ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1468 พบกับหมาป่าผี (1)
ตอนที่ 1468 พบกับหมาป่าผี (1)
……………
หลังจากคุยกันสักพักทั้งสามก็แยกกันไปพักผ่อนเพราะหลังจากนั่งบนเครื่องบินเป็นเวลานานพวกเขาก็รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยจริงๆและตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้วดังนั้นจึงแยกกันไปพักผ่อนดีกว่า ซึ่งก่อนแยกกันเย่เชียนยังบอกให้หลินเฟิงติดต่อไป๋ฮวยเพื่อดูว่าเขาจะได้พบกับไป๋ฮวยที่นี่หรือไม่
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นพวกเขาทั้งสามคนก็ตื่นและไปอาบน้ำจากนั้นก็ลอกให้พนักงานเสิร์ฟนำอาหารเช้ามาให้ เย่เชียนหันไปมองหลินเฟิงและลังเลที่จะพูดซึ่งหลินเฟิงก็เข้าใจและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันได้นัดพบเขาแล้ว..ไป๋ฮวยบอกจะมาเจอนาย”
“หมาป่าผีไป๋ฮวยน่ะเหรอ?..พี่ชายที่นายคิดถึงมาตลอดใช่ไหม” เซี่ยเฟยชำเลืองมองไปที่เย่เชียนด้วยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันอยากเห็นผู้ชายคนนี้จริงๆ..คนแบบไหนกันนะที่ทำให้นายเป็นห่วงและเห็นคุณค่าเขามากขนาดนี้”
“เมื่อนายเจอเขาฉันคิดว่านายจะต้องชอบเขาเหมือนฉันแน่” เย่เชียนพูด “เขาเป็นเพื่อนพี่ชายที่หากได้ยากในชีวิตของฉัน..เขายังเป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนของฉันด้วย..ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฉันคงตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนและถ้าไม่มีเขาฉันก็คงไม่มีวันนี้..ถึงเขาจะเลือกหักหลังพวกเราแต่ฉันก็ไม่เคยหมดศรัทธาต่อเขาเหมือนที่เขาไม่เคยยอมแพ้..เขาเป็นคนที่ฉันเคารพมากที่สุดและเป็นคนที่ฉันเต็มใจที่จะปกป้องด้วยชีวิตของฉัน”
“การได้รับคำชมมากมายจากนายดูเหมือนว่าถ้าฉันไม่เจอเขาสักครั้งฉันคงรู้สึกเสียใจมาก” เซี่ยเฟยพูด “นายช่วยพาฉันไปด้วยได้ไหม”
“ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องชอบนายมากเหมือนกัน” เย่เชียนพูด
“อย่าใช้คำว่าเหมือนมันฟังดูแปลกๆ..คนที่ไม่รู้จะคิดว่าฉันเป็นเกย์กันพอดีสิ” เซี่ยเฟยยิ้มและพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยไม่พูดเพราะเป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้เจอไป๋ฮวยและเย่เชียนก็คิดถึงเขามาก ตั้งแต่การประชุมครั้งสุดท้ายในสำนักถังไป๋ฮวยก็พูดคำที่อธิบายไม่ได้และจากไปโดยไม่ลา ต่อมาในคำพูดของหลินเฟิงเย่เชียนก็ได้ยินความหมายเล็กน้อยเช่นกันและไป๋ฮวยดูเหมือนจะทำงานบางอย่างที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยเขาทำบางสิ่งให้สำเร็จซึ่งทำให้เขารู้สึกประทับใจมาก หากไม่ใช่เพราะการตายอันน่าสลดใจของพี่ชายของไป๋ฮวยล่ะก็เขาคงไม่ทิ้งองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเอาไว้และแม้แต่ตอนนี้ผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก็ต้องเป็นไป๋ฮวยแทนที่จะเป็นตัวเขาเองอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้นไป๋ฮวยไม่เคยเกลียดองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าในใจของเขาจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะพูดนับครั้งไม่ถ้วนว่าเขาต้องการทำลายเขี้ยวหมาป่าและฆ่าเย่เชียนด้วยมือของเขาเองแต่เขามักจะพูดในสิ่งที่ไม่เป็นจริงเพราะสิ่งที่เขาทำนั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาพูดอย่างสิ้นเชิง
เวลานี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาสิ่งที่เย่เชียนกังวลไม่ใช่ว่าไป๋ฮวยมาทำบางอย่างที่นี่เพราะเขาแค่หวังว่าไป๋ฮวยจะหยุดเสี่ยงอันตรายและกลับไปที่องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจริงๆเพื่อที่สภาพจิตใจของเขาจะดีขึ้น อย่างน้อยๆไป๋ฮวยก็สามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องของเขาในอนาคตแทนที่จะต่อสู้เพียงลำพัง
หลังอาหารเช้าพวกเขาทั้งสามออกจากโรงแรมและขึ้นแท็กซี่ตรงไปยังร้านกาแฟที่ตกลงไว้ จากระยะไกลเย่เชียนไป๋ฮวยนั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆผ่านหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานขนาดใหญ่ของร้านกาแฟ ดวงตาของเขาจ้องมองตรงไปข้างหน้าราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หลังจากไม่ได้เจอกันนานเมื่อได้เห็นไป๋ฮวยอีกครั้งเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเมื่อเจอหน้าไป๋ฮวยหรือเขาควรจะกอดไป๋ฮวยอย่างดีใจหรือเพียงแค่ทักทายเขาอย่างสุภาพ? แล้วควรพูดอะไรดี? เย่เชียนสูญเสียเล็กน้อยในขณะนี้และหัวใจของเขาก็ยุ่งเหยิงไปหมด
เซี่ยเฟยดูเหมือนจะเห็นความคิดของเย่เชียนจึงตบไหล่เขาและหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนนายเป็นผู้หญิงตัวน้อยๆที่ได้เจอหน้าพ่อแม่ของแฟนหลังจากไม่ได้เจอกันนานเลยล่ะ..นายดูประหม่าจัง”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “เอาเถอะจะมีผู้หญิงกี่คนที่ไม่กลัวเรื่องแบบนั้นกัน่ะ..ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นงี้กันหมดใช่ไหมล่ะ!”
เซี่ยเฟยยิ้มแล้วพูดว่า “เห็นนายพูดเล่นแบบนี้ได้ก็ไม่เป็นไรแล้ว..ฉันกลัวว่านายจะประหม่าจนพูดไม่ออกเมื่อเจอเขาน่ะ”
ระหว่างที่คุยกันรถก็มาจอดที่หน้าประตูร้านกาแฟอย่างไรก็ตามในขณะนี้จู่ๆรถตู้คันหนึ่งก็เบรกกะทันหันและหยุดที่ประตูร้านกาแฟและชายผิวดำร่างกำยำก็ยิงปืนใส่ร้านกาแฟซึ่งเป้าหมายคือไป๋ฮวยที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
เย่เชียนตกตะลึงและรีบตะโกน “พี่ไป๋ระวัง!”
ไป๋ฮวยซึ่งกำลังครุ่นคิดอยู่ได้ยินเสียงตะโกนเย่เชียนจึงรีบหันไปหาและอดไม่ได้ที่จะตกใจและก้มลงกลิ้งไปหลบทันที กระสุนโดนกระจกและกระจกก็ร่วงลงพร้อมกับเสียงดังจนไป๋ฮวยเกือบจะถูกฆ่าตายไปแล้ว ชายผิวดำร่างกำยำดูเหมือนจะไม่ต้องการหยุดเพียงแค่นั้นและยังคงยิงด้วยปืนกลของเขาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเทียบกับประเทศจีนแล้วประเทศสหรัฐอเมริกานั้นดุเดือดยิ่งกว่าและเป็นเรื่องปกติมากที่พวกอันธพาลจะปะทะกันด้วยปืนตามท้องถนน ถ้าเป็นประเทศจีนก็คงเป็นข่าวดังไปแล้ว ดวงตาของเย่เชียนระเบิดออกมาด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรงและก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความโกรธและรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว โดยธรรมชาติแล้วหลินเฟิงก็ไม่กล้าละเลยและรีบวิ่งตามเย่เชียนไป
ส่วนเซี่ยเฟยก็เอื้อมมือหยิบเหรียญจากกระเป๋าเสื้อของเขาและดีดมันออกไปทันที ซึ่งเหรียญนั้นได้ทะลุผ่านกระจกหน้าต่างรถไปโดนหน้าผากของคนขับรถตู้และเหรียญทั้งหมดก็ได้เจาะเข้าไปในหน้าผากของคนขับรถตู้ทันทีจนเห็นแผลสดๆและเลือดที่ไหลออกมา
มีคลื่นโลหิตในมือของเย่เชียนฉายแสงสีแดงเลือดและกระทบกับตัวปืนและปืนก็แตกออกทันที ก่อนที่ชายผิวดำร่างกำยำจะทันได้ตอบโต้มีดของเย่เชียนก็แทงเข้าไปในร่างของคู่ต่อสู้และเห็นได้ชัดว่าชายผิวดำร่างกำยำแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองและมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจและล้มลงอย่างไม่เต็มใจ
นอกจากคนขับแล้วในรถก็มีเพียงชายผิวดำร่างกำยำเท่านั้นและมันก็ถูกกำจัดได้อย่างง่ายดาย เย่เชียนไม่กล้ารอช้าและรีบเข้าไปในร้านกาแฟอย่างเร่งรีบหลังจากที่ลูกค้าในร้านกาแฟได้ยินว่าไม่มีเสียงข้างนอกอีกพวกเขาก็รีบออกไปทีละคนอย่างวุ่นวายและเย่เชียนก็ถูกกระแทกโดยฝูงชนและเอาแต่เรียกชื่อไป๋ฮวยซ้ำๆ
ไป๋ฮวยไม่ได้รับบาดเจ็บและเขาก็ไม่ตอบสนองมากนักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเย่เชียนแต่ยืนดูอย่างเงียบๆเมื่อเย่เชียนเห็นไป๋ฮวยแล้วเย่เชียนก็รีบวิ่งเข้าไปจับไหล่ของเขาและพูดด้วยความเป็นห่วง “พี่ไป๋เป็นอะไรไหม?..พี่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ไป๋ฮวยยักไหล่เล็กน้อยราวกับว่าเขาทนความกระตือรือร้นของเย่เชียนไม่ไหวและเขาก็สะบัดมือของเย่เชี่ยนออกแล้วพูดว่า “ฉันสบายดี..เราออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ..มีเรื่องใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นเพราะงั้นตำรวจคงจะมาในไม่ช้านี้” หลังจากพูดจบไป๋ฮวยก็เดินออกไปก่อน
เย่เชียนผงะเล็กน้อยและถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และรีบตามไป หลังจากออกจากร้านกาแฟไป๋ฮวยก็เข้าไปในรถของเขาทันทีและเป็นรถปอร์เช่ซึ่งเจ๋งมาก จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองหลินเฟิงและเซี่ยเฟยและเข้าไปในรถแล้วออกจากร้านกาแฟไปอย่างรวดเร็ว
“มันน่าตื่นเต้นจริงๆฉันเพิ่งเจอเรื่องแบบนี้ตอนที่ฉันมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก..ฉันไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านี้อีกไหมในอนาคต” เซี่ยเฟยยิ้มและพูด
ไป๋ฮวยชำเลืองมองเซี่ยเฟยผ่านกระจกมองหลังและถึงกับผงะเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ชอบค้นหาว่าคนอื่นเป็นใคร หากเย่เชียนไม่แนะนำเขาและเขาก็ไม่รังเกียจที่จะไม่รู้จักชื่อของเซี่ยเฟย ส่วนหลินเฟิงก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ไป๋ฮวยดูเหมือนว่านายจะมีศัตรูไม่น้อยเลยนะในสหรัฐอเมริกาเนี่ย”
“ถ้านายทำสิ่งที่เลวร้ายมากนายก็จะมีศัตรูมากมายโดยธรรมชาติอยู่แล้ว” ไป๋ฮวยพูด “แต่เมื่อมีศัตรูชีวิตก็จะไม่โดดเดี่ยวแต่หากไม่มีศัตรูชีวิตก็เหมือนโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า”
“นั่นเป็นคำพูดที่ดีมาก” หลินเฟิงหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ถ้านายไม่มีแม้แต่ศัตรูหรือคู่ต่อสู้นายคงจะรู้สึกเหงาสินะ” หลังจากหยุดไปชั่วคราวหลินเฟิงก็พูดต่อ “สองคนนั้นมันเป็นใครกัน?”
“ถ้าฉันเดาไม่ผิดมันน่าจะเป็นสมาชิกของแก๊งค์แบล็คซาเวจ” ไป๋ฮวยพูด
“แก๊งค์แบล็คซาเวจ?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “แล้วมันเกิดจากอะไร”
“ในนิวยอร์กซิตี้นั้นนอกจากสามตระกูลมาเฟียใหญ่ตระกูลบิล..ตระกูลบูน..และตระกูลโจนส์แล้วก็ยังมีแก๊งอื่นๆอีกไม่น้อยกว่าหลายสิบแก๊งทั้งเล็กและใหญ่..ซึ่งในบรรดาองค์กรใต้ดินเหล่านี้แก๊งค์ที่มีอำนาจมากที่สุดคือแก๊งค์แบล็กซาเวจและหงเหมินกรุ๊ป” ไป๋ฮวยพูด “ถึงแม้ว่าอำนาจของพวกมันจะเทียบไม่ได้กับสามตระกูลมาเฟียใหญ่แต่เพราะพวกมันก็ทำธุรกิจมากมายที่ตระกูลมาเฟียไม่สนใจเพราะงั้นพวกมันจึงมีธุรกิจทำมาหากินและนอกจากนี้ตระกูลมาเฟียก็ยังจงใจที่จะเก็บพวกมันเอาไว้เพื่อดึงดูดความสนใจของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนแพะรับบาป..แต่พวกมันมีอำนาจมากจนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องทำบางอย่างเพื่อสร้างภาพลักษณ์เบื้องหน้าให้ดูดี..ดังนั้นเวลารัฐบาลจะกวาดล้างอะไรสักอย่างพวกนั้นแต่จะเลือกแต่องค์กรขนาดเล็กเหล่านี้มาเป็นแพะแทน”
“หงเหมินกรุ๊ป?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูด “หลังจากที่ฉินเทียนพ่อของฉินหยูมอบหงเหมินกรุ๊ปทั้งหมดให้ผมเขาก็พยายามติดต่อที่นี่และผมหวังว่าพวกเขาจะทำตามความปรารถนาสุดท้ายของฉินเทียนได้แต่พวกกลับเฉยเมยมานานเพราะงั้นผมก็มาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้แล้วผมก็อยากเจอพวกเขาสักครั้งเหมือนกัน”
“ฉันขอแนะนำให้นายอย่าไปพบพวกนั้นจะดีกว่า” ไป๋ฮวยพูด “เมื่อตอนที่ฉินเทียนมีอำนาจพวกเขาก็ไม่ได้สนใจฉินเทียนมากนักและฉินเทียนเองก็ไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้เลยและตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นสมาชิกของหงเหมินกรุ๊ปแต่พวกเขาก็ดูเหมือนจะเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร”
.
.
.
……………