ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1465 การคาดเดา
ตอนที่ 1465 การคาดเดา
……………
เย่เชียนถูกเย่ห่าวหรานลากเข้าไปในห้องและเขาก็เหม่อไปชั่วขณะซึ่งไม่แน่ใจว่าเย่ห่าวหรานต้องการทำอะไร ทุกๆครั้งที่เย่เชียน กลับมาดูเหมือนว่าเย่ห่าวหรานคนนี้จะไม่คุ้นเคยกับเขามากนักแต่ความรู้สึกใกล้ชิดกันก็ยังคงอยู่ ดังนั้นทันทีที่เขากลับมาคราวนี้เย่ห่าวหรานก็พาเขาเข้าไปในห้องอย่างกระตือรือร้นซึ่งทำให้เย่เชียนปลื้มใจเล็กน้อย เย่เชียนได้ยินจากฉินหยูว่าห้องของเย่ห่าวหรานนั้นเขาไม่ค่อยให้ใครเข้าไปและแม้แต่ฉินหยูเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเย่ห่าวหรานก่อนยกเว้นเมื่อเขาต้องการให้ช่วยย้ายของที่เขาย้ายเองไม่ได้
“หนูจะกำลังทำอะไร?” เย่เชียนพูดด้วยความประหลาดใจ “พ่อสงสัยกับพฤติกรรมของหนูจริงๆพ่อทนไม่ไหวแล้ว”
“เอาจริงๆผมมีเรื่องสำคัญจะบอกพ่อ” เย่ห่าวหรานพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ
เย่เชียนแลบลิ้นเล็กน้อยและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับว่าเขาเป็นลูกชายของเย่ห่าวหรานแทน เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะเหงื่อออก “เอ่อ..พูดมาสิ!” เย่เชียนพูด “บอกพ่อทีว่ามีอะไร”
“ผมรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจอกับพวกสกายเน็ตจากคุณอาแจ็คก่อนหน้านี้และยังรู้ว่าเมื่อเร็วๆนี้พ่อได้ไปสู้กับพวกที่ชื่อว่าสกายเน็ต” เย่ห่าวหรานพูด “ซึ่งผมสามารถเข้าใจสถานการณ์และพบเบาะแสเล็กน้อยจากเรื่องที่เกิดขึ้น”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่ตกตะลึงไปชั่วขณะและไม่คาดคิดมาก่อนเลยเพราะเขากับพี่น้องเขี้ยวหมาป่ามากมายยังไม่สามารถหาเบาะแสใดๆได้แต่เย่ห่าวหรานคนนี้สามารถหาเงื่อนงำได้จริงๆงั้นเหรอ?
เย่ห่าวหรานชำเลืองมองเย่เชียนและพูดว่า “อะไรกัน?..พ่อไม่เชื่อผมหรอ..อนาคตคือโลกของเด็กรุ่นใหม่นะเพราะงั้นพ่อเองก็ต้องเชื่อผมสิ”
“จากการวิเคราะห์ของผม..ผมคิดว่าชายวัยกลางคนที่พ่อเคยเจอและจำหน้าเขาไม่ได้นั้นน่าจะเป็นผู้นำองค์กรสกายเน็ต” เย่ห่าวหรานพูด
“พ่อเองก็เดาแบบนั้นเหมือนกัน…” เย่เชียนพูด
“พ่อช่วยหยุดขัดจังหวะผมก่อนได้ไหม..ฟังผมก่อนสิ” เย่ห่าวหรานพูด เย่เชียนตกตะลึงและยิ้มอย่างมีเลศนัยและไม่ได้พูดอะไรต่อ เย่ห่าวหรานก็มองเย่เชียนด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจากนั้นก็พูดว่า “ผมคิดว่าพ่อควรกลับไปดูหลุมฝังศพของคุณปู่เพื่อดูว่ามีศพของคุณปู่อยู่ข้างในหรือเปล่า”
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งและถามด้วยความประหลาดใจ “นั่นหมายความว่าไง?”
“พ่อไม่เข้าใจหรอ” เย่ห่าวหรานพูด
“ลูกหมายความว่าผู้นำของคือคุณปู่ของลูกงั้นเหรอ?” เย่เชียนขมวดคิ้วและไม่อยากจะเชื่อเลย
“ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่าแต่สิ่งที่แน่นอนก็คือเขาต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณปู่” เย่ห่าวหรานพูด “ผมได้รู้บางอย่างเกี่ยวกับคุณปู่ในตอนนั้นและผมก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างคุณปู่จะตายในหลังจากการดวลกับฟู่ซื่อฉี..ถ้าคุณปู่ไม่ตายในตอนนั้นก็แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่รู้จักเกิดขึ้นเพราะงั้นผมคิดว่าพ่อควรกลับไปตรวจดูและบางทีพ่ออาจได้เงื่อนงำและเบาะแสบางอย่างก็ได้”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและเขาก็ไม่อยากเชื่อเลยเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนแต่มีครั้งหนึ่งเขาเคยสงสัยเหมือนกันว่าคนอย่างพ่อของเขาจะตายได้อย่างไรแต่ต่อมาสมาชิกในครอบครัวของเขารวมถึงแม่ของเขาก็ยืนยันเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงไม่สงสัยอีกต่อไป เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่เขาได้พบกับชายวัยกลางคนในชุดขาวเย่เชียนก็รู้สึกอบอุ่นในใจและเป็นความจริงอย่างที่เย่ห่าวหรานพูดว่าผู้นำขององค์กรสกายเน็ตอาจจะเป็นพ่อของเขาเย่เจิ้งหรานจริงๆก็ได้
“พ่อไม่ต้องคิดมากฃ..พ่อแค่กลับไปดูก่อน” เย่ห่าวหรานพูด “เป็นการดีที่สุดสำหรับพ่อที่จะพิสูจน์สิ่งนี้ด้วยตัวเองเพราะถ้ามีคนจำนวนมากเกินไปที่รู้เรื่องนี้ข่าวจะรั่วไหลออกไปได้ง่ายและเมื่อถึงเวลาผมเกรงว่ามันจะดึงความสนใจของสกายเน็ตและนอกจากนี้ผมก็แค่เดาเอาเท่านั้นผมไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นคุณปู่จริงๆหรือเปล่า..แต่ผมแน่ใจว่าเขาต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณปู่ดังนั้นเขาต้องรู้เรื่องของพ่อมากดังนั้นเขาสั่งให้คนของสกายเน็ตห้ามทำอะไรพ่อ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ลูกทำให้พ่อประหลาดใจจริงๆเพราะลูกได้ทำการวิเคราะห์ตามสิ่งที่ลูกได้ยินจากแจ็ค..พ่อเชื่อว่าความสำเร็จในอนาคตของลูกจะต้องแซงหน้าพ่ออย่างแน่นอน”
“ดีกว่าพ่อเหรอ?..ลืมมันไปเถอะผมไม่ได้คิดขนาดนั้น..พ่อใช้ชีวิตแบบนี้มาเหนื่อยแค่ไหนเพราะงั้นผมก็อยากใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกว่านี้และทำในสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น” เย่ห่าวหรานพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและลูบหัวของเย่ห่าวหรานแล้วพูดว่า “ไม่ว่าลูกจะทำอะไรพ่อก็จะสนับสนุนเสมอ..พ่อเชื่อว่าด้วยความสามารถของลูกชายของพ่อไม่ว่าจะทำอะไรลูกก็จะโดดเด่น”
“นั่นไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงบางอย่างก็แค่เล่นๆเพราะถ้าเราจริงจังเกินไปเราจะสูญเสียความสนุก” เย่ห่าวหรานพูด
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “เอาเถอะลูกจะทำอะไรก็ได้ตามที่ลูกต้องการ..พ่อเชื่อในตัวลูก..พ่อจะสบายใจได้เมื่อไม่ได้อยู่ใกล้ๆลูกและไม่ต้องห่วงลูก..ลูกรู้ใช่ไหมว่าลูกเป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัวเพราะงั้นเวลาที่ผมไม่อยู่บ้านลูกต้องดูแลแม่และน้องสาวนะรู้ไหม?”
“พ่อไม่จำเป็นต้องพูดหรอก..ผมรู้ว่าต้องทำอะไร..พ่อนั่นแหละที่ไม่เคยอยู่บ้านตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัวมาโดยตลอด” เย่ห่าวหรานพูด
เมื่อพวกเขาออกไปพวกเขาก็เห็นฉินหยูและหลินโรวโร่วนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่อู๋หวนเฟิงกับเซี่ยเฟยไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถามว่า “หือ?..แล้วหวนเฟิงกับเซี่ยเฟยล่ะ?..ทำไมพวกเขาถึงไม่อยู่ที่นี่?”
“ว่าแต่ทั้งสองคนไปคุยอะไรกันมาล่ะ” ฉินหยูลุกขึ้นเดินไปที่ด้านข้างของเย่ห่าวหรานและขณะที่พูดเธอก็ลูบหัวของเขา
“ไม่มีอะไรหรอกพ่อแค่บอกว่าพ่อเขาไม่ค่อยอยู่บ้านและบอกผมว่าผมเป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัวและควรจะดูแลแม่และน้องสาวให้ดี” เย่ห่าวหรานพูด
“หนูก็ควรฟังแม่ของหนูให้มากขึ้นในอนาคต” ฉินหยูพูดแต่มีรอยยิ้มที่ใจดีและมีความสุขบนใบหน้าของเธอ จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเย่เชียนและพูดว่า ” ออกไปแล้ว และเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะมีเวลาพักผ่อนสักหน่อย ดังนั้นเขาจึงอยากจะไปกับเพื่อนสาวของเขา”
“หวนเฟิงออกไปข้างนอก..อ๋อฉันเกือบลืมไปแล้วตอนนี้หวนเฟิงเขากำลังมีความรักน่ะ..ดูเหมือนว่าเธอคนนั้นจะแซ่สกุลเดียวกันกับคุณนะ..ฉินเฉินซีใช่ไหม” เย่เชียนพูด
“ใช่” ฉินหยูพูด “ฉันก็เคยเจอผู้หญิงคนนั้นแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก”
“แล้วเซี่ยเฟยล่ะ..หลินหลินด้วย..เธอดูตื่นเต้นมากทุกครั้งที่ผมกลับมาแต่ทำไมรอบนี้เธอไม่มาหาผมล่ะ” เย่เชียนพูดด้วยความประหลาดใจ
“หลินหลินไปที่สวนหลังบ้านกับคุณเซี่ย..ดูเหมือนเขามีเรื่องจะคุยกับเธอโดยบอกว่าเขาต้องการรับเธอเป็นลูกศิษย์” ฉินหยูพูด
“รับหลินหลินเป็นลูกศิษย์งั้นเหรอ?” เย่เชียนประหลาดใจอย่างมาก
ขณะที่พูดคุยกันอยู่เซี่ยเฟยและเย่หลินก็เดินเข้ามาจากข้างนอก จากนั้นเซี่ยเฟยก็เหลือบมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “เย่เชียน..ฉันตัดสินใจโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายก่อน..นายคงไม่รังเกียจที่ฉันจะรับลูกสาวของนายไปเป็นลูกศิษย์หรอกใช่ไหม?”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “มันวิเศษมากเลยล่ะถ้าเย่หลินมีนายเป็นอาจารย์ ฉันไม่คัดค้าน ตราบใดที่คุณไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ลำบาก”
“ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างซุกซนแต่เธอฉลาดมาก..ในอนาคตเธอจะเป็นสุดยอดวีรสตรีอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยยิ้มและพูดว่า
“ในอนาคต..หนูต้องฟังคำพูดของอาจารย์ให้ดีนะรู้ไหม..นี่คืออาจารย์และพ่อยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้อีกด้วยเพราะงั้นการที่เขารับหนูเป็นลูกศิษย์จึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ” เย่เชียนชำเลืองมองเย่หลินแล้วพูด
“อาจารย์กับหนูก็ได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นแหละ..เพราะการที่อาจารย์รับหนูเป็นศิษย์ก็ถือเป็นข้อดีของเขาเหมือนกัน” เย่หลินพูด
“ใช่!..ครั้งแรกที่ฉันเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้ฉันก็รู้สึกได้ว่าฉันถูกกำหนดมาให้ได้อยู่กับเธอ..บางทีมันอาจจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้” เซี่ยเฟยพูด “นายก็รู้ว่าคำสอนที่เราเชื่อจริงๆนั้นคล้ายกับศาสนาพุทธและเราทุกคนก็ให้ความสนใจกับความเชื่อของเรา..ซึ่งนี่อาจเป็นชะตากรรมระหว่างฉันกับเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ได้”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะการที่เซี่ยเฟยรับเย่หลินเป็นลูกศิษย์ของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเย่เชียนมาก ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยมีความสามารถแค่ไหนแต่ทักษะการต่อสู้ของเซี่ยเฟยนั้นไม่ธรรมดาและเขาก็ทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ชื่นชอบการต่อสู้มากจนสามารถบูชาเซี่ยเฟยเป็นอาจารย์ของเธอได้ ดังนั้นเซี่ยเฟยจะต้องมีทักษะพิเศษบางอย่างที่ทำให้เย่หลินสนใจมาก
“ใกล้จะถึงเวลาอาหารค่ำแล้วพวกคุณค่อยๆคุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวฉันจะไปทำอาหารให้” ฉินหยูพูด
“เย่เชียนโทรหาหวนเฟิงด้วยและบอกเขาว่าให้พาแฟนสาวมาทานอาหารค่ำที่นี่” เสียงของฉินหยูดังมาจากห้องครัวและเย่เชียน ก็พยักหน้าทันที
เมื่อเห็นสถานการณ์ที่มีความสุขและกลมเกลียวเช่นนี้เซี่ยเฟยก็ยิ้มและพูดว่า “เย่เชียนนายนี่โชคดีจริงๆที่มีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้..แฟนของนายแต่ละคนนี่เป็นภรรยาแบบอย่างเลยล่ะ”
“ใช่แล้ว..พ่อของหนูไม่ได้เรื่องเลยสักอย่างยกเว้นเรื่องผู้หญิงเพราะวิธีที่เขารับมือกับผู้หญิงนั้นยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ..พ่อน่ะเก่งเรื่องการล่อลวงแม่และป้าๆของหนูมาก” เย่หลินพูด
“ไร้สาระ..ล่อลวงอะไร..นั่นคือรักแท้ต่างหากล่ะ” เย่เชียนมองเย่หลินแล้วพูด
เซี่ยเฟยดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งที่พวกเขาพูดและเม้มปากจากนั้นก็พูดกับเย่หลินว่า “แล้วหนูไม่เข้าไปในครัวเพื่อช่วยป้าๆหรอ”
“ไม่ค่ะอาจารย์..หนูรู้ว่าอาจารย์คงจะอยู่อีกแค่สองสามวันเพราะงั้นอาจารย์ต้องรีบมาสอนหนู” เย่หลินพูด “อาจารย์คะ..ทำไมเราถึงไม่เริ่มกันตอนนี้เลยล่ะ”
.
.
.
……………