ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1469 พบกับหมาป่าผี (2)
ในประเทศจีนนั้นไม่ว่าจะองค์กรใต้ดินหรือแก๊งค์ไหนๆก็ต้องขึ้นตรงต่อหงเหมินกรุ๊ปและนี่ก็เป็นเรื่องจริง แต่ถึงแม้ว่าฉินเทียนจะเป็นผู้นำของหงเหมินกรุ๊ปแต่สมาชิกในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่รู้จักการมีอยู่ของเขาและได้ก่อตั้งโครงสร้างองค์กรเป็นของตัวเอง ดังนั้นหลังจากที่เย่เชียนเข้ายึดครองหงเหมินกรุ๊ปแล้วพวกเขาก็พยายามติดต่อฝั่งนี้แต่ฝั่งนี้กลับไม่สนใจเลย เนื่องจากเย่เชียนมัวยุ่งอยู่กับสิ่งอื่นเขาจึงไม่สนใจมันอีกต่อไปแต่ในใจเขารู้สึกโกรธมาก
หลังจากออกจากร้านกาแฟและขับไปตามถนนไม่กี่สายทุกคนก็พบร้านกาแฟอีกแห่งและนั่งลง พวกเขาแต่ละคนสั่งกาแฟคนละแก้วและเย่เชียนก็มองไปที่ไป๋ฮวยและพูดว่า “พี่ไป๋ทำไมแก๊งค์แบล็คซาเวจถึงโจมตีพี่ล่ะ?..มันเกิดอะไรขึ้น”
“ ไม่มีอะไรมากหรอก..ฉันแค่เพิ่งปะทะกับพวกมันเมื่อเร็วๆนี้เพื่อการจัดเรื่องการท่าเรือ” ไป๋ฮวยพูด “มันมีท่าเรืออยู่ทั้งหมดมากกว่า 30 แห่งและครึ่งหนึ่งถูกครอบครองโดยคนผิวดำทั้งแก๊งค์ชาวเมกันกับแก๊งค์ชาวจีนและในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักจะมีการปะทะกันอยู่บ่อยๆ..ซึ่งอิทธิพลของพวกนั้นใกล้เคียงกันดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครมีอำนาจเหนือกว่า อย่างไรก็ตามตระกูลโจนส์ซึ่งเป็นสามตระกูลมาเฟียใหญ่ดูเหมือนว่าพวกนั้นหมายจะยึดครองท่าเรือพวกนี้และทำให้การต่อสู้ระหว่างแก๊งค์แบล็คซาเวจกับแก๊งค์จีนรุนแรงและดุเดือดยิ่งขึ้น..ส่วนฉันแค่ต้องการตกปลาในน่านน้ำที่มีปัญหาและแก๊งค์แบล็คดำซาเวจก็มาไล่ล่าฉันนี่แหละ”
“ผมไม่สนใจหรอกว่าจะแก๊งค์คนดำหรือแก๊งค์ชาวจีนเพราะถ้าพวกมันกล้าแตะต้องพี่น้องเขี้ยวหมาป่าของผมล่ะก็ผมจะไม่ปล่อยพวกมันไป” เย่เชียนถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “ผมได้จดจำความเกลียดชังของวันนี้ไปแล้วและผมจะช่วยพี่แน่นอน”
“นายคิดว่าฉันไม่มีความสามารถที่จะล้างแค้นด้วยตัวเองเหรอ?” ไป๋ฮวยพูดอย่างเฉยเมย
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาเข้าใจอารมณ์ของไป๋ฮวยว่าเป็นยังไงและเมื่อเขาพูดเขามักจะพูดด้วยเจตนาดีเสมอและแม้กระทั่งโกรธ “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เองเพราะงั้นอย่ารบกวนแผนการของฉัน” ไป๋ฮวยพูด “บอกฉันมาซิว่านายมาที่นี่เพื่อตามหาฉันเพราะเรื่องอะไร”
“ผมต้องการเจอพี่เพราะพี่ต้องจัดการกับกองกำลังจำนวนมากในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยตัวคนเดียวผมก็เลยเป็นห่วงและกังวล” เย่เชียนพูด
“นายกังวลอะไรเกี่ยวกับฉัน..ฉันสบายดี” ไป๋ฮวยพูด “หลินเฟิงบอกว่านายมาที่นี่ครั้งนี้เพื่อจัดการกับพวกทหารรับจ้างอินทรีขาว ใช่ไหมล่ะ”
“ใช่..พวกทหารรับจ้างอินทรีขาวละเมิดกฎที่ผมตั้งเอาไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและมารุกรานองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะงั้นหากพวกมันไม่ถูกกำจัดองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจะไม่สามารถยืนหยัดได้ในอนาคต” เย่เชียนพูด
“ทหารรับจ้างอินทรีขาวงั้นเหรอ..พวกนั้นเป็นกองกำลังภายใต้ตระกูลบิลล์และพวกมันก็ถูกจัดการโดยจอร์จบิลล์เพราะงั้นนายต้องระมัดระวังในการจัดการกับพวกมันให้ดีเพราะเมื่อตระกูลบิลล์รู้เข้ามันจะลำบากมาก” ไป๋ฮวยพูด “ถึงแม้ว่าเป้าหมายของตระกูลบิลล์ในช่วงนี้จะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเป็นหลักแต่ก็มีข่าวลือว่าเงินสามารถทำให้ผีเคลื่อนไหวได้และความมั่งคั่งอันมหาศาลของพวกมันก็สามารถทำให้พวกมันทำอะไรได้หลายๆอย่าง..นอกจากนี้พวกมันยังเป็นหนึ่งในสามตระกูลมาเฟียใหญ่และไม่ควรประมาท” หลังจากหยุดไปชั่วคราวไป๋ฮวยก็พูดว่า “นายมีแผนอะไรไหม”
“ยังไม่มี” เย่เชียนพูด “ผมขอให้คนช่วยตรวจสอบสถานการณ์โดยรวมแล้วและจะจัดการวางแผนหลังจากที่ผมเข้าใจสถานการณ์โดยรวมแล้ว..ตอนนี้เฉินโม่และคนอื่นๆก็กำลังมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทีละคนและเราต้องรอจนกว่าพวกเขาทั้งหมดมาถึงก่อน”
“แจ้งให้ฉันรู้ด้วยเมื่อนายวางแผนแล้วเพราะเราจะลงมือพร้อมๆกัน” ไป๋ฮวยพูด หลังจากจิบกาแฟแล้วไป๋ฮวยก็พูดต่อ “จุดประสงค์ของการมาประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ไม่ใช่แค่พวกทหารรับจ้างอินทรีขาวหรอกใช่ไหม?”
“แน่นอน” เย่เชียนพูด “ผมสนใจธุรกิจของที่นี่มากเพราะธุรกิจที่ควบคุมโดยสามตระกูลมาเฟียใหญ่มีจำนวนมากและถ้าผมสามารถครอบครองได้มันได้ล่ะก็องค์กรทหารรับจ้าวเขี้ยวหมาป่าของเราจะก้าวกระโดดในเชิงคุณภาพ”
“สามตระกูลมาเฟียใหญ่รับมือไม่ง่ายหรอกเพราะงั้นนายค่อยๆจัดการไปทีละเรื่องดีกว่า..อย่าเพิ่งโลภมากเกินไป คุณไม่สามารถกลืนอาหารจานใหญ่ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียวหรอกนะ” ไป๋ฮวยพูด “หากต้องการจัดการกับสามตระกูลมาเฟียใหญ่ นายก็จำเป็นต้องกวาดล้างกองกำลังอื่นที่ไม่ใช่พวกมันก่อนทั้งแก๊งค์คนดำและแก๊งค์ชางจีนและสับเปลี่ยนระบบการปกครองใหม่..ตอนนี้ฉันเองก็เริ่มทำไปแล้วแต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ”
“ไม่เป็นไรผมไม่ได้รีบอยู่แล้ว” เย่เชียนพูด “ผมมาที่นี่ครั้งนี้เพื่อสำรวจก่อนและทำความรู้จักกับทุกฝ่ายให้ดีขึ้นเพื่อเตรียมการบางอย่างล่วงหน้า..แต่ผมไม่สบายใจที่พี่จะทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง..เพราะงั้นคราวนี้ผมจะอยู่ที่นี่และทำงานนี้ด้วยกัน
“ลืมมันไปซะเถอะ..เรื่องนี้มันไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ” ไป๋ฮวยพูด “อุตสาหกรรมและกองกำลังมากมายภายใต้ร่มธงขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าต้องการให้นายดูแลอีกมากและนายก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น..ปล่อยให้ฉันจัดการที่นี่อย่างช้าๆจะดีกว่า” หลังจากหยุดชั่วคราวไป๋ฮวยก็พูดว่า “ถ้านายเชื่อใจฉัน”
“แน่นอนผมเชื่อในตัวพั้แต่ผมไม่สบายใจถ้าให้พี่อยู่ที่นี่คนเดียว” เย่เชียนพูด
“เย่เชียนถ้านายไม่สบายใจก็ให้ฉันอยู่ที่นี่สิ..ช่วงนี้ฉันไม่มีอะไรทำเพราะงั้นฉันสามารถอยู่กับไป๋ฮวยได้” หลินเฟิงยิ้มและพูดว่า “ถ้าไป๋ฮวยไม่ติดขัดอะไรที่ฉันจะอยู่ช่วย”
“ยังไงก็ได้” ไป๋ฮวยพูด
“ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเย่เชียนถึงสนใจคุณมาก..ฮ่าๆ” เซี่ยเฟยยิ้มและพูดว่า “คุณสองคนเป็นคนปากแข็งและใจอ่อนเหมือนๆกันและสิ่งที่คุณพูดดูเหมือนจะง่ายมากแต่แท้จริงแล้วต่างคนต่างนึกถึงอีกฝ่ายอยู่ในใจและเป็นห่วงกันนี่เอง”
เย่เชียนและไป๋ฮวยอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและเย่เชียนก็หันไปมองเซี่ยเฟยและพูดว่า “โถ่..ผมลืมแนะนำไปเลย..พี่ไป๋นี่คือเพื่อนใหม่ของผมเซี่ยเฟย..เขาเป็นผู้นำองค์กรศิห์ชาห์แห่งประเทศอินเดีย”
ไป๋ฮวยถึงกับตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเพราะเขาเคยได้ยินชื่อองค์กรศิห์ชาห์มาบ้างแต่เขาไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยแบบนี้ เซี่ยเฟยก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “สวัสดี..ผมหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
“อืม!” ไป๋ฮวยตอบอย่างเย็นชาเล็กน้อยเพราะเขาเป็นคนแบบนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาโหยหามิตรภาพแต่ก็ปฏิเสธอย่างไม่แยแสเพราะสำหรับผู้ที่กระตือรือร้นเกินไปไป๋ฮวยก็ไม่รู้วิธีรับมือกับพวกเขา เซี่ยเฟยเองก็ไม่รังเกียจเช่นกันและยิ้มเล็กน้อย
เย่เชียนต้องการบอกไป๋ฮวยเกี่ยวกับสกายเน็ตและบอกให้เขาระวังแต่หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เย่เชียนก็ยังไม่พูดอะไร เขาเข้าใจลักษณะนิสัยของไป๋ฮวยได้ดีเพราะหากเขาบอกเกี่ยวกับการมีอยู่ของสกายเน็ตล่ะก็ไป๋ฮวยจะตรวจสอบอย่างแน่นอนซึ่งจะทำให้เขามีอันตรายมากขึ้น
ตอนเที่ยงทั้งสี่คนสั่งอาหารจานด่วนในร้านกาแฟและหลังจากพูดคุยกันในช่วงบ่ายแล้วเย่เชียนและเซี่ยเฟยก็จากไป แต่หลินเฟิงไม่ได้ไปด้วยและเลือกที่จะอยู่ข้างไป๋ฮวยเพราะหลินเฟิงรู้ว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่แลเย่เชียนจะรู้สึกโล่งใจที่เขาสามารถอยู่ข้างๆไป๋ฮวยได้ ไป๋ฮวยเองก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหลินเฟิงและไม่ได้แสดงการคัดค้านใดๆอย่างไรก็ตาม ยังคงมีร่องรอยของความอบอุ่นในใจของเขาด้วยซ้ำ
แท้จริงแล้วไป๋ฮวยนั้นกลัวเรื่องมิตรภาพเพราะกลัวว่าวันหนึ่งพี่น้องจะทะเลาะกันและแตกแยก อย่างไรก็ตามการต่อสู้เพียงลำพังเป็นเวลานานทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาดีๆในองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะพี่น้องมีหัวใจเดียวกันและร่วมเป็นร่วมตายกันดังนั้นเขาจึงโหยหามิตรภาพเช่นกัน ดังนั้นสำหรับการสนับสนุนของหลินเฟิงนั้นก็ทำให้เขามีความสุขอยู่ในใจลึกๆและแน่นอนว่าเขารู้ด้วยว่านี่คือสิ่งที่เย่เชียนต้องการและเขาก็รู้สึกดีและมีความสุข
หลังจากที่เย่เชียนและเซี่ยเฟยออกจากร้านกาแฟไปพวกเขาก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพักและมองดูทิวทัศน์ของท้องถิ่นและกลับมาที่โรงแรมในตอนเย็น เมื่อพวกเขามาถึงโรงแรมโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นเขาจึงหยิบมันออกมาดูมันเป็นเฉินโม่ที่โทรมาบอกว่าเขามาถึงเมืองนิวยอร์กแล้วและพี่น้องคนอื่นๆก็กำลังทะยอยมา
เย่เชียนไม่ได้พูดอะไรมากและบอกให้พวกเขาระวังและอย่าเคลื่อนไหวในตอนนี้ เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นและรอคำสั่งของเขาก่อนที่จะทำอะไร เฉินโม่ก็พยักหน้าตอบรับจากนั้นก็วางสายไป เย่เชียนหันไปมองเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยและถามว่า “เป็นไงบ้าง..เจอไป๋ฮวยแล้วนายรู้สึกยังไง”
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “รู้สึกยังไง?..ฉันจะไปรู้สึกอะไรฉันไม่ใช่เกย์..ยังไงก็เถอะเขาเป็นคนดีมากและถึงแม้ว่าเขาจะดูเฉยเมยแต่หัวใจของเขาก็ร้อนแรงยิ่งกว่าใครๆ..อีกอย่างฉันก็ไม่เข้าใจความปรารถนาของเขาเลยเขาเอาแต่พูดว่าเขาอยากจะฆ่านายแต่เขากลับไม่ทำ..ดูเหมือนว่านายจะมีตำแหน่งที่สำคัญมากในใจของเขา” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเซี่ยเฟยก็พูดต่อ “ว่าไง?..นายจะทำยังไงต่อ?..นายไม่รู้สึกโล่งใจจริงๆเหรอที่ปล่อยให้เขาจัดการเรื่องนี้ตามลำพัง”
“ฉันไม่สามารถซ่อนอะไรจากนายได้จริงๆสินะ” เย่เชียนพูด “ฉันต้องการพบผู้นำของหงเหมินกรุ๊ปที่นี่..เราเป็นองค์กรเดียวกันเพราะงั้นถ้าพวกเขายอมจำนนต่อเราฉันก็ไม่ต้องการจัดการกับเขา..เพราะด้วยความช่วยเหลือของเขาเรื่องของเราที่นี่จะราบรื่นขึ้นมาก..แต่ถ้าเขาไม่ยอมมันก็น่าเสียดายจริงๆ”
“ที่นี่ไม่ใช่ฐานทัพของนายและยิ่งไปกว่านั้นถ้าคนจาก CIA รู้ว่านายมาที่นี่พวกนั้นคงไม่ปล่อยนายไปง่ายๆแน่” เซี่ยเฟยพูด “ครั้งสุดท้ายที่ประเทศอินเดียนายฆ่าพวกนั้นไปมากมายและถ้าพวกนั้นรู้ว่านายมาที่นี่แล้วพวกนั้นจะไล่ล่านายแน่”
.
.