ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1479 คำสั่ง
เมื่อเย่เชียนและเซี่ยเฟยกลับมาที่โรงแรมพอลบิลล์ก็นั่งอยู่ในบริเวณเลานจ์ของล็อบบี้โรงแรมแล้วพร้อมสั่งกาแฟหนึ่งถ้วยและรออยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นทั้งสองกลับมาพอลบิลล์ก็ลุกขึ้นอย่างเร่งรีบแต่เย่เชียนไม่ได้พูดเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ลิฟต์และพอลบิลล์ก็รีบตามไป
ในห้องเย่เชียนและเซี่ยเฟยนั่งลงบนโซฟาและจุดซิการ์ ซึ่งเขาไม่สามารถนำบุหรี่ติดตัวมาด้วยมากเกินไปเมื่อเขาผ่านด่านศุลกากรและบุหรี่เพียงไม่กี่ซองที่เขานำมานั้นก็ถูกสูบไปหมดแล้ว ดังนั้นซิการ์เหล่านี้จึงถูกจัดหามาโดยพอลบิลล์และเป็นผลิตภัณฑ์ของบราซิลแท้ๆและรสชาติกับกลิ่นก็ดีมาก
“ข้อมูลที่ไปสืบหามาเป็นยังไงบ้าง” เย่เชียนถาม
“ตามข้อมูลที่รวบรวมมาได้เร็กซ์บรูนส์จากตระกูลบรูนส์กำลังร่วมมือกับคลูลอฟส์อังเดรจากตระกูลมาเฟียที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศรัสเซียแต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขาร่วมมือกันยังไงแต่ผมคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธ” พอลบิลล์พูด
“คลูลอฟส์อังเดร” เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะมันบังเอิญจริงๆเขาไม่ได้คาดหวังว่าเร็กซ์บรูนส์จะซื้ออาวุธกับคลูลอฟส์อังเดรซึ่งจะมีประโยชน์มากมาย เย่เชียนจะไม่มีวันลืมเหตุการณ์ที่เร็กซ์บรูนส์ทำกับเขาตอนอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งก่อนและนอกจากนี้เย่เชียนจะไม่ให้อภัยเขาที่ทำร้ายจ้าวหยาเด็ดขาด ดังนั้นเย่เชียนจะแก้แค้นอย่างโหดร้ายให้สมกับความโกรธที่เขามี
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เข้าใจแล้ว..แต่ยังไงก็ตามคุณบอกว่ายังมีเรื่องสำคัญที่จะคุยกับผมใช่ไหม..มันเรื่องอะไรเหรอ”
“เช้าวันนี้ตระกูลบิลล์จัดประชุมประจำเดือนและบุคคลสำคัญของตระกูลบิลล์ทั้งหมดจะมาเข้าร่วมและอีแวนส์บิลล์ก็สงสัยว่าเหตุการณ์ที่องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวถูกกวาดล้างนั้นเป็นฝีมือขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะงั้นเราควรทำยังไงกันดีครับ” พอลบิลล์พูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “พวกเขาแค่สงสัยหรือเปล่า..นอกจากนี้เราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเก็บปฏิบัติการนี้เอาไว้เป็นความลับสักหน่อยและตอนนี้เฉินโม่และคนอื่นๆก็ได้ออกไปจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเพราะงั้นมันก็ถึงเวลาที่เราต้องเผยแพร่ข่าวนี้ออกไป..จุดประสงค์ในการจัดการกับองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวคือเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของผมและมันก็จะเป็นการดีที่โลกได้รู้ว่าองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของผมเป็นคนทำ..นอกจากนี้คุณไม่ได้บอกว่าอีแวนส์บิลล์กำลังแข่งขันกับลุงของคุณจอร์จบิลล์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล..เพราะงั้นผมจึงเชื่อว่าเขาคงไม่กล้าทำอะไรในตอนนี้เพราะกลัวจะมีปัญหาเพิ่ม..ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่ทำอะไร”
พอลบิลล์พยักหน้าเล็กน้อย “ก็ควรจะเป็นแบบนั้นเพราะหนึ่งในเรื่องที่หารือกันในที่ประชุมคือเรื่องที่ตระกูลโจนส์ต้องการจะซื้อท่าเรือของแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนดำในพื้นที่เกาะสแตเทน..ดังนั้น..พวกเราตระกูลบิลล์จึงเตรียมที่จะเข้าไปแทรกแซงเรื่องนี้โดยมอบหน้าที่ให้อีแวนส์และจอร์จเพื่อจัดการกับแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนผิวดำและจุดประสงค์ก็คือการครอบครองท่าเรือของแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนผิวดำทั้งหมด”
เย่เชียนนั้นชัดเจนมากเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และเขาก็สามารถได้ยินเนื้อหาของการประชุมได้อย่างชัดเจนมาก่อนหน้านี้แล้ว “แบบนั้นก็น่าจะดีแล้วเพราะทั้งสองแก๊งค์ถือได้ว่าไม่ธรรมดาเลยและนอกจากนี้ยังมีตระกูลโจนส์ที่เป็นอุปสรรค์อยู่อีกเพราะงั้นผมเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยให้อีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์ประสบความสำเร็จง่ายๆแน่นอนและยิ่งพวกเขาต่อสู้กันรุนแรงเท่าไหร่มันก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อเรามากเท่านั้น..เพราะงั้นเราจะอยู่เฉยแบบนี้ไม่ได้และเราก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาดำเนินการอย่างราบรื่นได้ด้วย..ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจนะว่าผมหมายถึงอะไร” เย่เชียนพูด
พอลบิลล์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพยักหน้าซ้ำๆแล้วพูดว่า “ผมเข้าใจแล้ว..ผมจะส่งคนไปสร้างปัญหาให้กับทั้งสองฝ่ายและทำให้แผนของพวกเขายุ่งเหยิงให้ได้และทำให้พวกเขาสงสัยกันเองเพื่อที่จะทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและทำให้เกิดการปะทะครั้งใหญ่..แต่พ่อของผมพูดในระหว่างการประชุมว่าห้ามพวกเขาขัดแย้งกันเองเพราะเรื่องตำแหน่งผู้นำของตระกูล”
เย่เชียนพูดต่อ “สิ่งที่พ่อของคุณพูดเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้นเพราะตามสไตล์ของตระกูลบิลล์และตระกูลมาเฟียอื่นๆในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมักจะใช้วิธีเลือกผู้อยู่รอดที่เหมาะสมที่สุดในการเลือกผู้สืบทอด..เพราะงั้นการต่อสู้ระหว่างอีแวนส์ และจอร์จบิลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่มีวันสิ้นสุดเว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมถอย..ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลกับสิ่งเหล่านี้ไปหรอกและพยายามทำให้ดีที่สุดแล้วรอจนเมื่อมีโอกาสที่เหมาะคุณก็กำจัดพวกเขาและขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูล..จำคำของผมเอาไว้นะว่าถ้าคุณอยากเป็นมังกรคุณก็ต้องยอมเป็นวัวและม้าก่อน”
พอลบิลล์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของเย่เชียน ดังนั้นเย่เชียนจึงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และอธิบายว่า “นั่นคือถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จและเป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นคุณจะต้องรู้วิธีที่จะอดทนและเริ่มจากจุดต่ำสุดก่อนและคุณเองก็เริ่มต้นได้ดี..เพราะงั้นในอนาคตคุณจะแข็งแกร่งกว่าใครหลายๆคนและตราบใดที่คุณทำตามคำแนะนำของผม..ผมรับประกันว่าคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ”
“ผมจะจำคำแนะนำของคุณเย่เอาไว้และจะทำตามคำแนะนำของคุณเย่ครับ” พอลบิลล์พูด
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน..แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้จักนิสัยของผมดี..ตราบใดที่คนๆนั้นเป็นเพื่อนของผมล่ะก็ผมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเขาแต่ถ้ามีใครหักหลังผมล่ะก็ผมจะฆ่าเขาโดยไม่ลังเล” หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยเฟยก่อนหน้านี้เย่เชียนก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนสติพอลบิลล์เพื่อที่เขาจะได้ไม่เดินไปในทางที่ผิด
พอลบิลล์สามารถเข้าใจความหมายของเย่เชียนได้เป็นอย่างดี อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนงี่เง่าแบบนั้นและเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จในตระกูลบิลล์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดังนั้นเขาจึงมีความทะเยอทะยานสูงและยังมีอีแวนส์บิลล์ขัดขวางเขาอยู่ด้วยดังนั้นเขาจึงเข้าใจสิ่งที่เย่เชียนพูดเขาจึงพยักหน้าซ้ำๆ
เย่เชียนไม่ได้พูดสิ่งเหล่านี้อีกต่อไปเพราะบางครั้งเพียงแค่พูดประโยคเดียวก็สามารถชี้จุดสำคัญ เขาเชื่อว่าพอลบิลล์จะสามารถเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดว่า “ผมได้ยินมาว่าดูเหมือนจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อเควินเฟตในตระกูลบิลล์ใช่ไหม..คุณรู้จักเขามากแค่ไหน?”
พอลบิลล์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะรู้เรื่องของเควินเฟตแต่เขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และพูดว่า “ทำไมคุณเย่ถึงถามเกี่ยวกับเขาล่ะครับ..เควินเฟตเขาเป็นลูกชายคุณป้าของผมและเขาก็อาศัยอยู่ในตระกูลของบิลล์ตั้งแต่เขายังเด็กและทำงานกับอีแวนส์บิลล์ตั้งแต่นั้นมา..เขาเป็นคนเงียบๆไม่มีอะไรให้วิจารณ์หรือตำหนิใดๆ..เขาไม่มีอะไรที่โดดเด่นและหลายๆคนในตระกูลต่างก็บอกว่าเขาเป็นแค่สุนัขของอีแวนส์บิลล์เท่านั้น..เขาไม่เคยโกรธและเขาก็สุภาพกับคนอื่นเสมอแม้แต่ผมเองเขาก็ไม่เคยดูถูกผมเลย”
คนแบบนี้น่ากลัวที่สุดเพราะคนที่เงียบขรึมและสงบเสงี่ยมจะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร? เขาจะยอมเป็นทาสของคนอื่นตลอดไปได้อย่างไร? เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณช่วยให้ความสนใจกับเควินเฟตคนนี้ให้มากขึ้นด้วย”
พอลบิลล์ตกตะลึงเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณเย่สนใจเขาเหรอครับ?”
“ใช่!..เควินเฟตคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน..บุคคลที่เงียบขรึมและสงบเสงี่ยมจะไม่ใช่คนธรรมดาๆอย่างแน่นอนและเขาอาจเป็นบุคคลที่สำคัญมากและเป็นตัวแปรในศึกแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเลยก็ว่าได้เพราะงั้นเราต้องทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขาให้ได้มากกว่านี้” เย่เชียนพูด
พอลบิลล์พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเข้าใจ”
“อย่างไงก็เถอะตัวตนของเควินเฟตคนนี้ดูลึกลับมากเพราะงั้นคุณต้องระวังและอย่าปล่อยให้เขาจับได้เด็ดขาด..ไม่อย่างนั้นเราจะถูกเปิดโปงแผนการ” เย่เชียนพูด
“ผมจะระวังให้ดีครับคุณเย่” พอลบิลล์พูด
เย่เชียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและพูดว่า “เอาล่ะผมได้พูดสิ่งที่ต้องพูดไปแล้วและผมจะปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคุณก็แล้วกัน..อีกอย่างผมอาจจะต้องออกไปจากประเทศสหรัฐอเมริกาสักพักเพราะงั้นคุณต้องจัดการเรื่องต่างๆด้วยตัวเองและโทรหาผมได้ทุกเมื่อหากคุณมีคำถามใดๆเพิ่มเติม”
“คุณเย่กำลังจะไปแล้วเหรอครับ” พอลบิลล์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเพราะในช่วงเวลาวิกฤตนี้เย่เชียนกลับไม่อยู่ซึ่งทำให้พอลบิลล์ไม่ทันตั้งตัว ซึ่งในเวลานี้เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมแค่จะออกไปสักพักเพราะสิ่งต่างๆที่นี่ยังไม่จบเร็วๆนี้แน่และตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไร นอกจากนี้ผมก็เชื่อว่าคุณมีความสามารถในการจัดการกับทุกอย่างที่นี่..คุณต้องจำเอาไว้ว่าถ้าคนๆหนึ่งไม่มีความมั่นใจในตัวเองผลลัพธ์สุดท้ายก็มีแต่ความล้มเหลวเท่านั้น”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” พอลบิลล์พูด “ไม่ต้องกังวลไปคุณเย่ผมจะจัดการทุกอย่างเอง”
เย่เชียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “โอเค..ผมรู้สึกโล่งใจกับคำพูดของคุณมากและจำเอาไว้ว่าคุณต้องเชื่อในตัวเอง และตราบใดที่คุณเชื่อมั่นในตัวเองก็ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้..เอาล่ะตอนนี้คุณก็กลับไปเพื่อจัดการเรื่องของตัวเองเพราะงั้นผมคงไม่จำเป็นต้องบอกคุณว่าต้องทำอะไรบ้าง..”
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนถ้ามีอะไรต้องการผมจะโทรหาคุณเย่” พอลบิลล์ยืนขึ้นขณะพูดและหลังจากออกไปแล้วเขาก็หันกลับและเดินออกไป
เมื่อเห็นพอลบิลล์จากไปเซี่ยเฟยก็เม้มปากเล็กน้อยและชำเลืองมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “นายสงสัยเควินเฟตเหมือนกันใช่ไหม..จากพฤติกรรมของเควินเฟตนั้นเขาไม่ใช่อย่างที่เราเห็นแน่นอน”
.