ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1464 เซี่ยเฟยอยากได้ลูกศิษย์
ตอนที่ 1464 เซี่ยเฟยอยากได้ลูกศิษย์
……………
หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะมันเกือบจะผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว “ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกผู้ว่าจ้างว่าภารกิจนี้ถูกยกเลิกแล้ว” หลินเฟิงพูด
“เดี๋ยวก่อน!” เย่เชียนพูด “อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย..เพราะถ้าพี่หลินพูดตอนนี้อีกฝ่ายจะหาคนอื่นมาจัดการกับพอลบิลล์อย่างแน่นอน..เอาไว้ค่อยหลังจากที่เราไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วพี่หลินค่อยไปยกเลิกข้อตกลงกับผู้ว่าจ้า..เอาล่ะตอนนี้เราต้องไปเตรียมตัวกันแล้ว”
“ตกลกเอาตามที่นายว่าเลย” หลินเฟิงพูด “เป็นสิ่งที่ดีที่นายโทรมาก่อนไม่อย่างนั้นถ้าฉันฆ่าเขาไปมันก็ยากที่จะอธิบายให้นายฟัง..ดูเหมือนว่าฉันจะทำภารกิจอะไรในอนาคตฉันต้องคุยกับนายก่อนซะแล้ว”
“ผู้นำองค์กรเซเว่นคิลพูดแบบนี้ผมก็รู้สึกปลื้มใจมาก” เย่เชียนพูด “พี่ควรนำองค์กรเซเว่นคิลไปสู่แนวทางที่ถูกต้องและทำงานนักฆ่าให้น้อยลง”
“บางครั้งเราก็ยังต้องทำอะไรบางอย่างไม่อย่างนั้นมือและเท้าของเราคงจะขึ้นสนิม” หลินเฟิงพูด “เอาเถอะอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้กันเลย..เอาไว้ค่อยคุยกันหลังจากไปถึงเซี่ยงไฮ้กันแล้วก็แล้วกัน”
“โอเค!” เย่เชียนตอบแล้ววางสายไปและเปิดประตูห้องน้ำ จากนั้นเย่เชียนก็พบหลินโรวโร่วยืนอยู่ข้างนอกจนเย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและยิ้มอย่างขอโทษแล้วพูดว่า “คุณต้องการเข้าห้องน้ำเหรอ..ผมขอโทษนะฮ่าๆ”
“คุณจะไปอีกแล้วเหรอ” หลินโรวโร่วพูด
“ใช่!” เย่เชียนพยักหน้าและพูดว่า “พวกทหารรับจ้างอินทรีขาวจากสหรัฐอเมริกาท้าทายเราหลายครั้งและผมก็ต้องสอนบทเรียนให้พวกเขาและนอกจากนี้ผมเองก็เป็นห่วงไป๋ฮวยมากแต่คุณไม่ต้องกังวลไปนะเพราะผมต้องไปดูและตรวจสอบสถานการณ์ในประเทศวสหรัฐอเมริกาด้วย..พวกเราเคลื่อนไหวกันบ่อยมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องดูสถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาบ้าง”
“คุณมักจะรีบร้อนอยู่เสมอคุณควรใส่ใจร่างกายและสุขภาพของคุณให้มากกว่านี้” หลินโรวโร่วพูด “ฉันรู้ว่าไม่มีใครสามารถหยุดคุณจากสิ่งที่คุณอยากทำได้แต่คุณต้องคิดให้มากกว่านี้ด้วย..ฉันอาจเห็นแก่ตัวที่จะพูดแบบนี้แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับพวกเราเลย”
เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและก้าวไปข้างหน้าเพื่อพยุงไหล่ของหลินโรวโร่วและพูดว่า “ผมขอโทษ..ฉันละเลยคุณมาหลายปีแล้วและผมก็รู้สึกผิดต่อคุณเสมอ..แต่ผมหวังว่าคุณจะสนับสนุนผมเพราะอีกไม่กี่ปีเมื่อผมจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จผมจะรู้สึกอุ่นใจและจะคอยปกป้องคุณทุกวันจากนี้ไปและจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีก”
“ฉันไม่ได้โทษคุณ” หลินโรวโร่วพูด “ฉันแค่คิดว่าคุณทำงานหนักมากและคุณมักจะทำสิ่งที่อันตรายมากเสมอดังนั้นเราจึงไม่สบายใจ..แต่ถ้าคุณมีบางอย่างที่ต้องทำคุณก็ต้องระวังให้มากและเมื่อถึงเวลที่คุณปล่อยวางทุกสิ่งได้คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทีอีกต่อไป”
“ใช่!” เย่เชียนพยักหน้าอย่างหนักและพูดว่า “ผมรู้..คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก..ร่างกายของผมเป็นเหล็กและไม่มีใครทำอะไรผมได้..ผมสัญญากับคุณว่าอย่างน้อยๆอีกห้าปีจากนี้ไม่ว่าทุกอย่างจะสำเร็จหรือไม่ผมก็ไม่สนเรื่องพวกนี้แล้วและจะไปหาที่ที่มีความสุขกับชีวิต”
หลินโรวโร่วทราบดีถึงนิสัยของเย่เชียนและรู้ว่าไม่ว่าเธอจะพูดอะไรความคิดของเย่เชียนก็จะไม่เปลี่ยนแปลงและการพูดมากเกินไปจะทำให้หัวใจของเย่เชียนรู้สึกหนักอึ้งมากขึ้น ดังนั้นหลินโรวโร่วจึงไม่พูดอะไรอีกและเธอก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ทำสิ่งต่างๆให้ดีและคุณก็ต้องระมัดระวังให้มากนะ”
“เข้าใจแล้วตอนนี้คุณกลายเป็นผู้หญิงขี้แงไปแล้วนะ” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มและตั้งใจปรับเปลี่ยนบรรยากาศ
หลินโรวโร่วกลอกตาไปมาและพูดว่า “คุณเองก็เหมือนผู้หญิงที่ขี้บ่นอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน” หลังจากหยุดไปชั่วคราวหลินโรวโร่วพูดต่อ “ยังไงก็เถอะการพูดคุยของคุณกับผู้อำนวยการฉีเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดี..เราคุยกันอย่างราบรื่น” เย่เชียนพูด “เขารู้สึกประทับใจในตัวพวกเราและเห็นถึงความพยายามของจิตอาสาดังนั้นเขาจึงตัดสินใจบริจาคจากเงินของตัวเองแทน”
หลินโรวโร่วไม่ใช่คนโง่และเธอก็รู้จักเย่เชียนดีดังนั้นเธอจึงรู้ว่าสิ่งที่เย่เชียนพูดไม่เป็นความจริงแต่เธอก็ไม่ใส่ใจที่จะรู้ความจริงเพราะสิ่งต่างๆได้เกิดขึ้นแล้วและมันก็สายเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลง “พักผ่อนอีกสักคืนนะและพรุ่งนี้เช้าเราจะกลับไปที่เซี่ยงไฮ้กัน” เย่เชียนพูด
หลินโรวโร่วพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรมาก เมื่อเธอทำสิ่งต่างๆเธอจะมีพลังและแข็งแกร่งแต่ต่อหน้าเย่เชียนเธอจะดูเหมือนนกตัวเล็กๆเสมอ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเย่เชียนถึงชอบหลินโรวโร่วมาก
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียน,หลินโรวโร่ว,เซี่ยเฟยและอู๋หวนเฟิงก็ขับรถกลับไปที่เมืองเซี่ยงไฮ้
ออกเดินทางเวลาเจ็ดโมงเช้าและมาถึงเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อเวลาหนึ่งทุ่มตรง ซึ่งการขับรถประมาณ 12 ชั่วโมง จากทางด่วนเมืองปักกิ่งถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ก็สะดวกมากตลอดทางและเมื่อขึ้นทางด่วนเย่เชียนก็มองไปที่ด่านเก็บเงินอย่างตั้งใจและด่านเก็บเงินก็ปิดทำการและนั่นทำให้เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อพวกเขากลับมาที่บ้านและเข้าไปในบ้านและก่อนที่เย่เชียนจะได้แนะนำเซี่ยเฟยให้รู้จักกับฉินหยูนั้นเจ้าตัวเล็กเย่ห่าวหรานก็วิ่งออกจากบ้านคว้ามือเย่เชียนและพาเย่เชียนเข้าไปในห้องของเขา สิ่งนี้ทำให้ทั้งฉินหยูและหลินโรวโร่วประหลาดใจและสงสัยว่าเย่เชียนกับเย่ห่าวหรานนั้นสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่? เย่เชียนก็งุนงงเช่นกันและเขายิ้มให้เซี่ยเฟยและพูดว่า “เซี่ยเฟยนั่งพักก่อน..ฉินหยูช่วยดูแลเซี่ยเฟยด้วย”
ทันทีที่สิ้นเสียงเย่เชียนก็ถูกลากเข้าไปในห้องจากนั้นเย่ห่าวหรานก็ปิดประตูไปทันที “ฉันต้องขอโทษจริงคุณเซี่ยอย่าถือสาเด็กน้อยเลย..คุณเซี่ยเชิญนั่งลงก่อน..คุณอยากดื่มอะไรไหมจะชาหรือกาแฟดีคะ” ฉินหยูกวักมือบอกให้เซี่ยเฟยนั่งลง
จากนั้นเย่หลินก็โน้มตัวไปข้างหน้าเซี่ยเฟยและมองเขาจากหัวจรดเท้าแล้วพูดว่า “อย่าไปถือสาเจ้านั่นเลย..ว่าแต่หนูไม่เคยเห็นคุณมาก่อนคุณคือเพื่อนใหม่ของพ่อเหรอคะ?”
“หลินหลินอย่าเพิ่งไปกวนคุณอาสิ” ฉินหยูมองเย่หลินแล้วพูด
เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ..เด็กคนนี้เธอค่อนข้างคล้ายกับเย่เชียนจริงๆ” จากนั้นเขาก็หันมองไปที่เย่หลินและพูดว่า “เพื่อนของพ่อหนูน่ะมีตั้งมากมายแล้วหนูรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นเพื่อนใหม่ของพ่อเธอล่ะ”
“พ่อของหนูมาจากบ้านนอกและไม่เข้าใจเรื่องมารยาทหรอก..เพราะงั้นถ้าคุณไม่ใช่เพื่อนของพ่อหนูพ่อก็คงจะไม่มีมารยาทกับคุณอาขนาดนี้เพราะงั้นหนูก็เลยเดาเอาว่าคุณอาน่าจะเป็นเพื่อนใหม่ของพ่อหนู” เย่หลินพูด
เซี่ยเฟยผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “สาวน้อยมีสายตาและทักษะการวิเคราะห์ที่ดีและดีกว่าพ่อของหนูมากด้วยฮ่าๆ”
“คุณเซี่ยอย่าไปชมเธอแบบนั้นสิคะ..เด็กคนนี้เป็นเด็กฉลาดและเจ้าเล่ห์มากเลยล่ะ” ฉินหยูยิ้มอย่างใจดีและพูด
“ไม่เป็นไรหรอกครับ..ผมคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างน่ารักเลย” เซี่ยเฟยหัวเราะเบาๆจากนั้นก็หันไปมองที่เย่หลินแล้วพูดว่า “สาวน้อยหนูอยากเป็นลูกศิษย์ของฉันไหม?”
เย่หลินกระพริบตาแล้วพูดว่า “อะไรนะคะ?
“ก็ถ้าหนูอยากแข็งแกร่งฉันจะสอนให้หนูเอง” เซี่ยเฟยพูด “หนูคงไม่ได้มองว่าฉันอ่อนแอใช่ไหม?”
“นั่นไม่เป็นความจริงเลยเพราะเพื่อนๆของพ่อหนูหลายคนเป็นปรมาจารย์นักสู้กันทั้งนั้นและดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขอให้คุณอาเป็นอาจารย์ของหนู..นอกจากนี้หนูเองก็เป็นผู้หญิงและมันไม่ง่ายเลยที่จะเรียนการต่อสู้แบบนั้นได้..เพราะงั้นสำหรับหนูแล้วมันไร้ประโยชน์มากและทุกวันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับมันสมองและรองลงมาคือความแข็งแกร่งต่างหากล่ะ” เย่หลินพูด
เซี่ยเฟยยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันจะสอนทักษะที่พ่อและอาๆของหนูไม่สามารถสอนหนูได้และยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่หนูได้เรียนรู้มันแล้วมันจะช่วยให้หนูไม่ต้องเจอกับปัญหามากมายในอนาคต..เป็นไงล่ะสนใจไหม?”
เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยและมองไปที่ฉินหยูแล้วพูดว่า “สาวน้อยคนนี้ค่อนข้างน่ารักเลยทีเดียว..จะเป็นอะไรไหมถ้าผมขอคุยกับเธอตามลำพัง” ฉินหยูตกตะลึงและหันไปมองอู๋หวนเฟิงเพราะแวบแรกเธอไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยเป็นคนแบบไหนและเธอก็ไม่รู้ว่าเซี่ยเฟย มีความสัมพันธ์แบบไหนกับเย่เชียน ดังนั้นเธอจึงต้องการถามอู๋หวนเฟิงก่อน ซึ่งหลังจากอู๋หวนเฟิงพยักหน้าแล้วฉินหยูก็พูดว่า “ถ้างั้นทำไมถึงไม่ไปคุยกันที่สวนหลังบ้านล่ะ”
เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ขอบคุณครับ” จากนั้นก็มองไปที่เย่หลินและพูดว่า “เป็นไง..หนูกล้าที่จะออกไปคุยกับฉันข้างนอกไหม?”
“นี่คือบ้านของหนู..เพราะงั้นหนูไม่กลัวคุณอาหรอก” เยหลินยกคอของเธอขึ้นและเดินนำออกไป ส่วนเซี่ยเฟยก็ยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินตามไป
ภายนอกของบ้านเป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำตรงกลางมีร่มกันแดดและที่นั่งข้างสระว่ายน้ำ เย่หลินเดินไปนั่งลงแล้วเรียก เซี่ยเฟยให้นั่งลงและพูดว่า “ไม่มีใครอยู่ที่นี่เพราะงั้นคุณอามีอะไรจะพูดกับหนูหรอคะ”
เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “มาพนันกันไหม..ถ้าฉันเดาได้ว่าหนูกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้หนูจะต้องเป็นลูกศิษย์ของฉัน..หนูตกลงไหม?”
เย่หลินมองไปที่เซี่ยเฟยอย่างสงสัยและพูดว่า “ไม่เอา..หนูต้องรู้ก่อนว่าคุณอาจะสอนอะไรให้หนู”
“ฉันสามารถสอนวิธีอ่านใจคนได้และในอนาคตหนูจะสามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้ด้วยการมองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” เซี่ยเฟยพูด “ลองคิดดูสิสิ่งนี้มันน่าสนใจกว่าคนที่ต่อสู้เก่งใช่ไหมล่ะ?”
เย่หลินอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “จริงเหรอคะ?” เห็นได้ชัดว่าเย่หลินฉลาดมากเพราะเธอยังตระหนักได้ว่าเซี่ยเฟยจะพูดได้น่าดึงดูดใจเธอแค่ไหนและจะมีประโยชน์กับเธอยังไง
“แน่นอน!” เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าหนูไม่เชื่อฉันหนูก็สามารถทดสอบฉันได้เลย..ถ้าหนูเชื่อแล้วก็นับถือฉันเป็นอาจารย์ของหนูซะนะ”
เย่หลินกลอกตาไปมาและยิ้มจากนั้นก็พูดว่า “แล้วคุณอารู้ไหมว่าตอนนี้หนูคิดอะไรอยู่”
เซี่ยเฟยยิ้มแล้วพูดว่า “หนูนี่เจ้าเล่ห์ใช้ได้เลยนะ..หนูจงใจเปลี่ยนความคิดของหนู..แต่ก็ไม่มีประโยชน์หรอกเพราะไม่ว่าหนูจะซ่อนมันไว้ยังไงแต่ฉันก็รู้อยู่ดี..ตอนนี้หนูกำลังคิดว่าเย่ห่าวหรานพาพ่อของหนูไปทำอะไรในห้องใช่ไหมล่ะ”
.
.
.
……………