราตามที่คุณต้องการซะเพราะถ้าหากคุณต้องการทำให้ผมขายหน้าคุณจะผิดหวัง..ถึงแม้ว่าทหารรับจ้างอินทรีขาวของเราจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าเขี้ยวหมาป่าของคุณแต่พวกเราก็มีศักดิ์ศรี”
“เมื่อการประชุมโลกของทหารรับจ้างจัดขึ้นผมก็ได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าองค์กรทหารรับจ้างของคุณจะต้องยอมถอยเมื่อพบกับเขี้ยวหมาป่าของผมและผมจะยกโทษให้คุณได้ยังไง..แต่ผมคิดว่าคุณก็เป็นทหารเหมือนกันและผมจะให้โอกาสคุณเพราะงั้นตราบใดที่คุณสามารถเอาชนะคนของผมได้ผมจะปล่อยคุณไป” จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองไปที่เฟิงหลานซึ่งพยักหน้าเล็กน้อยและก้าวออกมาข้างหน้า
ชายผมบลอนด์มองไปที่เฟิงหลานและขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เฟิงหลานหมาป่าแห่งสายหมอกงั้นเหรอ..ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว”
เฟิงหลานยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรผมเป็นแค่สมาชิกธรรมดาๆของเขี้ยวหมาป่าเท่านั้น..มาเริ่มกันดีกว่า..ตราบใดที่คุณเอาชนะผมได้คุณก็สามารถออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
“เฮ้อ!” ชายผมบลอนด์ถอนหายใจอย่างเย็นชาและเหวี่ยงกำปั้นไปที่เฟิงหลาน
“บอสคะ!” เย่หวันเดินไปที่ด้านข้างของเย่เชียนและกระซิบเรียกเบาๆ เย่เชียนหันไปมองเธอและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เธอทำได้ดีมาก..ว่าแต่ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่นในตอนนี้เหรอ?”
“ไม่มีเลยค่ะ..คุณชิงเฟิงดูแลที่นั่นอยู่และตอนนี้สถานการณ์ก็ราบรื่นมาก” เย่หวันพูดจากนั้นเธอก็อ้าปากและลังเลที่จะพูด
เย่เชียนเห็นและเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะพูดดังนั้นเขาจึงพูดว่า “เธอเองก็ทำได้ดีมาก..รอให้เรื่องนี้จบลงก่อนจากนั้นก็ไปที่คฤหาสน์ของดีห์ราห์เพราะฉันมีอะไรจะคุยกับเธอ”
เย่หวันมีความสุขมากและพยักหน้าอย่างเร่งรีบ เย่เชียนไม่พูดอะไรอีกต่อไปและสายตาของเขาก็หันไปที่เฟิงหลานและชายผมบลอนด์คนนั้น แน่นอนว่าชายผมบลอนด์ที่รู้แค่ทักษะการต่อสู้ทั่วไปในทางทหารดังนั้นเขาจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงหลานเลย เย่เชียนเห็นร่างของเฟิงหลานเคลื่อนไหวและต่อยไปที่แก้มของชายผมบลอนด์อย่างรุนแรงจนทำให้เขากระเด็นออกไปและล้มลงกับพื้นอย่างแรง
เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “คุณแพ้แล้ว..ผมต้องขอโทษด้วย” หลังจากที่เสียงของเย่เชียนเงียบลงก็มีเสียงปืนดังขึ้น “ปัง” และชายชายผมบลอนด์ก็ล้มลงจมกองเลือดทันที เย่เชียนมองชายผมบลอนด์อีกครั้งและมุมปากของเขาก็ฉีกโค้งขึ้นเล็กน้อยเผยรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาและพูดว่า “ตอนนี้ถึงตาคุณแล้ว..ผมจะให้โอกาสคุณเหมือนกันและถ้าคุณสามารถชนะได้คุณก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะรู้ว่าคำพูดของเย่เชียนไม่น่าเชื่อถือเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะชนะแต่พวกเขาก็ไม่สามารถออกไปได้อย่างปลอดภัยอยู่ดี แต่พวกเขาไม่มีทางอื่นและพวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะแข็งแกร่งแบบนี้ พวกเขาประเมินเย่เชียนต่ำเกินไปและความประมาทเลินเล่อชั่วขณะของพวกเขาคือกุญแจสู่ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้
เซี่ยเฟยหันหน้าไปมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ฉันจะสู้เอง” ในขณะที่เซี่ยเฟยพูดเขาก็ค่อยๆก้าวไปข้างหน้า เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและยิ้มเบาๆและไม่ได้หยุดเขาแต่พูดเบาๆว่า “อย่าจัดการกับมันเร็วนักล่ะ..ฉันอยากรู้ว่าพวกมันมีความสามารถมากแค่ไหน”
.
.
.
……………