ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1497 คนแก่ชรา
อาจารย์หงไม่คาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆเพราะนี่คือย่านไชน่าทาวน์ถิ่นของแก๊งค์ชาวจีน ซึ่งเขาได้ขอให้อีแวนส์บิลล์ มาที่นี่เพื่อเจรจาดังนั้นเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นเขาก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ตอนนี้เขาไม่ต้องการมีความขัดแย้งใดๆกับตระกูลบิลล์ ไม่อย่างนั้นความฝันที่เขาจะไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของเขาจะต้องพังทลาย
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณงั้นเหรอ?..หืม..นี่เป็นเขตของแก๊งค์ชาวจีนเพราะงั้นคุณจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อีแวนส์บิลล์พูดด้วยความโกรธ “ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอนและถ้าคุณไม่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลกับผมล่ะก็..เราได้มีปัญหากันแน่!”
หลังจากพูดจบอีแวนส์บิลล์ก็โบกมือแล้วเดินออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการส่งเควินเฟตไปโรงพยาบาลและส่วนที่เหลือจะหารือกันในภายหลัง ถึงแม้ว่าเขาจะตำหนิเควินเฟตก่อนหน้านี้แต่เขาก็ชัดเจนมากเกี่ยวกับความจริงใจของเควินเฟตที่มีต่อเขา ซึ่งถ้าหากเควินเฟตไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขาล่ะก็เขาอาจจะตายไปแล้ว ดังนั้นในฐานะเจ้านายเขาก็ควรแสดงทั้งความเมตตาและความเข้มแข็งและเขาก็เข้าใจความจริงข้อนี้ดี
เมื่อเห็นอีแวนส์บิลล์,เควินเฟตและคนอื่นๆจากไปสีหน้าของอาจารย์หงก็จริงจังขึ้นมาทันทีเพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นและทำลายแผนการของเขาโดยสิ้นเชิง ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง? เป้าหมายแรกที่เขาต้องสงสัยคือหงหมิงเพราะแก๊งค์ชาวจีนต่อต้านเขาอย่างมากในตอนนี้และมีเพียงเขาเท่านั้นที่กล้าทำแบบนี้
“อาจารย์หงคุณมองผมแบบนั้นทำไม..คุณคงไม่ได้คิดว่าผมทำเรื่องพวกนี้หรอกใช่ไหม” หงหมิงพูดด้วยความดูถูกเหยียดหยามและไม่ได้เรียกว่าลุงแต่เรียกว่าอาจารย์หงแทนซึ่งเห็นได้ชัดว่าหมายถึงการขีดเส้นที่ชัดเจนและไม่เคารพเขาอีกต่อไป
“แกรู้หรือเปล่าว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในเขตของแก๊งค์ชาวจีนผลกระทบมันจะเป็นยังไง..แต่โชคดีที่ตอนนี้อีแวนส์บิลล์ไม่เป็นอะไรเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาล่ะก็แก๊งค์ชาวจีนทั้งหมดของเราจะเดือดร้อน” อาจารย์หงพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “หงหมิงแกหัวรุนแรงเกินไปแล้ว..อย่าทำแบบนี้อีกเด็ดขาด..ถ้าฉันรู้ว่าแกทำล่ะก็อย่ามาโทษฉันที่ลงโทษแกตามกฏของแก๊งค์ก็แล้วกัน”
“ผมหงหมิงคนนี้กล้าทำสิ่งต่างๆเสมอและถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ทำมันก็ต้องเป็นอย่างที่ผมพูด” หงหมิงพูด “ผมหงหมิงไม่เคยทรยศต่อแก๊งค์ไม่เหมือนคุณที่ละเลยผลประโยชน์ของพี่น้องชาวจีนทั้งหมด..เพราะงั้นผมจะพูดประโยคเดิมว่าตราบใดที่ผมอยู่ตรงนี้จะไม่มีใครซื้อท่าเทียบเรือไปได้จนกว่าผมจะตายไปซะก่อน” หลังจากพูดจบหงหมิงก็ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วหันหลังเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการพูดกับอาจารย์หงอีกต่อไปเพราะว่าลุงคนนี้ที่เขาเคยเคารพกลับทำให้เขาผิดหวังมากในตอนนี้
ถึงแม้ว่าหงหมิงจะทำสิ่งต่างๆอย่างรุนแรงมาโดยตลอดแต่เขาจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของแก๊งค์เป็นอันขาด แน่นอนว่าชายชราอย่างอาจารย์หงไม่สามารถเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้เพราะเขาคิดแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น หลังจากออกจากโรงน้ำชาแล้วหงหมิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรออก
สายถูกเชื่อมต่ออย่างรวดเร็วและหงหมิงก็รีบถามว่า “คุณไป๋ครับ..มีเหตุกราดยิงที่ไชน่าทาวน์เมื่อครู่นี้และคนของอีแวนส์บิลล์ที่มาเจรจากับอาจารย์หงก็ถูกยิง..มันเป็นฝีมือของคุณหรือเปล่าครับ?”
“แล้วนายคิดว่าไง” เสียงที่ไม่แยแสที่คุ้นเคยดังมาจากฝั่งตรงข้าม
หงหมิงยิ้มอย่างขมขื่นและพูดอย่างเร่งรีบว่า “คุณไป๋อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด..ผมไม่ได้คิดว่าคุณทำเพราะเรื่องนี้มันร้ายแรงมากและโชคดีที่อีแวนส์บิลล์ไม่เป็นอะไรไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคือความหายนะแน่ๆ..เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตของแก๊งค์ชาวจีนเพราะงั้นพวกเราก็ยากที่จะปัดความรับผิดชอบ”
“อะไรกัน..พวกนายกลัวเหรอ?” เสียงของอีกฝ่ายยังคงเฉยเมยมากแต่ก็มีพลังที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ไม่ใช่แน่นอนครับ” หงหมิงพูด “ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ตกลงขายท่าเทียบเรือของแก๊งค์แต่ถ้าเรื่องนี้มีปัญหาล่ะก็มันจะส่งผลกระทบต่อแก๊งค์อย่างมาก..แต่ผมไม่ได้เป็นคนทำและไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ..ซึ่งถ้าคุณไป๋เป็นคนทำเรื่องนี้จริงๆผมก็สามารถปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ถูกเปิดเผย”
“อย่ากังวลไปเลย..ฉันไม่ได้เป็นคนทำ..ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น” เสียงจากอีกฟากหนึ่งพูดว่า “ตระกูลบิลล์จะมีการเลือกผู้นำตระกูลคนใหม่และพวกเขาก็ต้องไม่ทำให้เรื่องใหญ่เกินไป..นอกจากนี้ตระกูลบิลล์ก็ยังมีความขัดแย้งมากมายเพราะอีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์กำลังแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งและเรื่องนี้อาจเป็นไปได้ว่าจอร์จบิลล์เป็นคนลงมือก็ได้”
“เนื่องจากคุณไป๋พูดแบบนั้นผมก็โล่งใจ” หงหมิงพูด “พวกเราเองก็ไม่ได้ทำเพราะงั้นตระกูลบิลล์ก็โทษเราไม่ได้..ยังไงก็เถอะผมเพิ่งเห็นท่าทีของอาจารย์หงดูเหมือนว่าเขาต้องการจะขายท่าเทียบเรือจริงๆ..เรื่องนี้มันค่อนข้างลำบากเลยล่ะ”
คนที่อยู่ในสายก็พูดว่า “ยิ่งมีปัญหามากเท่าไหร่นายก็ยิ่งพิสูจน์ความผิดพลาดของอาจารย์หงได้มากเท่านั้นใช่ไหมล่ะและนอกจากนี้มันยังช่วยนายสร้างบารมีในแก๊งค์ได้อีกด้วย..แต่นายต้องระวังเพราะนายกำลังทำให้อาจารย์หงขุ่นเคืองและฉันเกรงว่าเขาจะไม่ปล่อยนายไปง่ายๆแน่”
“ผมต้องขอโทษแทนพี่น้องในแก๊งค์ด้วยที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้” หงหมิงพูด “อาจารย์หงเขาแก่แล้วและเขาก็ไม่สามารถเป็นผู้นำแก๊งค์ได้อีกต่อไป..ดูเหมือนว่าผมควรจะโทรหาผู้อาวุโสของแก๊งค์ทุกคนเพื่อประชุมและเลือกหัวหน้าแก๊งค์ใหม่..ตอนนี้ลูกน้องของผมมีอิทธิพลมากที่สุดในแก๊งค์เพราะงั้นถึงแม้ว่าอาจารย์หงต้องการกำจัดผมจริงๆแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก..ผมเองก็จะไม่ยอมให้เขามาคุกคามผมง่ายๆ..สุดท้ายแล้วการขายท่าเรือไปก็มีแต่จะทำลายผลประโยชน์ของพี่น้องในแก๊งค์ทุกคน”
“อาจารย์หงอยู่บนถนนสายนี้มานานหลายสิบปีและเขาก็ไม่ใช่คนที่ไร้อำนาจ..เขามีเส้นสายมากมายและไม่ว่ายังไงนายก็ต้องระวังให้ดี..ในเวลานี้นายห้ามมีบางอย่างเกิดขึ้นเด็ดขาด” คนในสายพูด “ฉันต้องคิดก่อนว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงให้เร็วที่สุด..เพราะถ้าเรื่องยิ่งยืดเยื้อออกไปมันก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อเรามากเท่านั้นและจะมีตัวแปรเพิ่มมากขึ้น” ท้ายที่สุดแล้วตระกูลโจนส์และตระกูลบิลล์ก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“ตกลงตามนั้นครับ..ถ้าคุณไป๋มีข่าวอะไรใหม่ๆก็ช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ..ถ้ามันขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของพี่น้องในแก๊งค์แล้วล่ะก็ผมยินดีทำอย่างแน่นอน” หงหมิงพูด “ไม่หรอก..เรื่องของแก๊งค์คนผิวดำก็สำคัญเหมือนกัน..เพราะงั้นอย่าปล่อยให้พวกนั้นเข้ามาขวางทางได้ล่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” คนในสายยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ถ้าชาวจีนทุกคนเป็นเหมือนคุณไป๋ได้ล่ะก็พวกเราชาวจีนจะไม่ถูกกดขี่ข่มเหงและไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็จะยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิแน่ๆ..เอาล่ะถ้าผมมีข่าวอะไรผมจะรีบแจ้งให้คุณทราบโดยเร็วที่สุด”
หลังจากพูดจบเขาก็วางสายไป หงหมิงก็จ้องไปที่โทรศัพท์ด้วยความงุนงงและสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพราะเขาไม่รู้จักคนในสายมากนักและไม่คุ้นเคยกับชื่อของอีกฝ่ายเลย เขาคือไป๋ฮวยบุคคลที่น่าอัศจรรย์คนนี้เกือบจะมีชื่อเสียงเทียบเท่ากับราชาหมาป่า เย่เชียนดังนั้นเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่เมื่อเขาเห็นไป๋ฮวยเป็นครั้งแรกเขากลับเชื่อใจมากและมันเป็นเสน่ห์พิเศษที่ทำให้เขารู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ
โดยธรรมชาติแล้วหงหมิงนั้นรู้เรื่องแก๊งค์ชาวจีนเป็นอย่างดีและเขายังเข้าใจด้วยว่าแก๊งค์ชาวจีนไม่ง่ายที่จะอยู่รอดภายใต้การโจมตีของสามตระกูลหลัก ดังนั้นในฐานะตัวแทนของกลุ่มหัวรุนแรงของแก๊งค์ชาวจีนแล้วหงหมิงจึงมีความทะเยอทะยานสูง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่คาดหวังว่าแก๊งค์ชาวจีนจะกลายเป็นองค์กรที่ทรงพลังเหมือนสามตระกูลใหญ่ก็ตามแต่พวกเขาก็มีประวัติยาวนานถึงร้อยปีและหงหมิงก็ไม่ต้องการให้แก๊งค์ชาวจีนต้องทุกข์ทรมาน ในคำเชื้อเชิญที่ถูกส่งมาโดยเย่เชียนนั้นเขาขอให้แก๊งค์ชาวจีนกลับไปเป็นองค์กรภายใต้หงเหมินกรุ๊ป ซึ่งแน่นอนว่าหงหมิงจะต้องตกลงเพราะเขารู้ดีว่าหากต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองเขาต้องใช้ความแข็งแกร่งมากขึ้น ดังนั้นเมื่อไป๋ฮวยมาพบเขาหงหมิงก็ตกลงที่จะร่วมมือกับไป๋ฮวยโดยไม่ลังเลใดๆ
หงหมิงไม่ได้พยายามที่จะครอบครองตำแหน่งหัวหน้าของแก๊งค์เพราะถึงแม้ว่าเขาจะหัวรุนแรงไปหน่อยแต่เขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่โลภในอำนาจ ความคิดของเขานั้นง่ายมากเพราะชาวจีนควรมีสถานะของชาวจีนโดยเฉพาะในต่างแดนแบบนี้ หากไม่ต้องการถูกรังแกก็ควรร่วมใจกันแสดงความกล้าหาญของชาวจีนออกมาแทนที่จะถ่อมตัวเพื่อแสวงหาความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำขององจารย์หงและเขาจะไม่มีวันเห็นด้วยกับการกระทำเหล่านั้น
หลังจากวางสายแล้วหงหมิงก็ไม่คิดเรื่องอื่นอีกและขึ้นรถขับออกไปจากโรงน้ำชา เมื่อเห็นหงหมิงจากไปอาจารย์หงก็ถอนหายใจด้วยความโกรธและเจตนาฆ่าที่รุนแรงก็ระเบิดออกมาในดวงตาของเขาทันที
“อาจารย์หง..เอาเลยไหมครับ” ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างๆพูดพร้อมกับทำท่าทางเชือดคอ
อาจารย์หงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่จำเป็นเพราะอีแวนส์บิลล์ถูกลอบยิงในย่านไชน่าทาวน์ซึ่งทำให้สิ่งต่างๆลำบากมากขึ้นเพราะงั้นเราต้องเก็บเขาเอาไว้ก่อนเพราะลูกน้องของเขายังมีประโยชน์มากและเราต้องใช้เขาเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย..เขาหัวรุนแรงก็จริงแต่ก็อ่อนประสบการณ์เพราะงั้นฉันจะจัดการกับเขาตอนไหนก็ได้ทุกเมื่อ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาสองคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาไม่พูดอะไรอีกและพวกเขาจะไม่มีวันขัดคำสั่งของอาจารย์หง ซุ่งไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดก็ตามจากมุมมองของพวกเขาแล้วการเป็นมนุษย์คือการรู้จักตอบแทนความเมตตาเพราะอาจารย์หงเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่แก่พวกเขาและชีวิตของพวกเขาเป็นของอาจารย์หง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องตายพวกเขาก็เต็มใจที่จะทำดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะโง่หรือภักดีก็ตามแต่นี่คือสิ่งที่พวกเลือกนั่นเอง
“ส่งคนไปสะกดรอยตามหงหมิงด้วย..ฉันอยากรู้ทุกการเคลื่อนไหวของมันและฉันก็ไม่ต้องการความผิดพลาดใดๆอีกในช่วงนี้” อาจารย์หงพูดอย่างเย็นชาว่า “คิดจะสู้กับฉันเหรอ..หึ..ฉันจะให้มันได้เห็นว่าถึงฉันจะแก่แต่ฉันก็ไม่ได้ไร้พลังและกำลังอีกต่อไป..มันยังสวมผ้าอ้อมอยู่เลยตอนที่ฉันต่อสู้บนถนนสายนี้..เพราะงั้นถ้ามันต้องการจะเล่นกับฉันมันก็จะได้รู้”
“รับทราบครับ!” ผู้ใต้บังคับบัญชาสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาตอบ
.
.
.