ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 83 หนึ่งกระบวนท่า
“สวัสดีครับผู้ชมทุกท่าน ชาวเน็ตทุกคน ผมคือ ‘มังกรพิสุทธิ์
กลางคลื่น’ เพื่อนของทุกคน ที่นี่คือสนามหลักโรงเรียนมัธยมหลงเถิง
ยินดีต้อนรับสู่การถ่ายทอดสดการประชันเทพสงครามระดับมัธยม
รอบสองในฤดูกาลที่ 251 ทีมที่แข่งขันได้แก่ ทีมโรงเรียนมัธยมหลง
เถิงพบกับทีมโรงเรียนมัธยมปลางหงฉี!”
ในห้องถ่ายทอดสด พิธีกรเสิ่นเหยียนกำลังอุ่นเครื่อง สร้าง
บรรยากาศอยู่
ครั้งนี้ ผู้ช่วย ‘เสี่ยวโย่วเพียจื่อ’ สวมถุงน่องสีขาว รวมกับชุด
JK*[1] สีขาว สวมวิกผมสีฟ้า ดูทั้งน่ารักและน่าเอ็นดู
แต่ในครั้งนี้ เธอไม่ได้พูดอะไร
เหมือนกับว่าไม่ได้กินอิ่ม ท่าทางจึงดูเซื่องซึม
แม้แต่แรงพูดก็ไม่มี
จึงทำหน้าที่ขายความน่ารักแบบเงียบ ๆ
“ก่อนหน้านี้ ได้รับข้อความจากทีมงานหน้างานว่า ทางด้านของ
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีเกิดปัญหาด้านเทคนิคบางอย่าง จึงยังไม่
เข้ามาวอร์มในสนาม ในที่สุด ก็ถึงเวลาที่เรารอคอยแล้ว พวกเขา
มาแล้วครับ!”
“ผู้ที่เดินนำหน้ามาก็คือหลี่เซี่ยวเฟย นักสู้ของทีมโรงเรียนมัธยม
ปลายหงฉี”
“ผู้เล่นทรงคุณค่าที่สุดของการแข่งขันในรอบแรกคนนี้ สีหน้าดู
เหมือนจะโกรธมาก”
“แน่นอนว่า สนามกีฬาของโรงเรียนมัธยมหลงเถิงถูกขนานนาม
ว่าเป็นสนามเหย้าของปีศาจ ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งลอย ๆ ผู้ชมบนอัฒจันทร์
ไม่เป็นมิตรต่อทีมเยือนสุด ๆ เหล่าชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดอาจจะ
ไม่ได้ยิน แต่ผมอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้ยินชัดเจนมาก ๆ เสียงสาปแช่ง
มากมาย รวมถึงยังมีคนขว้างปาสิ่งของลงมาจากอัฒจันทร์ด้วย!”
‘มังกรพิสุทธิ์กลางคลื่น’ อธิบายสถานการณ์หน้างานอย่างเป็น
กลาง
แต่ภายในใจของเขาเดือดพล่าน
ในฐานะพิธีกรของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่
ผ่านมา ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมมากมาย
ไม่ได้น ้าสักอึก อาหารต้อนรับก็ไม่มี
แม้แต่ที่นั่งถ่ายทอดสดก็เป็นมุมอับที่สุด
สู้กับการแข่งขันรอบก่อนที่จัดอยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
สภาพสนามที่ทรุดโทรมไม่ได้เลย
แต่เพราะว่าในการแข่งขันรอบก่อน โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีทำ
ผลงานได้โดดเด่น รวมถึงโรงเรียนมัธยมหลงเถิงก็เป็นโรงเรียนเก่าแก่
ที่มีชื่อเสียง ทำให้ความร้อนแรงของการแข่งขันรอบนี้สูงมาก มีสื่อ
จำนวนมากเดินทางมาทำข่าวและรายงานที่สนามแข่งขัน
ผู้บรรยายมีถึงเกือบสามสิบคนเลยทีเดียว
โดยส่วนใหญ่ ล้วนมีชื่อเสียงมากกว่าเสิ่นเหยียน
เสิ่นเหยียนที่ถูกจัดให้ไปนั่งถ่ายทอดสดในมุมอับ แทบจะอยากจะ
เอากะโหลกของอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมหลงเถิงมาใช้เป็นโถฉี่
ดังนั้นเขาย่อมไม่พูดถึงโรงเรียนมัธยมหลงเถิงในแง่ดี
……
ภายในสนามแข่ง
ทีมงานได้ปรับแต่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมเรียบร้อยแล้ว
ทีมแข่งขันทั้งสองฝ่าย อยู่ในพื้นที่เตรียมความพร้อมของแต่ละ
ทีมห่างกันห้าสิบเมตร เพื่อทำการเตรียมการสุดท้าย
เช่นเดียวกับรอบแรก เริ่มต้นด้วยประเภทเดี่ยว
“การต่อสู้ในวันนี้รอบแรก สำคัญมาก ๆ” เฉินเฝ่ยกวาดสายตา
มองไปยังนักสู้หลักสองคน จากนั้นกล่าวว่า “เราต้องใช้ความเป็นไป
ได้สูงที่สุด เพื่อคว้าชัยชนะในครั้งนี้ ดังนั้น…”
หลี่เซี่ยวเฟยอาสาบุกเป็นคนแรก โดยกล่าวว่า “อาจารย์ใหญ่
ขอผมเป็นคนแรกครับ”
แต่ท้ายที่สุดสายตาของเฉินเฝ่ย ก็หยุดนิ่งอยู่ที่ ฟางปู้อี๋
“ศึกนี้ ฟางปู้อี๋”
เขาตัดสินใจขั้นสุดท้าย
หลี่เซี่ยวเฟย “…”
บ้าเอ๊ย
ตาแก่เฉินมีสกิลติดตัวว่า ‘ไม่ว่าใครอาสาก็จะถูกเมิน’ หรือเปล่า
วะ
รอบก่อนฟางปู้อี๋อาสา แต่เจ้าคุณครูหมาตัวนี้กลับเปลี่ยนตัวไป
เป็นเขา
ตอนนี้เขาอาสา ทว่าเจ้าคุณครูหมาตัวนี้กลับเลือกฟางปู้อี๋
“สู้ ๆ นะรุ่นพี่ฟาง”
“สู้ ๆ”
“รุ่นพี่ฟาง สู้ ๆ”
เหล่าสมาชิกทีมรบประจำโรงเรียนต่างให้กำลังใจฟางปู้อี๋กันยก
ใหญ่
ในฐานะนักสู้หลักคนที่สองของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ฟางปู้อี๋
ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในฐานะพี่ใหญ่ที่แสนจะเชื่อถือได้
เขาเป็นคนใจกว้าง ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อมีเรื่องร้องขอ เขาก็จะไม่ปฏิเสธ
เด็ดขาด
เหมือนแม่ไก่ที่คอยปกป้องลูก ๆ โดยกางปีกปกป้องสมาชิกทุก
คนเอาไว้
ความสามารถของเขาไม่ได้สูงนัก
ด้วยการฝึกฝนขั้นกลั่นดาราระดับแปด เขาได้ต่อสู้ในการ
แข่งขันระดับมัธยมปลายเป็นเวลาสองปีเต็ม แต่ก็ไม่อาจสร้างชื่อเสียง
ได้
แต่ไม่ว่าจะพบเจอกับความยากลำบากใด ๆ เขาก็ไม่เคยบ่นหรือ
ถอยหนี
ดังนั้น ฟางปู้อี๋จึงเป็นที่รักใคร่ของนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลาย
หงฉีทุกคน
เหล่าอาจารย์เองก็ต่างให้ความสำคัญกับเขามาก
“สู้ ๆ นะ”
หลี่เซี่ยวเฟยตบบ่าให้กำลังใจฟางปู้อี๋เบา ๆ
บนอัฒจันทร์หลังพื้นที่เตรียมพร้อม
เหล่านักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีที่ติดตามมากว่าสิบชีวิต
ตะโกนเชียร์กันจนเสียงแหบเพื่อให้กำลังใจฟางปู้อี๋
เยี่ยนชื่ออวี่เดินไปหาฟางปู้อี๋
เธอค่อย ๆ จัดเครื่องแบบนักเรียนให้เขา แล้วพูดว่า “สู้ ๆ นะ”
ฟางปู้อี๋ยิ้ม
เขาหันหลังเดินออกไป ก้าวฉับ ๆ ไปยัง โฮสต์คอมพิวเตอร์
ควอนตัม
ในขณะนี้ รายชื่อตัวแทนนักสู้รอบแรกของโรงเรียนมัธยมหลง
เถิงได้ประกาศออกมาแล้ว
“รายชื่อคู่ต่อสู้ได้ประกาศออกมาแล้ว สำหรับรอบแรกประเภท
เดี่ยว ทีมเจ้าบ้านได้ส่งนักเรียนหนุ่มดาวรุ่งอย่างเจิ้งโซ่วลงแข่งขัน ดู
เหมือนว่าพวกเขาจะตั้งใจคว้าชัยชนะในรอบแรกนี้ให้ได้เลยสินะ”
“เจิ้งโซ่ว มีฉายาว่า ‘สัตว์ป่า’ อายุสิบแปดปี ส่วนสูงสองเมตรหนึ่ง
น ้าหนักร้อยสี่สิบกิโลกรัม ระดับการฝึกฝนขั้นกลั่นดาราระดับสิบ
ได้รับการผ่าตัดกระดูกสลักอักขระวิเศษระดับหนึ่ง ‘กอริลลาขนเทา’
จึงมีชื่อเสียงในเรื่องพละกำลังมหาศาล”
“เจ้าหมอนี่มันก็คือสัตว์ป่าที่ไม่มีใครเทียบได้”
“ใช่เลย ในการแข่งขันฤดูกาลที่แล้ว เขาคว้ารางวัล MVP ผู้ชนะ
ไปทั้งหมด 18 ครั้ง และ MVP ผู้แพ้ 12 ครั้ง…”
“นักสู้คนแรกของโรงเรียนมัธยมหงฉีคือ ฟางปู้อี๋”
“ฟางปู้อี๋ อายุสิบแปดปี ส่วนสูงหนึ่งเมตรแปดสิบสาม น ้าหนัก
แปดสิบสี่กิโลกรัม ระดับการฝึกฝนขั้นกลั่นดาราระดับแปด ใน
ฤดูกาลที่แล้วได้ลงแข่งขันทั้งหมดหกสิบเอ็ดครั้ง ชนะแปดครั้ง อัตรา
การชนะในการแข่งขันแบบเดี่ยวตลอดอาชีพไม่ถึง 14%”
“ถ้าเปรียบเทียบข้อมูลของทั้งสองคนแล้วคนละระดับอย่างเห็นได้
ชัด”
“ฟางปู้อี๋ แพ้แน่นอน”
โซนสื่อ
ผู้บรรยายจากสำนักต่าง ๆ แทบทุกคนต่างลงความเห็นว่าเจิ้งโซ่
วจะชนะ
แม้แต่เสิ่นเหยียนยังไม่กล้าพูดเข้าข้างโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
เขาเอ่ยว่า “นี่คือการแข่งขันที่ไม่สมดุล ความสามารถของนักสู้ทั้ง
สองฝ่ายนั้นห่างชั้นกันเกินไป หวังว่านักสู้ฟางปู้อี๋จะแสดงฝีมือออกมา
ได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงระดับฝีมือและความกล้าหาญ…”
การแข่งขันได้เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว
แผนที่ที่ระบบสุ่มเลือกคือ ‘โคลอสเซียมโรมัน’
สนามประลองยักษ์ใหญ่สีขาวที่สร้างจากหินปรากฏขึ้นบน
จอภาพขนาดใหญ่
แสงวาบของการเทเลพอร์ตปรากฏขึ้น
ฟางปู้อี๋ และเจิ้งโซ่วปรากฏตัวพร้อมกันภายในสนาม
ฟางปู้อี๋ เลือกชุดเกราะหนังคุณภาพสูงที่สุด อาวุธที่เลือกคือ
กระบี่ขนาดเล็กที่เหมาะกับการแทง
ส่วนเจิ้งโซ่วไม่ได้เลือกชุดเกราะที่ระบบจัดเตรียมไว้เลย
เขาถอดเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงกำยำ
“แค่หมัดเดียว”
เจิ้งโซ่วกระดิกนิ้วใส่ฟางปู้อี๋
สีหน้าของฟางปู้อี๋ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ถูกยั่วยุง่าย ๆ
เขารู้ตัวดีว่าตัวเองเสียเปรียบกว่าอย่างชัดเจน
ดังนั้นจึงต้องอดทนอดกลั้น และพยายามค้นหาโอกาสอันน้อย
นิด
“การแข่งขันเริ่มแล้ว”
“แผนที่ ‘โคลอสเซียมโรมัน’ นี้ไม่เป็นผลดีต่อฟางปู้อี๋เลย เมื่อ
ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาก็เหมือนกับเต่าในไห ไม่มี
โอกาสได้หลบหลีกหรือเพิ่มระยะห่าง…”
“ดูเหมือนว่าแม้แต่ขั้นตอนการสุ่มของระบบก็ยังช่วยโรงเรียน
มัธยมหลงเถิง”
“ก็ที่นี่เป็นสนามเหย้าของโรงเรียนมัธยมหลงเถิงนี่นา”
ฟางปู้อี๋เลือกใช้อาวุธเป็นกระบี่เรียวเล็กซึ่งโจมตีได้รวดเร็ว
ทะลวงเกราะป้องกันของคู่ต่อสู้ได้ ต้องยอมรับว่านี่เป็นทางเลือกที่
ชาญฉลาด…
“เขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
“ฝีเท้าของฟางปู้อี๋นั้นแยบยล และความเร็วก็นับได้ว่าเร็วมาก”
“เขายังไม่รีบรุกเข้าโจมตี แต่กลับหมุนวนอยู่รอบเจิ้งโซ่ว
พยายามค้นหาช่องโหว่ของคู่แข่ง”
“เจิ้งโซ่วไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย”
“นักเรียนดาวเด่นจากโรงเรียนมัธยมหลงเถิงคนนี้ แม้แต่ท่าทาง
เตรียมพร้อมยังไม่คิดจะทำ ร่างกายเต็มไปด้วยช่องโหว่”
“แต่ฟางปู้อี๋เองก็ไม่กล้าโจมตีอย่างประมาท”
“เขารู้ว่าตัวเองมีโอกาสเพียงครั้งเดียว”
“ที่นั่งสำหรับผู้ชมเต็มไปด้วยเสียงโห่”
“ฟางปู้อี๋ไม่สะทกสะท้าน…”
“เจิ้งโซ่วเคลื่อนไหวแล้ว”
“เขาโจมตีแล้ว…”
“เพียงการเคลื่อนไหวเดียว สมแล้วที่เป็น ‘สัตว์ป่า’ เพียงแค่หมัด
เดียวที่เหวี่ยงออกอย่างแผ่วเบา ก็ปะทะร่างของฟางปู้อี๋…”
“จบแล้ว ฝีมือห่างชั้นกันเกินไป”
“ฟางปู้อี๋บาดเจ็บสาหัส ถูกเจิ้งโซ่วเหยียบย ่าอยู่ใต้เท้า”
ที่โต๊ะวิจารณ์ สื่อมวลชนแต่ละสำนักต่างก็ร้องตกใจ
ในสนาม
ฟางปู้อี๋บาดเจ็บจนกระอักเลือด ล้มลงกองกับพื้น
เจิ้งโซ่วเหยียบหน้าอกของเขา ก้มมองอย่างเหยียดหยาม
“อ่อนแอแบบนี้ ทำไมยังกล้าออกมาทำให้ตัวเองขายขี้หน้าอีก”
[1] ชุด JK มาจากคำว่า Joshi Kousei (女子高生) แปลว่าสาว
มัธยมปลาย