ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1461 พบเหล่าผู้นำประเทศ ...............
ตอนที่ 1461 พบเหล่าผู้นำประเทศ
……………
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเย่เชียนมีทัศนคติที่เคารพต่อประเทศชาติมาเสมอ ดังนั้นเขาจึงสุภาพต่อชายชราที่อยู่เหนือเขามากและโดยพื้นฐานแล้วหากพวกเขาขอให้เย่เชียนทำอะไรเย่เชียนก็จะยังคงทำแต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเย่เชียนเป็นทาสของพวกเขาจริงๆและอยู่ในความเมตตาของพวกเขา ซึ่งในตอนนี้เย่เชียนอารมณ์ไม่ดีและถ้าพวกเขาต้องการพบเย่เชียนในตอนนี้เย่เชียนก็ต้องไปหาพวกเขาทันทีอย่างงั้นเหรอ?
เย่เชียนมีความคิดดีๆเสมอและเขาก็ต้องการให้ประเทศของเขาแข็งแกร่งขึ้นและมั่งคั่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงขยายกิจการของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปไปยังประเทศจีนและถ้าเบื้องบนไม่เห็นด้วยจริงๆก็ไม่เป็นไร ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้อิทธิพลของเย่เชียนก็มีอยู่ระดับหนึ่งแล้วและถึงเวลาที่จะแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวให้พวกเขาเห็นมิฉะนั้นพวกเขาจะคิดว่าตัวเองถูกควบคุมได้ง่ายและพวกเขาจะทำอะไรกับตัวเองก็ได้
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นผู้นำประเทศและไม่ว่าเอ็งจะคิดอะไรในใจเอ็งก็ควรไปพบพวกเขาไม่อย่างนั้น พวกเขาจะไม่สามารถละสายตาจากเอ็งไปได้และมันจะส่งผลเสียกันทุกคน”
“หืม..ถ้าพวกเขาคิดจะจัดการกับผมเพียงเพราะเรื่องมารยาทหรือศักดิ์ศรีผมก็ไม่จำเป็นต้องไปที่นั่น” เย่เชียนพูด “ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วจักรพรรดิเหล่านั้นไม่สนใจตัวตนของพวกเขาเป็นการส่วนตัวเพื่อขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพหรอกนะ..ผมไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลยเพราะถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่แม่ทัพที่ดีแต่ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามใจพวกเขาเสมอไป”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนพูดต่อ “พวกเขาไม่ได้ใช้มันเพื่อทำให้ผมกลัวและสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือขับไล่ผมออกไปจากประเทศแต่พวกเขาไม่สามารถฆ่าผมได้อยู่ดี..พวกเขาน่าจะรู้ดีว่าถ้าหากผมออกจากประเทศจีนไปมันจะส่งผลกระทบยังไงต่อประเทศบ้าง..ไม่ต้องพูดถึงอำนาจของสำนักม่อจื๊อในรัฐบาลเลยเพราะกองกำลังใต้ดินทั่วประเทศจะยุ่งเหยิงและเศรษฐกิจก็จะปั่นป่วนเมื่อเครือน่านฟ้ากรุ๊ปของยกเลิกการลงทุนในจีนและจะมีกี่คนที่ต้องตกงานหลังจากนั้นความเกลียดชังของพวกเขาจะมุ่งไปที่รัฐบาลอย่างแน่นอน..แบบนั้นปู่ว่าพวกเขาจะทนได้ไหม”
สิ่งที่เย่เชียนพูดเป็นความจริงเพราะเครือน่านฟ้ากรุ๊ปครอบคลุมธุรกิจในประเทศจีนอย่างน่าอัศจรรย์และเมื่อเครือน่านฟ้ากรุ๊ปถอนตัวออกไปจะมีคนตกงานกี่คน? มันค่อนข้างที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเย่เชียนก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่จุดนี้เท่านั้น
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “มันไม่ขนาดนั้นหรอกเพราะงั้นเอ็งก็ไม่ควรจะสร้างปัญหาอะไรให้ยุ่งยาก..นอกจากนี้เอ็งชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการทำสิ่งต่างๆของประเทศจีนเพราะงั้นหากพวกเขาตั้งใจที่จะจัดการกับเอ็งจริงๆฉันกับตาแก่พวกนั้นคงจะไม่ยอมอยู่เฉยๆหรอก”
“นี่ไม่ได้ขู่ผมใช่ไหม” เย่เชียนตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า “ผมเกลียดคนที่กล้าข่มขู่ผมที่สุด..ถ้าปู่พูดอย่างนั้นผมจะไม่ไปจริงๆผมอยากเห็นว่าพวกเขาจะทำยังไงเพื่อจัดการกับผมและนอกจากนี้อย่าลืมตัวตนของปู่สิ..ปู่เป็นสาวกของสำนักม่อจื๊อและอย่าลืมจุดประสงค์ของสำนักม่อจื๊อสิว่าปู่ไม่ได้รับใช้พวกเขาแต่เพื่อประเทศชาติ”
“แน่นอนฉันเข้าใจเรื่องนี้ดี” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูด “เอ็งอย่าไปคิดมากเพราะพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะปฏิบัติกับเอ็งเหมือนทาสและนอกจากนี้หูวหนานเจียนยังเป็นปู่ของเอ็งด้วยเพราะงั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ต้องปกป้องเอ็งใช่ไหม?..ตาแก่ในรัฐบาลน่ะพวกเขามีตัวตนและตำแหน่งที่สูงมากและมันจะลำบากถ้าพวกเขาออกมาที่สาธารณะเพราะงั้นเอ็งอย่าทำอะไรให้มันยุ่งยากจะได้ไหม?”
เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ก็ได้ๆ..ปู่พูดจนคอแห้งแล้วและถ้าผมไม่ตกลงมันก็จะดูไม่ให้เกียรติปู่เกินไป..เห็นแก่ปู่ที่คอยดูแลผมมาหลายปีเพราะงั้นผมจะฟังที่ปู่พูดก็ได้..แต่ปู่บอกผมได้ไหมว่าพวกเขาอยากพบผมทำไม”
“เอ็งจะรู้เองเมื่อเอ็งไปพบพวกเขา..ฉันเองก็เดาไม่ได้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูด “เอ็งต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เมื่อถึงเวลาและอย่ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพวกเขานะรู้ไหม..พวกเขาไม่รู้นิสัยของเอ็ง..แต่ฉันน่ะรู้ดีว่าต่อให้เอ็งตะคอกใส่ฉันแบบนี้ฉันก็รู้ว่าเอ็งไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่พวกเขาน่ะไม่รู้และมันไม่ดีถ้ามีการเข้าใจผิดกันเอ็งเข้าใจใช่ไหม””
“ถ้าเข้าใจผิดก็แค่เข้าใจผิด” เย่เชียนพูด “เอาเถอะปู่ออกไปรอผมข้างนอกก่อนเดี๋ยวผมขอขึ้นไปคุยกับโรวโร่วเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องกังวล”
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพยักหน้าและชำเลืองมองเซี่ยเฟยแล้วยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณเซี่ยมีธุระอะไรในประเทศจีนหรือเปล่า..ถ้ามีก็บอกฉันมาได้เลยถ้ามีอะไรที่ฉันพอช่วยได้ฉันจะช่วย” ในฐานะผู้อำนวยการของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาตินั้นหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี เพราะถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะถูกกล่าวว่าเป็นผู้นำองค์กรศิห์ชาห์แต่จริงๆแล้วเซี่ยเฟยเป็นถึงผู้ปกครองที่แท้จริงของประเทศอินเดียและตัวตนนี้ก็ค่อนข้างพิเศษดังนั้นหวงฟู่ชิงเตี๋ยนจึงต้องการที่จะป้องกันเอาไว้อย่างเคร่งครัด
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนยิ้มเจื่อนๆและพูดว่า “ยังไงก็เถอะคุณเซี่ยถือได้ว่าเป็นแขกคนสำคัญจากต่างแดนเพราะงั้นฉันควรจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณเซี่ยอย่างเป็นทางการ”
“มันคงไม่ง่ายเหมือนงานเลี้ยงทั่วๆไปหรอกใช่ไหมครับ” เซี่ยเฟยยิ้มและพูดว่า “ถ้าคุณต้องการคุยกับผมเกี่ยวกับการทูตระหว่างประเทศคุณก็เลิกล้มความคิดไปได้เลยเพราะผมไม่ได้มีความสนใจในเรื่องพวกนี้..แต่ถ้าคุณต้องการจะคุยเรื่องนั้นจริงๆคุณก็สามารถคุยกับเย่เชียนได้เลย..เพราะเขาสามารถตัดสินใจแทนผมได้”
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดมาก่อนและดูเหมือนว่าเย่เชียนจะเกินความคาดหมายของเขาไปจริงๆเพราะแม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังยืนอยู่ฝั่งเย่เชียน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งและควรจะรีบบอกเบื้องบนโดยด่วนเพราะบางทีพวกเขาอาจสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีกับประเทศอินเดียได้ซึ่งมันสำคัญมาก
“ดูเหมือนว่าคุณเซี่ยกับเย่เชียนจะสนิทสนมกันดีเลยนะ” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “วันนี้ฉันรีบมากเพราะงั้นฉันหวังว่าคราวหน้าจะได้คุยกับคุณเซี่ย..ฉันเคยเจอกับอาจารย์ของคุณเซี่ยแต่ไม่คิดมาก่อนว่าลูกศิษย์ของเขาจะเป็นคนพิเศษในตอนนี้”
เซี่ยเฟยยิ้มจางๆแต่ไม่ได้พูด
เย่เชียนเก็บข้าวของและไปที่ห้องของหลินโรวโร่วและปลุกเธอจากนั้นก็พูดกับเธอสองสามประโยคและบอกให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ หลินโรวโร่วยังถามเกี่ยวกับเรื่องของผู้อำนวยการฉีและเย่เชียนก็ตอบอย่างคลุมเครือแต่หลินโรวโร่วก็คาดเดาตามปกติและไม่ได้ถามคำถามต่อไป
หลังจากพูดไม่กี่คำเย่เชียนก็ลุกขึ้นและจากไป เย่เชียนลงไปชั้นล่างและไปหาหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและทั้งสองก็เข้าไปในรถแล้วตรงไปยังอาคารรัฐบาลกลาง สำหรับเซี่ยเฟยนั้นเย่เชียนไม่ต้องกังวลเลยเพราะเพื่อนคนนี้น่าจะอยู่ที่ไหนก็ได้และมีอู๋หวนเฟิงคอยดูแลเขาแล้วดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
รถแล่นช้ามากและเย่เชียนก็ไม่พูดตลอดทางและเอนตัวพิงเบาะรถโดยหลับตาราวกับว่าเขาหลับ หวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้เมื่อรู้ว่าเย่เชียนไม่ต้องการคุยกับเขาดังนั้นเขาจึงไม่รบกวนเย่เชียนและหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเช่นกัน
เย่เชียนหลับไปโดยไม่รู้ตัวและเมื่อเขาลืมตารถก็หยุดที่อาคารรัฐบาลบริเวณทำเนียบจงหนานไห่กลางแล้ว เย่เชียนมองไปรอบๆเห็นได้ชัดว่ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆอยู่มากมายจากทิศทางต่างๆและชมเชยอย่างลับๆ ‘การป้องกันที่นี่แน่นหนามาก’
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูดว่า “มีปรมาจารย์ระดับสูงอยู่ที่นี่มากมายและพวกเขาทั้งหมดเป็นเหมือนยาฉะ”
เย่เชียนหยุดเล็กน้อยและพูดว่า “ทำไมถึงมีหน่วยมังกรพิทักษ์อยู่ที่นี่ล่ะ?..เป็นไปได้ไหมว่าวันนี้มีงานเลี้ยงใหญ่สำหรับผมและเบื้องบนจะไม่ปล่อยให้ผมกลับไปแบบมีชีวิต?”
“อย่าคิดมาก..นี่เป็นเพียงการเตรียมการประจำวันและนอกจากนี้ฉันก็ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลคนของหน่วยนั้นสักหน่อย..อย่าหาว่าฉันวางแผนที่จะฆ่าเอ็งสิ” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูด
“ผมรู้ว่าปู่จะไม่ทำ” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเชื่อด้วยว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะฆ่าผมหรอก..เข้าไปข้างในกันเถอะ”
ระหว่างทางหลังจากตรวจสอบและปิดประตูหลายครั้งในที่สุดทั้งสองก็เดินไปที่ห้องประชุมและผลักประตูเดินเข้าไป เย่เชียนเห็นว่ามีผู้สูงวัยห้าหรือหกคนนั่งอยู่ข้างในรวมทั้งหูวหนานเจียนด้วย พวกเขาล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่ปรากฏในข่าวและสื่อบ่อยครั้งและเย่เชียนก็รู้จักพวกเขาดี
สายตาของ ย่เชียนกวาดมองพวกเขาทีละคนและพยายามทำให้สติของเขาแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุดและต้องการแสดงให้พวกเขาเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนพยายามที่จะควบคุมสมาธิทันใดนั้นก็มีคนพุ่งเข้ามาหาเย่เชียนจากด้านหนึ่งและต่อยเย่เชียน อย่างแรง
จิตสังหาร! พวกเขารับผิดชอบความปลอดภัยของที่นี่และพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารบนตัวของเย่เชียนดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะละเลย เมื่อเห็นฉากนี้ชายชราเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจแต่มันก็สายเกินไปที่จะหยุดพวกเขาแล้วและพวกเขาทุกคนก็รู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวเพราะพวกเขารู้ถึงอารมณ์ของเย่เชียนและพวกเขาก็กังวลกับปัญหาที่ตามมา
ความเร็วของบุคคลนั้นเร็วเกินไปและเย่เชียนก็ไม่มีเวลาตอบสนองได้ทันและฝ่ายตรงข้ามที่แข็งแกร่งเหมือนยาฉะซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยมังกรพิทักษ์และถึงแม้ว่าจะไม่ทรงพลังเท่ายาฉะแต่เขาก็เป็นปรมาจารย์ระดับสูง เย่เชียนรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับความเร็วและเขาก็ไม่มีเวลาตอบโต้เลย ซึ่งในช่วงเวลาวิกฤตนั้นเย่เชียนก็รู้สึกเจ็บปวดที่ตาซ้ายของเขาและเลือดก็ไหลลงมาที่มุมตาของเขาทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงโอดครวญและร่างของชายคนนั้นก็ลอยขึ้นและล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ฉากนี้ทำให้ทุกคนถึงกับประหลาดใจและไม่มีใครเห็นได้ชัดเจนว่าเย่เชียนเคลื่อนไหวอย่างไร หวงฟู่ชิงเตี๋ยนผู้ซึ่งอยู่ข้างๆเย่เชียนก็รู้ชัดเจนว่าเย่เชียนยังไม่ได้ทำอะไรเลยแต่เมื่อหวงฟู่ชิงเตี๋ยนเห็นคราบเลือดจากตาซ้ายของเย่เชียนแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและดูเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้เพราะสถานการณ์ของเย่เชียน คล้ายกับคนที่เขารู้จักซึ่งเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเท่าที่เขารู้ยาฉะนั้นมีพลังแบบนี้อยู่และนี่คือพลังของยาฉะใช่ไหม?
.
.
.
……………