ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1480 เตือนสติ
อันที่จริงเควินเฟตซ่อนมันไว้แนบเนียนมากแต่เย่เชียนก็ยังสังเกตเห็นจากแววตาของอีกฝ่ายเพียงแต่ว่าทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาจนไม่มีหลักฐานใดๆ นอกจากนี้หากเควินเฟตไม่ใช่คนดีจริงๆก็คงเป็นตัวละครที่ยากจะรับมือได้ ดังนั้นเย่เชียนจึงพูดถึง เควินเฟตต่อหน้าพอลบิลล์อย่างคลุมเครือโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสงสัยของเขา
จุดประสงค์หลักของสิ่งนี้คือการกลัวว่าพอลบิลล์จะไม่มีความสามารถมากพอและมันคงไม่ดีถ้าเขาแสดงข้อบกพร่องของเขาออกมา เควินเฟตสามารถซ่อนตัวตนได้ลึกลับมากและเขาก็เป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างแน่นอน ซึ่งเกรงว่าพอลบิลล์จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเควินเฟตเลย ดังนั้นเย่เชียนจึงกล่าวเพียงสั้นๆและไม่ได้อธิบายรายละเอียดใดๆ
“นายเพิ่งบอกพอลว่านายจะออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาสักพักใช่ไหม..นายจะไปที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม
“ไปที่ประเทศรัสเซีย” เย่เชียนพูด “ก็พอลบอกว่าตระกูลบรูนส์ได้เจรจาร่วมมือกับคลูลอฟส์อังเดรเพราะงั้นฉันจะไม่พลาดโอกาสที่ดีแบบนี้ไปแน่เพราะครั้งก่อนที่ฉันมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาฉันถูกเร็กซ์บรูนส์ไล่ฆ่าและเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะงั้นฉันต้องแก้แค้นมัน..เพราะแบบนี้ฉันก็เลยต้องไปเนื่องจากเร็กซ์บรูนส์มาถึงหน้าบ้านของฉันและฉันจะไม่ปล่อยมันไปแน่”
เซี่ยเฟยเม้มปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นายกำลังเล่นกับไฟ..นายไม่กลัวที่จะสำลักตายเหรอถ้านายทำหลายๆอย่างพร้อมๆกัน”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “มีนายอยู่ด้วยฉันไม่กลัวหรอก..ฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้”
“อย่าประเมินฉันสูงเกินไปเพราะถ้าฉันทำให้นายผิดหวังฉันคงจะเสียหน้ามาก” เซี่ยเฟยพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดหมายเลขของคลูลอฟส์อังเดรและโทรศัพท์ก็เชื่อมต่ออย่างรวดเร็วและเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของคลูลอฟส์อังเดรก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “ฮ่าๆ..คุณเย่..เราไม่ได้เจอกันนานเลย..คุณไม่โทรมาหาผมตั้งนาน..คุณเย่สบายดีหรือเปล่าครับ?
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “คุณก็รู้จักผมดีผมไม่เป็นอะไรหรอก..แต่ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับตระกูลบรูนส์จากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้ใช่ไหมครับ?”
คลูลอฟส์อังเดรตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่แล้ว..เรากำลังคุยธุรกิจนี้กับตระกูลบรูนส์อยู่เพราะพวกเขาเป็นตระกูลมาเฟียที่มีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกาและพวกเขาก็บริหารจัดการโรงงานอาวุธยุทโธปกรณ์หลายแห่งเพราะงั้นถ้าผมได้รับสินค้าจากพวกเขาและนำไปขายต่อคงจะเป็นธุรกิจที่ดีมาก..ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ได้มีปัญหาอะไร..ผมเพิ่งมาประเทศสหรัฐอเมริกาและหลังจากได้ยินข่าวผมก็เลยโทรหาคุณเพื่อยืนยัน” เย่เชียนพูด
“คุณเย่ดูยุ่งมากเลยคุณวิ่งไปรอบโลกตลอดทั้งปีจริงๆ” คลูลอฟส์อังเดรพูด “มีเหตุการณ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดียเมื่อไม่กี่วันก่อนผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับคุณเย่หรือเปล่าเพราผมสงสัยอยู่แต่เมื่อคิดๆดูแล้วในโลกใบนี้มีเพียงคุณเย่เท่านั้นที่ทำเรื่องพวกนี้ได้”
เย่เชียนพูด “เรื่องพวกนี้ช่างมันเถอะครับ”
คลูลอฟส์อังเดรเป็นคนฉลาดและเขาก็ได้ยินมาว่าเย่เชียนไม่ต้องการคุยถึงหัวข้อนี้ต่อ อันที่จริงเรื่องนี้อาจกล่าวได้ว่าต่อให้มันจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ถึงยังไงองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก็สามารถทำได้หมดและแน่นอนว่าตราบใดที่ไม่พูดถึงมันแค่รู้อยู่แก่ใจก็เพียงพอแล้ว
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็หันมาพูดว่า “คุณคลูลอฟส์จริงๆแล้วผมมีปัญหากับเร็กซ์บรูนส์และครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีเพราะงั้นผมอยากให้คุณคลูลอฟส์อังเดรช่วยผมหน่อยเพื่อให้เขาจำไปจนวันตาย”
“คุณเย่จะจัดการกับเร็กซ์บรูนส์งั้นเหรอ?” คลูลอฟส์อังเดรพูดด้วยความตกตะลึง
“แล้วคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเย่เชียนไม่พอใจเล็กน้อย
“ไม่..ไม่เลยในเมื่อคุณเย่ต้องการก็ไม่มีปัญหา” คลูลอฟส์อังเดรพูด “แต่ว่าตระกูลบรูนส์เป็นตระกูลมาเฟียที่มีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นพ่อค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย..เพราะงั้นผมคิดว่าหากเราสามารถเจรจาข้อตกลงนี้กับพวกเขาได้มันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในอนาคตของเรามาก..แต่เนื่องจากคุณเย่ต้องการก็ขอให้สั่งผมมาได้เลย”
อย่างไรก็ตามเย่เชียนยังคงได้ยินเสียงคลูลอฟส์อังเดรที่ไม่เต็มใจและเย่เชียนก็หัวเราะอย่างเย็นชาว่า “คุณคูลอฟคุณควรมองระยะยาวในฐานะมนุษย์และอย่ายึดติดกับสิ่งชั่วคราวเหล่านี้..เพื่อผลประโยชน์ในตอนนี้แล้วคุณอาจสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้แม้กระทั่งทุนและผลกำไรทั้งหมด”
ความหมายของคำพูดของเย่เชียนนั้นชัดเจนพอๆกันและคำเตือนในคำพูดนั้นก็ชัดเจนมากและคลูลอฟส์อังเดรก็ได้ยินและเข้าใจความหมายนั้น ลาดที่จะได้ยินมัน เป็นเวลานานแล้วที่ฉันติดต่อเขา แต่คนที่ฉันสนับสนุนคนนี้มีเจตนาที่จะต่อต้านฉัน นี่คือสิ่งที่เย่เฉียนไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด
คลูลอฟส์อังเดรจะไม่เข้าใจความหมายของเย่เชียนได้อย่างไร? เขารู้สึกหนาวสั่นอย่างอธิบายไม่ได้เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆในตระกูลคลูลอฟส์และอิทธิพลของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกันจนเขาลืมไปแล้วว่าใครให้สิ่งนี้ทั้งหมดแก่เขา เมื่อได้ยินคำพูดที่เย็นชาของเย่เชียนในตอนนี้ดูเหมือนจะทำให้เขาตื่นขึ้นและตัวสั่นโดยไม่มีเหตุผลจนรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่อธิบายไม่ได้ที่เกิดขึ้นในใจของเขา คลูลอฟส์อังเดรยิ้มแล้วพูดว่า “ผมเข้าใจผมเข้าใจดีครับคุณเย่..หลังจากทำงานกับคุณเย่มานานผมก็ไม่เคยสงสัยในคำพูดของคุณเย่เลยเพราะงั้นตราบใดที่คุณเย่สั่งผมก็จะทำตามอย่างแน่นอน”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ดีแล้วถ้าคุณคิดอย่างนี้..ผมรู้ว่าสถานะของคุณในตระกูลคูลอฟส์สูงขึ้นเรื่อยๆแต่อย่าลืมล่ะว่าคุณยังไม่ได้เป็นผู้นำตระกูลคลูลอฟฟ์..นอกจากนี้คุณน่าจะคุ้นเคยกับวิธีการทำสิ่งต่างๆของผมดีนะ..เพราะถ้าผมจะแก้แค้นศัตรูผมจะฆ่าพวกมันทั้งหมดเสมอ” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็เปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “คุณโทรไปหาเร็กซ์บรูนส์และบอกว่าคุณจะส่งคนชื่อเซี่ยเฟยไปหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับเขาและผมจะจัดการส่วนที่เหลือเอง”
เย่เชียนไม่ได้คุยเรื่องจิตสำนึกของคลูลอฟส์อังเดรต่อเพราะตราบใดที่คำพูดของเขามันไปกระตุ้นจิตสำนึกของอีกฝ่านก็เพียงพอแล้ว
โดยธรรมชาติแล้วคลูลอฟส์อังเดรก็ไม่กล้าคัดค้านใดๆดังนั้นเขาจึงตอบตกลงหลายครั้งและเขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมั่นใจเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเย่เชียนแต่หลังจากได้ยินเสียงของเย่เชียนแล้วเขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล เพราะหลังจากร่วมมือกับเย่เชียนมานานเขาก็คุ้นเคยกับเย่เชียนเป็นอย่างดีและคนที่รุกรานเย่เชียนไม่เคยมีจุดจบที่ดีและเขาไม่กล้าฝ่าฝืนข้อห้ามนี้ เพราะการสูญเสียจิตสำนึกไปชั่วขณะเกือบทำให้เขาเดินไปผิดทางแต่โชคดีที่ในที่สุดเขาก็กลับมาไม่อย่างนั้นเขาคงนึกไม่ออกจริงๆว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง
เย่เชียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและพูดว่า “หากมีอะไรที่ผมต้องการความร่วมมือจากคุณผมจะโทรไปบอกคุณ..ว่าแต่เมื่อเร็วๆนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลคลูลอฟส์ของคุณใช่ไหม”
คลูลอฟส์อังเดรตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่เป็นไรก็แค่การต่อสู้กับตระกูลสลาดาร์นั้นรุนแรงมากเมื่อเร็วๆนี้และเหตุผลที่ผมเลือกที่จะร่วมมือกับตระกูลบรูนส์ก็เพื่อจัดการกับตระกูลสลาดาร์เพื่อเพิ่มความแน่นอนให้มากขึ้น ”
“อย่าคิดที่จะร่วมมือกับตระกูลบรูนส์เด็ดขาด..ผมจะไม่อนุญาตให้มีตระกูลบรูนส์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย..แต่ปัญหากับพวกตระกูลสลาดาร์น่ะเดี๋ยวผมจะช่วยเอง..ตอนนี้เฉินโม่กลับไปประเทศรัสเซียแล้วเพราะงั้นคุณไปคุยกับเขาดูและถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกผม..ส่วนรายละเอียดเฉพาะและอื่นๆคุณสามารถตัดสินใจกับเขาได้ ” เย่เชียนพูด
เย่เชียนจะไม่สอดส่องและเฝ้าระวังการกระทำของคลูลอฟส์อังเดรได้อย่างไร? เพราะหลังจากออกจากประเทศรัสเซียแล้วเย่เชียนก็ส่งเฉินโม่ไปคอยรับผิดชอบงานที่นั่นเสมอ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสอดส่องของคลูลอฟส์อังเดรในตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อจัดการกับองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวเย่เชียนจึงได้สั่งให้เฉินโม่นำสมาชิกจากประเทศรัสเซียไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ตอนนี้เฉินโม่ได้กลับมายังประเทศรัสเซียแล้วและเย่เชียนก็เชื่อว่าเฉินโม่จะสามารถจัดการเรื่องต่างๆที่นี่ได้
เย่เชียนไม่กลัวตระกูลคลูลอฟส์แต่อย่างใดเพราะพวกเขาต่างก็เป็นหมาป่าหิวโหยกันทั้งนั้น ซึ่งมีเพียงหมาป่าหิวโหยเท่านั้นที่จะมีความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตามการพฤติกรรมของคลูลอฟส์อังเดรในวันนี้ทำให้เย่เชียนไม่พอใจอย่างมากเพราะเดิมทีเขาวางแผนที่จะช่วยให้คลูลอฟส์อังเดรได้รับตำแหน่งผู้นำของตระกูลคลูลอฟส์โดยเร็วที่สุดแต่ตอนนี้เย่เชียนต้องการมอบอุปสรรคเล็กน้อยแก่คลูลอฟส์อังเดร ซึ่งคลูลอฟส์อังเดรก็รู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนักหากปราศจากความช่วยเหลือจากคลูลอฟส์อังเดร
แล้วใครคือคนที่เหมาะสมที่สุด? เดิมทีตระกูลของคลูลอฟส์นั้นถูกคลูลอฟส์อาซเซฟดูแลจัดการมาโดยตลอดและในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาถูกคลูลอฟส์อังเดรปราบปรามอย่างหนักและสถานะของเขาในตระกูลคลูลอฟส์ก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ ซี่งเย่เชียนก็เชื่อว่าคลูลอฟส์อาซเซฟต้องไม่เต็มใจให้คลูลอฟส์อังเดรขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลใช่ไหม?
หลังจากวางสายโทรศัพท์ของคลูลอฟส์อังเดรแล้วเย่เชียนก็กดเบอร์โทรศัพท์ของเฉินโม่และอธิบายเรื่องนี้สั้นๆโดยเชื่อว่าเฉินโม่จะสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน ส่วนวิธีการก็ขึ้นอยู่กับเฉินโม่ที่จะตัดสินใจ อย่างไรก็ตามในกรณีนี้เย่เชียนยังคงโทรหาฉินเฟิงด้วยและบอกให้เขานำทีมพี่น้องหน่วยเงาหมาป่าไปที่ประเทศรัสเซียเพื่อสนับสนุนเฉินโม่อีกด้วย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้ชิงเฟิงอยู่ที่นั่นต่อและยิ่งไปกว่านั้นเด็กคนนี้ชื่นชอบความโกลาหลอย่างมาก
.