ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1496 เปิดฉากยิง
เมื่อเห็นอิแวนส์และเควินเฟตจากไปอาจารย์หงก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและหันหน้าไปมองหงหมิงและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจและพูดอย่างเย็นชาว่า “แกรู้ไหมว่าเมื่อกี้แกทำอะไรลงไป..แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้”
หงหมิงยิ้มเบาๆและพูดว่า “อาจารย์หงคุณเป็นหัวหน้าของแก๊งค์ค์ของเราและทุกการตัดสินใจของคุณก็ส่งผลกระทบต่อแก๊งค์ค์ชาวจีนทั้งหมดและผมก็เคารพคุณมาเสมอและเป็นหัวหน้าที่ดี..แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของคุณในครั้งนี้..คุณรู้ไหมว่าคนจีนจะตกงานกี่คนเมื่อท่าเรือถูกขายไปและต้องนอนข้างถนนและกลายเป็นคนไร้บ้าน..ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแก๊งค์ค์ชาวจีนสามารถยืนหยัดเพื่ออะไร..มันขึ้นอยู่กับว่าบนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวจีนทุกคนและในข้อเท็จจริงที่ว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาวจีนทุกคนและให้ที่อยู่อาศัยแก่พวกเขา..เพราะงั้นถ้าคุณต้องการขายท่าเทียบเรือในตอนนี้มันก็เท่ากับผลักดันให้พวกเขาจมอยู่ในทะเลเพลิง”
“ฉันต้องถามแกเกี่ยวกับการตัดสินใจของฉันหรือเปล่า?” อาจารย์หงตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า “ท่าเรือจะถูกขายหรือไม่นั้นมันก็เป็นสิ่งที่ฉันได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและฉันก็ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไรตามมา”
หงหมิงพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “จริงหรือเปล่าที่อีแวนส์บิลล์พูดว่าคุณกำลังคิดถึงแต่ตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวัยชราโดยไม่คำนึงถึงความเป็นและความตายของชาวจีนจำนวนมาก..แก๊งค์ชาวจีนของเราถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของตระกูลหงแต่จุดประสงค์คือการรวมตัวกันเพื่อประโยชน์ของชาวจีนทั้งหมดและมันไม่ใช่ทรัพย์สินของตระกูลหงหรือแก๊งค์ค์ของเรา..ดังนั้นในฐานะหัวหน้าของแก๊งค์ชาวจีนทุกๆการตัดสินใจของคุณเกี่ยวข้องกับอนาคตของแก๊งค์ค์ชาวจีนและส่งผลต่อชาวจีนทุกคนและนอกจากนี้ท่าเรือทั้งสิบเอ็ดแห่งยังเป็นพื้นฐานสำหรับการอยู่รอดของชาวจีนของเราและเป็นรากฐานของแก๊งค์ค์ชาวจีนทั้งหมดอีกด้วยเพราะงั้นถ้าหากไม่มีท่าเรือแล้วแก๊งค์ค์ชาวจีนของเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่แยบยลมากและผมเชื่อว่าคุณน่าจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดเมื่อครู่นี้ว่าถ้าท่าเรือถูกขายไปความสมดุลของสามตระกูลใหญ่จะถูกทำลายและเมื่อถึงเวลานั้นความสูญเสียจะเกิดขึ้นกับพวกเราอย่างใหญ่หลวงและผมก็ไม่สนหรอกว่าคุณจะคิดยังไง..เพราะถึงยังไงผมก็จะไม่ยอมขายท่าเรือเด็ดขาด”
“แกไม่เห็นด้วยเหรอ..หืม..อย่าลืมสิว่าฉันเป็นถึงหัวหน้าแก๊งค์ค์นะ” อาจารย์หงพูด
“คุณเป็นหัวหน้าก็จริงแต่การตัดสินใจใดๆเกี่ยวกับแก๊งค์ชาวจีนจะต้องหารือกับผู้อาวุโสของแก๊งค์ทุกคนก่อนเสมอ” หงหมิงพูดว่า “ถ้าคุณยืนกรานที่จะเดินตามทางของตัวเองคุณก็มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของคุณเท่านั้น..มันจะเป็นยังไงถ้าหากคุณตัดสินใจผิดพลาดแบบนั้นคุณจะเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษของตระกูลหงในอนาคตได้ยังไง..ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงไม่อยากบอกว่าแก๊งค์ชาวจีนเป็นของตระกูลหงเพราะปรากฎว่าคุณเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเอง..คุณเคยคิดไหมว่าถ้าไม่มีแก๊งค์ชาวจีนแล้วคุณกับตระกูลจะอยู่ได้อย่างปลอดภัยจริงๆในแคนาดางั้นเหรอเพราะที่นั่นก็อยู่ใกล้ประเทศสหรัฐอเมริกามากและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับแก๊งค์ชาวจีนล่ะก็คุณคิดว่าชาวจีนจะปล่อยคุณไปงั้นเหรอ..คุณควรคิดให้ดีพูดง่ายๆก็คือถ้าคุณจะขายท่าเทียบเรือล่ะก็ข้ามศพผมไปก่อนเพราะผมจะไม่มีวันยอมแน่”
เมื่อได้ยินคำพูดของหงหมิงแล้วหัวใจของอาจารย์หงก็เต็มไปด้วยความโกรธเพราะนี่แสดงว่าลูกน้องได้ต่อต้านเขาอย่างเห็นได้ชัดและไม่ได้เคารพเขาในฐานะหัวหน้าแก๊งค์ชาวจีนเลย อย่างไรก็ตามสถานะของหงหมิงในแก๊งค์ชาวจีนยังคงสูงมากและเมื่อเขาคัดค้านมันจะสร้างปัญหามากมายเพราะท้ายที่สุดแล้วหงหมิงก็เป็นผู้นำของกลุ่มหัวรุนแรงและสาวกของแก๊งค์ชาวจีนภายใต้ร่มธงของเขาก็เป็นกลุ่มที่มีการต่อสู้มากที่สุดเช่นกันและพวกเขาล้วนเป็นคนหัวรุนแรง ดังนั้นถึงแม้ว่าอาจารย์หงจะเป็นหัวหน้าแก๊งค์ชาวจีนแต่เขาก็มีลูกน้องไม่มากเท่าอีกฝ่ายและส่วนใหญ่ก็เป็นทหารแก่และอ่อนแอ ดังนั้นหากเขาต้องการต่อสู้กับหงหมิงจริงๆเขาอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยก็ได้ อย่างไรก็ตามจิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดาและอาจารย์หงก็อยู่บนท้องถนนสายนี้มาหลายปีแล้วและเขาก็รู้ความจริงเป็นอย่างดีหากเขาต้องการกำจัดคนๆหนึ่งเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำเอง
ตอนนี้ตระกูลโจนส์และตระกูลบิลล์ต่างต้องการซื้อท่าเทียบเรือของตัวเองดังนั้นอาจารย์หงจึงคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขารู้ว่าหงหมิงคัดค้านอย่างรุนแรง? ถึงแม้ว่าการทำเช่นนั้นจะค่อนข้างน่าสงสัยว่าเป็นการทรยศต่อพี่น้องและพวกพ้องก็ตามแต่ในมุมมองของอาจารย์หงแล้วตราบใดที่สามารถกำจัดคู่ต่อสู้ของเขาได้ก็เป็นวิธีการที่ดี เพราะโลกนี้มักจะพูดถึงแต่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวแต่ไม่ใช่วิธีการ
ทันทีที่เขาลงไปชั้นล่างใบหน้าของอีแวนส์บิลล์ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังและเขาก็ต่อยหน้ารถอย่างแรงและพูดอย่างโกรธๆว่า “หืม..ไอ้หมอนั่นมันจะโอหังเกินไปแล้ว”
“จริงๆแล้ว.. เควินเฟตต์พูด
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบอีแวนส์ก็ขัดจังหวะเขาและพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “จริงสิ..ฉันยังไม่ได้พูดถึงนายเลย..นายเอาแต่พูดอยู่คนเดียวไม่เว้นช่วงให้ฉันพูดบ้างเลย..นี่แกยังเห็นฉันเป็นเจ้านายอยู่หรือเปล่า?”
เมื่อเควินเฟตได้ยินสิ่งนี้ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านด้วยความตกใจและเขาก้มลงอย่างรวดเร็วและพูดว่า “ฉันขอโทษ..ฉันผิดไปแล้ว”
“แกขอโทษใคร” อีแวนส์บิลล์ยังคงถามต่อไป
“ครับ… ผมขอโทษครับหัวหน้า!” เควิน คอฟฟีย์กล่าว
“ตกลงนายรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นเจ้านายของนาย..ฉันนึกว่านายลืมแล้วซะอีก” อีแวนส์ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “นายลืมไปแล้วเหรอว่าจุดประสงค์ของการมาที่นี่ในวันนี้คืออะไร..เรามาที่นี่เพื่อซื้อท่าเทียบเรือที่เป็นของแก๊งค์ชาวจีน..แต่เมื่อกี้นายทำอะไรกันแน่..เรามาที่นี่เพื่อซื้อท่าเทียบเรือของพวกเขาแต่นายกลับตัดสินใจเอง..นายทำผิดพลาดจนไม่น่าให้อภัยจริงๆ”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของอีแวนส์บิลล์ฟังดูไร้สาระเล็กน้อยเพราะตั้งแต่ต้นจนจบคำพูดของเควินเฟตนั้นก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลบิลล์ ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ความตั้งใจเดิมของเขาแต่คำพูดของเขาก็ไม่ผิดเนื่องจากเควินเฟตรู้ดีว่าหากต้องการเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์หงขายท่าเรือให้กับตระกูลบิลล์เขาก็ต้องบอกเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันทรงพลังก่อนเพื่อที่เขาจะได้ขายท่าเรือให้กับตระกูลโจนส์ไม่ได้ นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าอาจารย์หงไม่ใช่คนโง่และควรตระหนักถึงผลประโยชน์ส่วนรวม หากเขายืนกรานที่จะขายเขาก็ต้องขายให้กับผู้ซื้อที่เสนอราคาสูงที่สุดไม่อย่างนั้นมันคงสูญเปล่า เควินเฟตก็มีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวเช่นกัน และนอกจากนี้เขายังหวังที่จะชะลอความคืบหน้าของเรื่องนี้เพื่อที่เขาจะได้มีเวลามากขึ้นในการวางแผนเพื่อกำจัดอีแวนส์บิลล์ และจอร์จบิลล์ในคราวเดียว
ถึงแม้ว่าเควินเฟตจะเข้าใจว่าอีแวนส์บิลล์ต้องการจะข่มเขาแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้และเขาก้มหน้าลงแล้วรีบพูดว่า “ฉันขอโทษ..มันเป็นความผิดของฉันเอง”
อีแวนส์บิลล์ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฉันหวังว่านายจะเข้าใจว่าฉันเป็นเจ้านายและคนที่อยู่ข้างบนนายเพราะงั้นอย่าคิดที่จะเล่นตลกกับฉันและข้ามหัวฉันแบบนี้อีก” ไม่ว่าเควินเฟตจะไม่พอใจมากแค่ไหนก็ตามแต่เขาก็ต้องข่มมันเอาไว้เพราะความอดทนเท่านั้นที่จะทำให้เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคตและเขาต้องรู้จักก้มหัวยอมรับความพ่ายแพ้
ในตอนนี้
ทว่าจู่ๆรถตู้คันหนึ่งก็เบรกกะทันหันและหยุดที่หน้าประตูโรงน้ำชาและก่อนที่อีแวนส์บิลล์และเควินเฟตจะทันได้ตอบสนองก็มีชายร่างกำยำโผล่ออกมาจากรถพร้อมถือปืนไรเฟิลอัตโนมัติกราดยิงอย่างดุเดือด แต่โชคดีที่เควินเฟตมีไหวพริบและสามารถตอบโต้ได้ทันเวลาเพราะเมื่อเขาเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติเขาก็พุ่งตัวไปบังอีแวนส์บิลล์แต่เขาก็ถูกยิงที่ไหล่ซึ่งทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก
เควินเฟตก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและเขาก็ทำข้อตกลงกับลินดาโจนส์เอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? ดังนั้นการส่งคนมาลอบสังหารอีแวนส์ ตอนนี้จะทำลายแผนทั้งหมดของเขาเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือฆ่าอีแวนส์และจอร์จพร้อมๆกัน ซึ่งทุกอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมว่าลินดาโจนส์จงใจหักหลังเขาและตัดหางเขาปล่อยวัด? อย่างไรก็ตามหลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้วเขาคงคิดผิดเพราะด้วยความฉลาดของลินดาโจนส์แล้วเธอคงไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นแน่ แต่จะเป็นใคร? คนจากแก๊งค์ชาวจีน?
ในเวลานี้เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองคิดมากได้และต้องปกป้องอีแวนส์บิลล์จากนั้นก็หลบเข้าไปในโรงน้ำชาภายใต้ที่กำบังของรถ ในตอนนี้อีแวนส์บิลล์โกรธอย่างมากและตะโกนว่า “พวกแกกล้าดียังไงที่คิดจะฆ่าฉัน..ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดโดยไม่มีแม้แต่หลุมฝังศพ” เควินเฟตเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้แล้วและพวกเขาก็รู้ดีว่าแก๊งค์ชาวจีนในไชน่าทาวน์จะต้องปิดล้อมพวกเขาเมื่อได้ยินเสียงปืน ดังนั้นเมื่อเห็นสถานการณ์นี้มือปืนก็ไม่รอช้าและกราดยิงอย่างดุเดือดอยู่พักหนึ่งจากนั้นก็เข้าไปในรถแล้วขับออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
เหนือโรงน้ำชาอาจารย์หงและหงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงปืนและรีบลงไปข้างล่างทันที เมื่อเห็นเควินเฟตไม่สนใจบาดแผลกระสุนปืนที่ไหล่แล้วคอยปกป้องอีแวนส์บิลล์และถอยกลับไปในโรงน้ำชาแล้วพวกเขาจึงรีบไปช่วยเหลือทันที เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่ไชน่าทาวน์ดังนั้นนี่จึงเป็นความรับผิดชอบที่แก๊งค์ชาวจีนยากจะปัดความรับผิดชอบไปได้ โดยเฉพาะอาจารย์หงก็ยิ่งลุกลี้ลุกลนเพราะนี่มันเหมือนกับการติดอยู่ในแหจับปลาไม่ใช่เหรอ? หากอีแวนส์บิลล์เข้าใจผิดว่านี่คือการเล่นสปรกของเขาล่ะก็สิ่งเลวร้ายจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ในเวลานี้กลุ่มคนที่เควินเฟตเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าได้หลั่งไหลเข้ามาในโรงน้ำชาเพื่อปกป้องอีแวนส์บิลล์และเควินเฟตอย่างแน่นหนา “พวกแกมัวทำอะไรอยู่ที่นี่รีบไล่ตามพวกมันไปสิวะ..ฉันอยากให้พวกมันตายโดยไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพพวกมัน” อีแวนส์บิลคำรามด้วยความโกรธ
“อย่าเลย!” เควินเฟตรีบพูด “เราไม่รู้ว่ามีมือปืนคนอื่นๆอีกไหม..ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องความปลอดภัยของนาย”
อีแวนส์บิลล์ชะงักไปครู่หนึ่งและพยักหน้าแล้วถามว่า “แล้วนายเป็นอะไรมากมั้ย?”
“ฉันไม่เป็นไร..โชคดีที่กระสุนทะลุไหล่ไป” เควินเฟตพูด “ฉันไม่รอบครอบเอง..ถ้าฉันเตรียมการล่วงหน้าให้ดีกว่านี้และไม่พานายมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจล่ะก็นายคงไม่ต้องเสี่ยงแบบนี้”
“พูดตอนนี้ไปมันก็ไร้ประโยชน์..นายรีบไปโรงพยาบาลก่อน” อีแวนส์บิลพูด เมื่อเห็นว่าอาจารย์หงและหงหมิงลงมาที่ชั้นล่างอีแวนส์บิลล์ก็จ้องมองไปที่อาจารย์หงและพูดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “คุณหง!..คุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?”
“ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย” อาจารย์หงพูด “ผมไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น..ผมไม่ได้เกี่ยวของอะไรด้วยเลย..ผมหวังว่าคุณอีแวนส์บิลล์จะเข้าใจนะครับ”
.
.