ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1501 ต่างสงสัยซึ่งกันและกัน
หลังจากการเดินทางมาหลายวันเรือรบและเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์เอาไว้มูลค่าสามร้อยล้านหบวนก็มาถึงฐานทัพเรือไอร่อนบลัด ซึ่งกองทัพเรือไอร่อนบลัดในปัจจุบันเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อนอีกต่อไปเพราะแค่ขนาดของฐานทัพก็ไม่เหมือนฐานทัพเรือทั่วไปและยังแข็งแกร่งกว่าอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเกาะปะการังหลายๆแห่งในมหาสมุทรแปซิฟิกได้กลายเป็นฐานทัพของกองทัพเรือไอร่อนบลัดไปแล้ว ซึ่งบริเวณน่านน้ำแห่งนี้มีเพียงกลุ่มโจรสลัดซาตานเพียงกลุ่มเดียวเท่าที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยกองทัพเรือไอร่อนบลัดเพื่อความอยู่รอดและนอกจากนี้ก็ไม่มีกลุ่มโจรสลัดอื่นๆอีกต่อไป
หลังจากพาลูกน้องของแดนนี่ไปที่เรือนจำของกลุ่มโจรสลัดซาตานและควบคุมตัวเอาไว้แล้วหลี่เหว่ยก็กดหมายเลขโทรศัพท์ของเร็กซ์บรูนส์ทันทีเพราะหลังจากรับหน้าที่นี้มาเป็นเวลานานหลี่เหว่ยก็มีทักษะในการแบล็กเมล์ที่ยอดเยี่ยมมากและคำพูดของเขาก็ฉลาดมากเช่นกัน โดยปกติแล้วเร็กซ์บรูนส์จะไม่เอาเรื่องนี้มาทำให้เป็นปัญหากับทางเย่เชียนแต่จะพูดสิ่งดีๆกับหลี่เหว่ยแทนเพื่อที่จะทำธุรกิจกันในระยะยาวได้
หลังจากวางสายของหลี่เหว่ยแล้วคลูลอฟส์อังเดรก็โทรเข้ามาและถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ตัวเองได้ยืนกรานแล้วว่าจะไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอนแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเขาควรทำอย่างไร? ถึงแม้ว่าเร็กซ์บรูนส์จะรู้สึกเสียใจมากและไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะปัดความรับผิดชอบแต่ต้องหาทางแก้ไขปัญหา
หลังจากรวบรวมความมั่นใจได้ในที่สุดเร็กซ์บรูนส์ก็โน้มน้าวให้อังเดรคลูลอฟส์ไม่ต้องไปกังวลในขณะนี้เพราะเขาจะต้องหาวิธีแก้ไขได้อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากวางสายไปเร็กซ์บรูนส์ก็ขมวดคิ้วอย่างหนักหน่วงเพราะสินค้าที่ถูกปล้นไปถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่แต่ทว่าเขาไม่ได้สนใจสินค้ามูลค่าสามร้อยล้านหยวนนักเพราะสิ่งสำคัญก็คือความร่วมมือที่เขาได้สร้างเอาไว้กับตระกูลคลูลอฟส์ที่พังทลายลงในที่สุดและนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาโกรธมาก
เร็กซ์บรูนส์ทำธุรกิจประเภทนี้มาเป็นเวลานานเขาจึงรู้ดีว่ามีโจรสลัดในมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ดังนั้นคราวนี้เขาจึงสั่งให้เรือหลีกเลี่ยงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยเฉพาะและใช้เส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงโจรสลัดเหล่านั้น ซึ่งในความเห็นของเขาโจรสลัดเหล่านี้ไม่ได้หยิ่งผยองมากนักแต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขาจะถูกปล้นแบบนี้ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆว่ามีบางอย่างไม่ปกติ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้สงสัยเซี่ยเฟยและมันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะเซี่ยเฟยเป็นคนของคลูลอฟส์อังเดร ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ควรสมรู้ร่วมคิดกับโจรสลัดเหล่านั้นและยิ่งไปกว่านั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินข่าวใดๆที่ตระกูลคลูลอฟส์สมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรสลัดเลย แน่นอนว่าตระกูลใหญ่ทุกตระกูลจำเป็นต้องจัดการความสัมพันธ์ทุกด้านและเป็นที่เข้าใจได้ว่าพวกเขาจะค้องมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับพวกโจรสลัดเป็นครั้งคราว ดังนั้นเร็กบรูนส์จึงไม่คิดว่าเซี่ยเฟยและคลูลอฟส์อังเดรจะสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรสลัดเลย ซึ่งนั่นก็เหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น
นอกจากแรนดี้บรูนส์แล้วเร็กซ์ก็นึกถึงใครไม่ได้เลยเพราะเส้นทางการเดินเรือในครั้งนี้เป็นข้อมูลที่เข้มงวดมากและไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องนี้ ดังนั้นเขาไม่เชื่อว่าคนของกองทัพเรือไอร่อนบลัดจะบังเอิญมาเจอมันโดยบังเอิญ ซึ่งในความเห็นของเขามันจะต้องมีคนวงในที่จงใจปล่อยข้อมูลรั่วไหลออกไปอย่างแน่นอน อีกทั้งในตระกูลบรูนส์เองแรนดี้บรูนส์ก็เป็นคู่แข่งของเขามาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้บางทีแรนดี้บรูนส์อาจต้องการใช้โอกาสนี้กำลังเขาและทำให้เขาสูญเสียอย่างหนักเพราะนี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย ไม่เพียงแค่จะทำให้เกิดคำตำหนิจากตระกูลบรูนส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะยิ่งไปกว่านั้นเขาเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องยากที่จะได้มีโอกาสร่วมมือกับตระกูลคลูลอฟส์ในอนาคตอีก นี่คือคงเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของแรนดี้บรูนส์ใช่ไหม? เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เร็กซ์บรูนส์ก็ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดหมายเลขโทรศัพท์ของแรนดี้บรูนส์
สายโทรศัพท์ถูกเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและเร็กซ์บรูนส์ก็พูดอย่าหมดความอดทนว่า “ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน..มานี่เดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงจริงจังมากและไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธหรือสงสัยแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าแรนดี้บรูนส์ไม่ได้โกรธเกรี้ยวแต่อย่างมดเขาเพียงยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “พี่สั่งผมเหรอ?..ผมคิดว่าพี่คงลืมไปสินะว่าผมไม่ใช่ลูกน้องของพี่ที่พี่จะสามารถสั่งผมได้”
“หืม..แกต้องให้คำอธิบายเรื่องนี้กับฉันไม่อย่างนั้นฉันจะไม่มีวันปล่อยแกไปแน่” เร็กซ์บรูนส์พูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ผมจะบอกอะไรให้นะและพี่ช่วยฟังให้เข้าใจทีว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย..ผมไม่รู้เรื่องอะไร..นี่เป็นความจริง..พี่ลองคิดทบทวนดูดีๆว่าพี่เคยไปทำให้ใครเขาโกรธหรือขุ่นเคืองเอาไว้บ้าง” แรนดี้บรูนส์พูด
“อย่าทำเหมือนไม่รู้อะไรหน่อยเลย..อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้ว่าเรือขนสินค้าของเราเกิดอุบัติเหตุในมหาสมุทรแปซิฟิกน่ะ?” เร็กซ์บรูนส์พูด
“เกิดอะไรขึ้น?” แรนดี้บรูนส์ขมวดคิ้วโดยไม่สมัครใจและโบกมือให้ผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาออกไปแล้วพูดต่อ “เกิดอะไรขึ้น..พี่ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ไหม..ผมไม่เข้าใจว่าพี่พูดอะไร”
“เอาล่ะ..งั้นฉันจะเล่าให้ฟัง” เร็กซ์บรูนส์พูด “เรือขนสินค้าของเราไปเจอกับพวกโจรสลัดในมหาสมุทรแปซิฟิกและสินค้ากับลูกเรือทั้งหมดถูกพวกมันควบคุมเอาไว้..จากนั้นพวกมันก็โทรมาหาฉันและบอกให้ฉันเอาเงินไปไถ่สินค้ากับลูกเรือ..เพราะงั้นแกจะกล้าพูดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแกงั้นเหรอ?”
“พี่..พี่อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้..อีกอย่างผมเองก็มีส่วนรับผิดชอบในธุรกิจครั้งนี้และไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้เหมือนกัน…ยิ่งสินค้าถูกพวกโจรสลัดปล้นไปแบบนี้ด้วย..สิ่งที่พี่กล่าวหาผมมันร้ายแรงเกินไปนะ” แรนดี้บรูนส์พูด “นอกจากนี้คนส่วนใหญ่บนเรือลำนั้นก็เป็นคนของผมเพราะงั้นผมเองก็กังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขามากกว่าพี่อีก..แต่พี่กลับตำหนิผม..แบบนี้มันไม่มากไปหน่อยเหรอ?”
“ยังไงก็เถอะฉันไม่สนหรอกเพราะแกเป็นคนรับผิดชอบการขนส่งครั้งนี้ตอนนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดแกก็ต้องรับผิดชอบ!” เร็กซ์บรูนส์พูด “คลูลอฟส์อังเดรเพิ่งจะโทรหาฉันและเขาก็ไม่สบอารมณ์อย่างมาก..เขาบอกว่าถ้าหากสินค้าไม่สามารถไปถึงน่านน้ำของประเทศรัสตามกำหนดล่ะก็เราจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวนมากเพราะงั้นแกควรหาวิธีแกไขซะ!”
หลังจากพูดจบเร็กซ์บรูนส์ก็ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์และวางสายโทรศัพท์ทันที
เมื่อแรนดี้บรูนส์ได้ยินเสียง “บี๊บ” ที่มาจากโทรศัพท์เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ให้ตายเถอะ..พอมีอะไรเกิดขึ้นก็โทษแต่ฉัน..ไอ้เวรเอ๊ย..ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าสินค้าจะถูกโจรสลัดปล้น..แกคิดว่าฉันจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้รึไง..เอาแต่โทษว่าฉันลับหลังแล้วแกล่ะ!”
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลาที่มัวแต่มาคิดเรื่องนี้เพราะเขาต้องหาทางแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด แต่เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับสินค้าเพราะเร็กซ์บรูนส์เป็นผู้รับผิดชอบด้านเงินทุนทั้งหมดและไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย ส่วนเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการขนส่งสินค้าเพื่อทำกำไรเท่านั้น อย่างไรก็ตามบุคลากรบนเรือนั้นส่วนใหญ่เป็นของเขาดังนั้นค่าไถ่เพียงอย่างเดียวก็คงไม่ใช่จำนวนเล็กๆน้อยๆเลย
นอกจากนี้นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับแรนดี้บรูนส์และถ้าหากเขาคว้าโอกาสนี้และทำผลงานได้ดีเขาอาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลคลูลอฟส์ได้ จากนั้นเขาก็จะสามารถเอาชนะเร็กซ์บรูนส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยการร่วมมือกับตระกูลคลูลอฟส์
เนื่องจากเขารับผิดชอบธุรกิจลักลอบขนสินค้ามาโดยตลอดดังนั้นแรนดี้บรูนส์จึงรู้จักผู้คนมากมายในวงการใต้ดินส่วนนี้ ซางหลังจากการสอบถามจากหลายๆแหล่งแล้วเขาก็พบว่าสินค้าถูกปล้นโดยกองทัพเรือไอร่อนบลัดและเขาก็ไม่รู้จักใครในกองทัพเรือไอร่อนบลัดเลยแต่เขารู้จักผู้คนมากมายจากกลุ่มโจรสลัดอื่นๆและได้ติดต่อกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่อยู่ในธุรกิจลักลอบขนสินค้านั้นจะต้องใช้เส้นทางการขนส่งทางทะเลตลอดทั้งปีและต้องติดต่อกับเหล่าโจรสลัดเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นแรนดี้บรูนส์ได้สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มโจรสลัดเหล่านี้โดยธรรมชาติและกลุ่มโจรสลัดซาตานก็เป็นหนึ่งในนั้น
แรนดี้บรูนส์ไม่กล้าลังเลเลยแม้แต่น้อยและรีบติดต่อไปยังผู้นำกลุ่มโจรสลัดซาตานอิดาห์อัปส์และโทรหาเขา เมื่ออีกฝ่ายได้ยินว่าสินค้าถูกปล้นโดยกองทัพเรือไอร่อนบลัดแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมึนงงเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างยากในการจัดการและแน่นอนว่าเขาไม่กล้ายืนยันหรือตกลงอะไร ด้วยเหตุนี้อิดาห์อัปส์จึงช่วยในการติดต่อไปยังกองทัพเรือไอร่อนบลัดเท่านั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้แรงกดดันของกองทัพเรือไอร่อนบลัดนั้นชื่อเสียงของกลุ่มโจรสลัดซาตานนั้นน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่มีสูญเสียในแง่ของผลกำไรและผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับนั้นก็ยิ่งใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก ซึ่งโจรสลัดเหล่านี้เดิมทีถูกก่อตั้งขึ้นโดยชาวประมงผู้หิวโหยและทหารเรือที่เกษียณอายุราชการ จุดประสงค์ของพวกเขาคือเพียงให้มีอาหารสามมื้อต่อวันและในตอนนี้ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือไอร่อนบลัดนั้นทำให้ชีวิตของพวกเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆและมีความมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไรมากจนเกินไปและนอกจากนี้พวกเขายังเข้าใจด้วยว่าด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของกลุ่มโจรสลัดซาตานนั้นไม่มีทางที่พวกเขาจะต่อสู้กับกองทัพเรือไอร่อนบลัดได้เลย ด้วยเหตุนี้หากพวกเขาขยับนิ้วเพียงเล็กน้อยพวกเขาอาจจะทำให้ตัวเองถูกบดขยี้ได้
ส่วนเย่เชียนนั้นขี้เกียจเกินกว่าจะจัดการเรื่องเหล่านี้และเขาปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของหลี่เหว่ยได้ เขาได้อธิบายทุกอย่างที่หลี่เหว่ยต้องทำแล้วและเชื่อว่าหลี่เหว่ยรู้ดีว่าต้องทำอะไร ดังนั้นหลังจากพักผ่อนเป็นเวลาสองวันที่สำนักงานใหญ่ของกองทัพเรือไอร่อนบลัดเย่เชียนก็กลับไปที่ท่าเรือของเมืองเซี่ยงไฮ้ในประเทศจีนด้วยเรือบรรทุกน้ำมันที่เครือน่านฟ้ากรุ๊ปเป็นเจ้าของระหว่างอยู่ในมหาสมุทร
จากนั้นเย่เชียนก็บินตรงไปยังเมืองมอสโกซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซียเพราะเย่ยังรู้สึกว่าคำพูดของหลี่เหว่ยนั้นค่อนข้างสมเหตุสมผลและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจนต้องทำลายตระกูลคลูลอสฟ์ แต่อย่างน้อยเย่เชียนก็ต้องสอนบทเรียนให้กับคลูลอฟส์อังเดรเพื่อให้เข้าใจว่าหากไม่มีเขาคลูลอฟส์อังเดรก็คงไม่มีวันนี้และทำให้คลูลอฟส์อังเดรรู้สึกถึงอันตรายเพื่อเตือนสติและสามารถสงบสติอารมณ์ได้
ยิ่งไปกว่านั้นเดิมทีเย่เชียนต้องการช่วยคลูลอฟส์อังเดรรวบรวมตระกูลคลูลอฟส์แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีกต่อไปและต้องสร้างอุปสรรคบางอย่างให้เพื่อสร้างข้อจำกัดด้วย ซึ่งด้วยวิธีนี้คลูลอฟส์อังเดรจะต้องพึ่งพาตัวเองเพียงเท่านั้นและเมื่อเขามีเวลาและโอกาสและความแข็งแกร่งเพียงพอจากนั้นถึงแม้ว่าคลูลอฟส์อังเดรต้องการหักหลังเขาล่ะก็เย่เชียนก็จะสามารถจัดการคลูลอฟส์อังเดรได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เซี่ยเฟยนั่งอยู่บนเครื่องบินและเหลือบมองเย่เชียนพร้อมกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้จากนั้นก็พูดว่า “ฉันว่านายเนี่ยน่าสงสารจริงๆ..นายไม่คิดว่ามันเหนื่อยบ้างเหรอ?..เป็นฉันคงไม่มีวันมีความสุขแน่ๆถ้าเอาแต่วิ่งไปรอบๆแบบนี้..อีกอย่างนายก็ทำให้ฉันเหนื่อยไปด้วย”
.
.
.