ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1462 แผนการพัฒนาประเทศ
ตอนที่ 1462 แผนการพัฒนาประเทศ
……………
ถึงแม้ว่าหน่วยมังกรพิทักษ์จะไม่ได้สังกัดสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติแต่หวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ยังรู้เรื่องหน่วยมังกรพิทักษ์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากการลักพาตัวแจ็คโดยยาฉะครั้งล่าสุดหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ยังได้รับข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับยาฉะซึ่งชัดเจนมาก ซี่งในนั้นมีข้อมูลความสามารถของยาฉะและสถานการณ์ของเย่เชียนก็คล้ายกับของยาฉะมากแต่ต่างกันตรงที่เขาไม่รู้ว่าความสามารถของยาฉะนั้นเป็นอย่างไร สิ่งนี้ทำให้หวงฟู่ชิงเตี๋ยนประหลาดใจอย่างมากและเดาในใจของเขาอย่างลับๆว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อเย่เชียนกับยาฉะยู่ด้วยกันครั้งก่อน
เย่เชียนปิดตาซ้ายและก้มลงด้วยความเจ็บปวด เขาถูกลอบโจมตีตั้งแต่ก้าวเข้ามาครั้งแรกนี่ไม่ได้หมายความว่าเขาถูกหลอกงั้นเหรอ? เดิมทีเย่เชียนไม่เต็มใจมาที่นี่และเขาก็ให้ความเคารพต่อหวงฟู่ชิงเตี๋ยนโดยการมาที่นี่และเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร เย่เชียนเงยหน้าขึ้นและจ้องเขม็งไปยังผู้คนที่อยู่ข้างหน้าเขาด้วยดวงตาคู่หนึ่งและดวงตาที่มีเลือดไหลเหล่านั้นก็ดูดุร้ายและน่ากลัวอย่างยิ่ง
แน่นอนว่ามีสมาชิกของหน่วยมังกรพิทักษ์คอยปกป้องที่นี่มากกว่า 1 คนและพวกเขาล่วนเป็นเพื่อนของยาฉะดังนั้นพวกเขาจึงประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเย่เชียนอย่างมาก อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะประมาทและพุ่งไปหาเย่เชียนพร้อมๆกัน
“หยุด!..ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนรีบหยุดเย่เชียนและตะโกนบอกทุกคนให้หยุด
ผู้คนจากหน่วยมังกรพิทักษ์ก็มาถึงด้านหน้าของหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและหยุดทันทีและหันไปมองชายชราผมหงอกที่กำลังโบกมืออยู่จากนั้นคนของน่วยมังกรพิทักษ์ก็เข้าใจและถอยกลับไปทีละคน สมาชิกของหน่วยมังกรพิทักษย์ที่มาโจมตีเย่เชียนก่อนหน้านี้ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเดินออกไปด้วยการสนับสนุนของสหายของเขา
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนหันไปมองที่เย่เชียนและถามว่า “เป็นไงบ้าง..เอ็งเป็นอะไรไหม?”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและชำเลืองมองไปยังกลุ่มชายชราที่อยู่ข้างหน้าเขาและพูดว่า “นี่มันอะไรกัน?..ถึงแม้ว่ามันเป็นกับดักแต่อย่างน้อยๆผมก็ควรจะได้รับอนุญาตให้พูดอะไรสักคำบ้างไม่ใช่เหรอ?..นี่พวกคุณต้องการฆ่าผมโดยไม่ให้ผมพูดอะไรสักคำเลยเนี่ยนะ..มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”
“เสี่ยวเชียนอย่าพูดไร้สาระแบบนั้นสิ” หูวหนานเจียนยังคงขยิบตาให้เย่เชียนโดยตรง “ฉันคือปู่ของเอ็งไม่ใช่เหรอ”
“ปู่?..จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง..คุณปู่ของผมอยู่ที่บ้านและชื่อของเขาคือเย่เจียอู๋” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชา “คุณต้องอธิบายให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นไม่อย่างนั้นผมจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆแน่ๆ..แต่ถ้าพวกคุณต้องการจะฆ่าผมจริงๆล่ะก็รีบลงมือซะและอย่าให้ผมรอดไปจากที่นี่ได้ไม่อย่างนั้นพวกคุณได้มีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าตกนรกแน่”
“ตบ!” หูวหนานเจียนตบโต๊ะอย่างแรงและพูดด้วยความโกรธว่า “เอ็งจะก่อกบฏงั้นเหรอ?..เอ็งคิดจริงๆเหรอว่าพวกเราไม่กล้าฆ่าเอ็งน้ะ..อย่าคิดว่าเครือน่านฟ้าของเอ็งจะมีสถานะบางอย่างในจีนตอนนี้..เอ็งไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะต่อสู้ประเทศทั้งประเทศหรอกนะ”
เย่เชียนพูดว่า “จริงเหรอ?..ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูสิ..เมื่อก่อนเราสามารถสร้างความวุ่นวายทางการเงินในทวีปอเมริกาใต้ได้ดังนั้นเราก็สามารถสร้างความวุ่นวายทางการเงินในจีนได้เหใอนกัน..มีกี่ประเทศในโลกที่จ้องจะล้มล้างประเทศจีนอยู่?..คุณน่าจะชัดเจนกว่าผมใช่ไหม..ถ้าไม่เชื่อผมก็ลองดูสิ”
“เอ็ง..” หูวหนานเจียนพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
ชายชราผมหงอกเพียงแค่โบกมือให้หูวหนานเจียนหยุดพูดและเขาก็ยิ้มและพูดว่า “เด็กๆสมัยนี้อารมณ์ร้อนไม่เหมือนกับตอนที่เรายังเด็กเลยนะฮ่าๆ” จากนั้นเขาก็หันไปมองเย่เชียนและชายชราผมหงอกก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นมันคือความเข้าใจผิดเพราะมันอาจเป็นเพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของเอ็งดังนั้นพวกเขาจึงลงมือเพื่อรักษาสถานการณ์ของที่นี่เอสไง้..เอ็งได้รับบาดเจ็บและพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกันเพราะงั้นฉันคิดว่าเราควรจะปล่อยเรื่องผ่านไปและฉันก็ขอโทษเอ็งแทนพวกเขาด้วย”
เขาอยู่ในราชการมาหลายปีและเป็นเรื่องปกติที่เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่สามารถบรรลุตำแหน่งปัจจุบันได้ โดยธรรมชาติแล้วเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างหูวหนานเจียนและเย่เชียนเป็นอย่างไรและแน่นอนว่าเขายังเข้าใจด้วยว่าสิ่งที่หูวหนานเจียนทำในตอนนี้เป็นเพียงการแสดงเท่านั้นและเขาจะไม่จริงจังกับมัน ในแง่ของกลยุทธ์เขามีวิธีการเป็นของตัวเองโดยธรรมชาติ
ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะโกรธมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่ตอนนี้เขาก็มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าและนอกจากนี้ด้วยสถานะที่สูงส่งแบบนี้ของพวกเขาเย่เชียนก็รำคาญเกินกว่าจะวุ่นวาย ดังนั้นเย่เชียนจึงเดินไปที่เก้าอี้และนั่งลงพร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า “เลิกคุยเรื่องน่ารำคาญกันดีกว่า..มาเข้าเรื่องกันเถอะ..ผมยังมีเรื่องต้องจัดการอีกมากพวกคุณเองก็เหมือนกันใช่ไหมเพราะเมืองหลวงวุ่นวายแบบนี้พวกคุณคงไม่มีเวลามาพูดไร้สาระกับผมหรอก”
หูวหนานเจียนจ้องไปที่เย่เชียนและไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้เกี่ยวกับเขาเพราะสิ่งที่เขาทำในตอนนี้คือการแสดงเท่านั้น อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็เป็นสามีของหลานสาวของเขาดังนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเย่เชียนที่นี่หลานสาวของเขาจะไม่เสียใจหรอกเหรอ?
เย่เชียนทำราวกับว่าเขาไม่เห็นโดยไม่สนใจการจ้องมองของหูวหนานเจียนเลย ในความเป็นจริงเย่เชียนไม่ต้องการให้หูวหนานเจียนรู้สึกอับอายดังนั้นเขาจึงแสดงท่าทางเช่นนั้น
“ถึงยังไงเย่เชียนก็ยังคงเป็นห่วงประเทศของเรามากและถ้าทุกคนเป็นเหมือนคุณเย่ล่ะก็ประเทศของเราคงจะแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรืองไปตั้งนานแล้ว” ชายชราสวมแว่นตาขอบทองยิ้มและพูด
“ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอย่างผมแต่มันขึ้นอยู่กับทุกคนที่นี่และพวกคุณคือผู้กำหนดอนาคตของประเทศจีนและควบคุมชีวิตและความตายของประชาชน” เย่เชียนพูด “ถ้าพวกคุณต้องการให้ประเทศจีนรุ่งเรืองและแข็งแกร่งล่ะก็พวกคุณต้องกวาดล้างข้าราชการทุจริตและเอาเงินมากองเพื่อไปพัฒนาประเทศเพื่อส่วนรวม”
“ที่พวกเราเรียกคุณมาที่นี่วันนี้เพราะมีเรื่องจะคุยกับคุณ” ชายชราผมหงอกพูด “เราได้รับข่าวว่าฐานประจำการของกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ประจำการอยู่ในประเทศอินเดียถูกโจมตีเมื่อคืนนี้และไม่มีใครรอดมาได้เลยสักคน..ตอนนี้รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาค่อนข้างโกรธและสั่งให้ประเทศอินเดียอธิบายเหตุผลที่เหมาะสมที่สุด..แต่ตามที่ประเทศอินเดียระบุว่ามีการวางแผนโดยองค์กรกบฏของประเทศและพวกเขาก็กำลังปราบปรามองค์กรเหล่านี้อย่างเต็มกำลัง”
เย่เชียนได้แจ้งให้หลี่เหว่ยทราบเกี่ยวกับการกระทำของพวกเขาเมื่อคืนนี้โดยมีการจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าและโดยธรรมชาติจะไม่มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ด้วยความช่วยเหลือขององค์กรศิห์ชาห์แล้วการโจมตีของหลี่เหว่ยจึงราบรื่นขึ้นมากเพราะองค์กรศิห์ชาห์ได้ตัดแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าของฐานประจำการและฐานทัพทั้งหมดก็มืดและสูญเสียการป้องกันไปอย่างสมบูรณ์แบบ ตามแผนก่อนหน้านี้องค์กรศิห์ชาห์จะมอบอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อสนับสนุนประเทศสหรัฐอเมริกา
เย่เชียนไม่แสดงความคิดเห็นใดๆและพูดเบาๆว่ “ทำไมคุณถึงบอกเรื่องนี้กับผมล่ะ..ผมขี้เกียจเกินไปที่จะวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้และผมก็ไม่มีกำลังมากพอที่จะทำอะไรพวกเขาด้วย”
“สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือในเวลาเดียวกันนั้นคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกาถูกเจาะระบบและมีการฉายเอ่อ…ภาพยนตร์อนาจารจากประเทศญี่ปุ่นจำนวนมากถูกใส่เข้าไปแทน” ชายชราสวมแว่นขอบทองพูดแต่ไม่รู้จะทำยังไงหรือพูดแบบไหน “และที่สำคัญกว่านั้นไม่มีดาวเทียมของประเทศไหนถ่ายภาพในคืนนั้นได้เลยและจากข้อมูลดาวเทียมขณะนั้นมีข้อมูลการรบกวนเป็นระลอกๆด้วย”
“ทำไมล่ะ..พวกคุณสงสัยเลยว่าผมเป็นคนทำงั้นเหรอ?” เย่เชียนยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดว่า “พวกคุณประเมินผมสูงเกินไปจริงๆผมไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก..แต่ก็นะมันไม่สำคัญหรอกถ้าพวกคุณจะกระจ่ายข่าวไปแบบนั้นเพราะการพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้มันสามารถเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับเขี้ยวหมาป่าของผมได้”
“ไม่สำคัญว่าคุณจะทำหรือเปล่า” ชายชราผมหงอกพูด “พวกเรารู้ว่าเขี้ยวหมาป่าของคุณมีอำนาจมากในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปตะวันออกและพวกเราก็หวังว่าคุณจะทำบางอย่างเพื่อประเทศและหาทางแทรกซึมเข้าไปในประเทศอินเดียได้”
“คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม?” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “เขี้ยวหมาป่าของผมไม่ใช่องค์กรสายลับและนอกจากนี้เราก็มีวิธีการและแผนการทำสิ่งต่างๆของเราเองและผมก็ไม่ต้องทำเพียงเพราะพวกคุณสั่ง..เพราะสิ่งสำคัญคือเซี่ยเฟยผู้นำองค์กรศิห์ชาห์ในประเทศอินเดียและผมก็เป็นเพื่อนเขาเพราะงั้นถ้าพวกคุณต้องการให้ผมแทรกซึมเข้าไปในอำนาจของเขาในดินแดนของเขานั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการให้ผมหักหลังเพื่อนของผมน่ะสิ?”
การที่เย่เชียนและเซี่ยเฟยเป็นเพื่อนกันนั้นข่าวนี้ทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างมากแต่ก็ทำให้พวกเขาทราบข้อมูลสำคัญมากเช่นกัน ชายชราผมหงอกก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “แน่นอนว่าเราไม่ได้ต้องการให้คุณเป็นสายลับแต่พวกเราหวังว่าคุณจะร่วมมือกับประเทศอินเดียได้เพราะตอนนี้ประเทศจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากประเทศต่างๆอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างต่อเนื่องเพราะงั้นเราต้องปรองดองกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้โดยเร็วที่สุดและนอกจากนี้เราก็รู้บางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้ทำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วยและพวกเราก็เชื่อว่ามันไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับคุณใช่ไหม”
“ใช่..ผมมีอิทธิพลที่นั่นและผมก็รู้จักผู้นำของหลายๆประเทศแต่ผมตัดสินใจอะไรแทนพวกเขาไม่ได้หรอก..การบรรลุข้อตกลงบางอย่างนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมตัดสินใจได้” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้ผมไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องแบบนี้เลยเพราะประเทศของเราก็ร่ำรวยมากและทำไมพวกคุณถึงไม่ให้เงินพวกเขาและพูดตรงๆไปเลยล่ะ?”
ประโยคสุดท้ายของเย่เชียนพร้อมคำเหน็บแนมทำให้พวกเขาอับอายขายหน้าและหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็แตะแขนของเย่เชียนที่อยู่ใต้โต๊ะโดยต้องการเตือนไม่ให้เขาพูดเรื่องไร้สาระ “ปู่สะกิดผมทำไม” เย่เชียนจ้องไปที่หวงฟู่ชิงเตี๋ยนและพูดว่า “สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่ความจริงเหรอ..มันสร้างความเสียหายให้กับประเทศเหล่านั้นได้หลายหมื่นล้าน..รากฐานของประเทศเราสร้างมาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”
“พวกเราคงไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้คุณฟังได้ในเวลาสั้นๆแบบนี้..แต่ทุกสิ่งที่เราทำในช่วงแรกก็เพื่อการเตรียมการสำหรับขั้นต่อไป” ชายชราผมหงอกพูด “ตอนนี้ขั้นตอนการเตรียมเกือบจะเรียบร้อยแล้วและถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มดำเนินการกันแล้ว..แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างต้องทำทีละขั้นตอนและคุณก็ไม่สามารถรีบเกินไปได้..คุณต้องเชื่อว่าเราจะไม่ประนีประนอมกับบางสิ่งและเราจะไม่ประนีประนอมกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเหล่านั้นอยู่แล้ว”
.
.
.
……………