ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 84 ฟลุก
ฟางปู้อี๋หายใจอย่างหนักหน่วง
แต่ทุกครั้งที่หายใจ จะมีฟองเลือดสีแดงฉานพ่นออกมาจากปาก
และจมูก
ในโลกเสมือนจริงของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทุกอย่างเหมือนกับ
โลกแห่งความเป็นจริง
ความเจ็บปวด และปฏิกิริยาของร่างกายหลังได้รับบาดเจ็บ ล้วน
จำลองออกมาได้อย่างสมจริงแทบร้อยเปอร์เซ็นต์
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้ฟางปู้อี๋แทบจะสูญเสียการ
ควบคุมร่างกายของตัวเอง
บาดแผลสาหัสเกินไป
หมัดที่อีกฝ่ายฟาดออกมานั้น เขาไม่มีทางต้านทานได้เลย
ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้น ฟางปู้อี๋ยังคิดว่า หากสามารถแทงกระบี่
ใส่ร่างของอีกฝ่ายได้สักครั้ง ต่อให้แพ้ ก็ยอมรับได้
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเพียงหมัดเดียวเท่านั้น
ความมั่นใจของฟางปู้อี๋เริ่มพังทลาย
“ถ้านายยอมแพ้ แล้วพูดอีกสามครั้งว่านายเป็นไก่อ่อน ฉันจะให้
นายตายอย่างไม่ทรมาน”
เจิ้งโซ่วมีเจตจำนงเหยียบย ่าฟางปู้อี๋ เขาหัวเราะเยาะเย้ย
“ได้ ฉันจะพูด”
ฟางปู้อี๋กัดฟันกล่าว “นายเป็นไก่อ่อน นายเป็นไก่อ่อน นายเป็น
ไก่อ่อน…”
พูดจบ ก็หันกระบี่แทงเข้าหัวใจตัวเอง
ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากการถูกเหยียบย ่า
ร่างของเขากลายเป็นกลุ่มข้อมูลแสง แล้วหายไปจากตำแหน่ง
เดิม
เจิ้งโซ่วไม่ทันได้ขัดขวาง ถ่มน ้าลายอย่างแรง “สารเลว”
ในชั่วขณะถัดมา เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วสนาม
นักเรียนโรงเรียนมัธยมหลงเถิงและผู้ที่มาชมการแข่งขัน ส่วน
ใหญ่ต่างตะโกนเชียร์อย่างบ้าคลั่ง
แตกต่างจากสภาพแวดล้อมในสนามเหย้าที่แร้นแค้นของ
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉี การแข่งขันของโรงเรียนมัธยมหลงเถิง มี
คนจากภายนอกจำนวนมากซื้อตั๋วเข้ามาชมในสนาม
ทีมที่ติดอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันประจำเมือง ทำการตลาดได้
ดีมาก
ผู้บรรยายทุกสายต่างพากันยกย่อง ‘สัตว์ป่า’ เจิ้งโซ่ว
บรรยากาศในสนามคึกคักถึงขีดสุด
ในฐานะผู้บรรยายที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนมัธยมปลาย
หงฉี เสิ่นเหยียนกล่าวในห้องถ่ายทอดสดอย่างหมดหนทาง “ฟางปู้อี๋
ใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด เลือกอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แสดง
ให้เห็นถึงความกล้าหาญ… แต่น่าเสียดาย ช่องว่างของพลังชัดเจน
เกินไป เขาแพ้แล้ว แต่เจิ้งโซ่วทำกับคู่ต่อสู้อับอายแบบนี้ นี่มันไร้
มารยาทจริง ๆ”
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจำนวนมากเห็นภาพฟางปู้อี๋ถูกเหยียบ
อยู่ใต้เท้า ต่างพากันด่าทอขึ้นมาทันที
ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงไม่ชอบการกระทำที่ใช้ความแข็งแกร่งรังแก
ผู้อ่อนแอแบบนี้
ทว่าก็มีกลุ่มผู้ชมใหม่ทะลักเข้ามาด่าทอเสิ่นเหยียนอย่างรุนแรง
-แพ้แล้วก็ต้องถูกคนเหยียบย ่า
-โรงเรียนมัธยมปลายหงฉี กลัวการต่อสู้ในพิธีเปิด ทำให้เสีย
โควตาของตัวเอง ปล่อยให้ชาวเจี๋ยเผิงโอ้อวด ไม่สมควรโดนเหยียบ
ย ่าหรอกหรือ?
-พวกขยะจากโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ถูกรุ่นพี่เจิ้งโซ่วเหยียบ
อยู่ใต้ฝ่าเท้า ถือว่าเป็นเกียรติของพวกมันแล้ว
-นี่มันพิธีกรห่วยอะไรกัน อธิบายเป็นไหม?
-พี่น้องทั้งหลาย ไปร้องเรียนกันเป็นกลุ่มเถอะ
จากเนื้อหาที่พูด ก็พอจะรู้แล้วว่า พวกที่เพิ่งทะลักเข้ามาในห้อง
ถ่ายทอดสดนี้เป็นใคร
เสิ่นเหยียนในตอนแรกยังอธิบายอย่างใจเย็น
แต่ภายหลัง เขาพบว่าไม่ว่าจะหาคำตอบยังไง จะอธิบายยังไง
พวกนี้ก็ไม่ฟังเลย
พวกเขาไม่คิดฟังอยู่แล้ว ขอแค่ได้สาปแช่งด่าทออย่างบ้าคลั่ง
เป็นพอ
“โอ๊ย…”
เสิ่นเหยียนก็โมโหเช่นกัน เริ่มด่ากลับในห้องถ่ายทอดสดทันที
“จิตวิญญาณของจอมยุทธ์ รู้ไหมว่าจิตวิญญาณของจอมยุทธ์
คืออะไร?”
“รัฐบาลลงทุนทรัพยากรการศึกษาจำนวนมาก เพื่อฝึกฝนผู้ฝึก
ยุทธ์ที่มีจิตวิญญาณแห่งความยุติธรรม มีความกล้าหาญในการ
ปกป้องบ้านเมือง ไม่ใช่พวกเลวที่อาศัยพลังของตัวเองสูง แล้วมี
เจตจำนงข่มเหงรังแกคนอื่น”
“เจิ้งโซ่วที่พวกแกชื่นชมเป็นอะไรกัน?”
“แกหวังพึ่งพาสิ่งนี้ ให้ปกป้องพวกแกจากเขี้ยวเล็บของสัตว์ร้าย
ต่างดาวงั้นหรือ?”
“อย่าเอาแต่กินอาหารหมา กินอาหารคนบ้าง”
“วันนี้ฉันจะพูดไว้ตรงนี้ ถ้าปล่อยให้บรรยากาศแบบนี้ดำเนิน
ต่อไป โรงเรียนมัธยมหลงเถิงต้องล่มสลายแน่!”
‘มังกรพิสุทธิ์กลางคลื่น’ เสิ่นเหยียนที่กลั้นโมโหเอาไว้เต็มท้อง
กลายเป็น ‘ไทแรนโนซอรัสกลางคลื่น’ ในทันที
เขาเริ่มด่ากราดโดยไม่เกรงใจใคร
ทะเลาะกับพวกปากมากในห้องถ่ายทอดสด
สถานการณ์แบบนี้ ถือว่าเป็นอุบัติเหตุในการไลฟ์สดเลยก็ว่าได้
แต่ไม่รู้ว่าเจ้าลูกหลานเต่าตัวไหน ถ่ายภาพหน้าจอในห้อง
ถ่ายทอดสด แล้วเอาไปโพสต์ในบอร์ดออนไลน์อีก
-ช็อก! พิธีกรหลักโมโหด่าแฟนคลับ
-พิธีกรคนนี้ด่าเก่งมาก
-เดิมพันชีวิตการเป็นพิธีกรเพื่อด่าทอ
-เขาด่าคน ฉันสนับสนุนเขา
โพสต์ต่าง ๆ ถูกปั่นอย่างบ้าคลั่งในบอร์ดออนไลน์
จากนั้นก็แพร่กระจายเหมือนไวรัส บนบอร์ดออนไลน์ใหญ่อื่น ๆ
และเว็บไซต์วิดีโอต่าง ๆ
หลังจากนั้น ในห้องถ่ายทอดสดของเสิ่นเหยียนก็เริ่มมีคนทะลัก
เข้ามาอย่างคับคั่ง
ขณะที่เขากำลังด่าอยู่นั้น ผู้ช่วยตัวน้อยก็ดึงแขนเขาเบา ๆ
“อย่าดึงฉันสิ วันนี้ต่อให้ฉันไม่ได้เป็นสตรีมเมอร์แล้ว ฉันก็จะต้อง
…เอ๊ะ?”
มองตามสายตาของผู้ช่วยตัวน้อย เสิ่นเหยียนก็ตกตะลึงไปทั้งตัว
จำนวนคนดูสดในขณะนี้–
56,000 คน
เขาขยี้ตา
ไม่ผิดแน่
เลข 56,000 เป็นของจริง
เสิ่นเหยียนรู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันที
เขาแค่นเสียงแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ที่ผมพูดไปนั่น จริง ๆ แล้วก็แค่
อยากจะบอกทุกคนเรื่องหนึ่ง การด่าคนเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรทำ…
เพื่อนใหม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักผม ปกติผมชอบช่วยเหลือผู้อื่น
ไม่เคยพูดคำหยาบ…”
ยังพูดไม่ทันจบ
-666…
-ถ้าฉันไม่ได้ยินนายด่าโรงเรียนมัธยมหลงเถิงมาตั้งห้านาที ฉัน
คงจะเชื่อนายจริง ๆ
-แหม มังกรพิสุทธิ์ผู้ไม่เคยด่าใคร
-สตรีมเมอร์คนนี้เป็นเหล่าลิ่ว*[1]
ข้อความพุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งในห้องถ่ายทอดสด
ผู้ชมใหม่หลายคนรู้สึกว่าสตรีมเมอร์คนนี้ช่างเป็นหมาจริง ๆ
น่าสนใจ
แล้วผู้ช่วยตัวน้อยอกโตในชุดถุงเท้ายาวสีขาวที่ดูเหมือนจะยืน
ไม่ไหวในห้องสตรีมนั่นอะไรกัน?
น่ารักจัง แต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ
บางครั้งก็มองไปเสิ่นเหยียนอย่างน้อยใจ
รู้สึกเหมือนขาดสารอาหารยังไงไม่รู้
การจับคู่แบบนี้ช่างแปลกและน่าสนใจ ดูน่าดึงดูดแปลก ๆ
ดังนั้นจำนวนคนดูจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เสิ่นเหยียนไม่เคยคิดเลยว่าการที่ตัวเองเผลอด่าคนอื่น จะทำให้มี
คนดูเพิ่มขึ้นอีก
และตอนนี้ การแข่งขันรอบที่สองประเภทเดี่ยวก็กำลังจะเริ่มขึ้น
ผู้ฝึกสัตว์จากโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี หลิวเซี่ยว ปะทะผู้ฝึกสัตว์
จากโรงเรียนมัธยมหลงเถิง กวนกวน
ทั้งสองรับกุญแจพิเศษจากเจ้าหน้าที่ และเข้าสู่คอมพิวเตอร์
ควอนตัมของตัวเอง
ในชั่วพริบตาถัดมา ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมก็สุ่มเลือกแผนที่
‘หุบเขาลึกลับหมิวเจียง’
เป็นแผนที่ความยากระดับสูงของประเภทเดี่ยวสำหรับผู้ฝึกสัตว์
ร้ายต่างดาว
ในหุบเขาลึกลับ มีสัตว์ร้ายต่างดาวมากกว่าหนึ่งร้อยชนิด ทั้ง
ใหญ่และเล็ก
ซึ่งรวมถึงสัตว์ร้ายต่างดาวระดับสองที่มีพลังน่ากลัว
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองถูกส่งไปยังคนละฟากฝั่งของหุบเขา
ห่างกันสามพันเมตร
พวกเขาจึงต้องหาและฝึกสัตว์ร้ายต่างดาวให้สำเร็จในเวลาที่สั้น
ที่สุด จากนั้นควบคุมสัตว์ร้ายต่างดาวให้ผ่านหุบเขาลึกกว่าพันเมตร
หลีกเลี่ยงอาณาเขตของสัตว์ร้ายต่างดาวระดับสองตลอดทาง และมุ่ง
หน้าไปยังใจกลางหุบเขา
และเอาชนะคู่ต่อสู้
เนื่องจากในรอบแรกของการแข่งขัน เขาแพ้เหอเยี่ย ผู้ฝึกสัตว์
ร้ายต่างดาวจากโรงเรียนมัธยมชิงเยี่ย ดังนั้นครั้งนี้ หลิวเซี่ยวจึง
สาบานว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำชัยชนะกลับคืนสู่โรงเรียนมัธยม
ปลายหงฉี และพิสูจน์ตัวเอง
เขาเดินทางอย่างรวดเร็วในหุบเขา ใช้ความพยายามอย่างมาก
ในการฝึกลิงมรกตตัวเต็มวัย
“สำเร็จแล้ว”
หลิวเซี่ยวดีใจมาก
ลิงมรกตตัวเต็มวัยเป็นสัตว์ร้ายต่างดาวระดับหนึ่งขั้นสูง
มีพลังการต่อสู้ไม่ธรรมดา
เขานำสัตว์ร้ายต่างดาวลิงมรกตมาที่ใจกลางหุบเขา
แต่เมื่อมองไป หัวใจของเขากลับดิ่งวูบ
กวนกวน ผู้ฝึกสัตว์จากโรงเรียนมัธยมหลงเถิงนอนอย่างเกียจ
คร้านบนแท่นหินที่ปูด้วยหญ้าอ่อนนุ่ม
ลิงมรกตหกตัวล้อมรอบกวนกวนราวกับข้ารับใช้
“อ้าว นายมาแล้ว”
กวนกวนยืดแขนขา “ช้าเกินไป ฉันรอจนเบื่อ เลยงีบไปหน่อย”
ใบหน้าของหลิวเซี่ยวซีดเผือด
เขาขบกรามแน่น สั่งการสัตว์ร้ายต่างดาวของตัวเองให้เข้าโจมตี
ลิงมรกตที่น่าสงสารถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ โดยเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของ
มันเองในชั่วลมหายใจเดียว
หลิวเซี่ยวก็ถูกฉีกทึ้งไปพร้อมกันด้วย
ช่องว่างมหาศาลระหว่างกันทำให้เขาไม่มีโอกาสต่อต้านแม้แต่
น้อย
“น่าเบื่อจริง ๆ”
กวนกวนหาวหวอด
เขายืนอยู่ท่ามกลางหุบเขาเขียวชอุ่ม เงยหน้าขึ้น
รู้ว่าขณะนี้กล้องถ่ายทอดสดทั้งหมดกำลังจับจ้องมาที่ตัวเอง
ดังนั้น กวนกวนจึงยิ้มบาง ๆ “การแข่งขันกับขยะแบบนี้ มัน
เสียเวลานอนของฉันจริง ๆ”
พูดจบ การแข่งขันก็จบลง
ภายในสนามกีฬาหลงเถิง เสียงเชียร์ดังกึกก้องราวกับภูเขาไฟ
ระเบิดอีกครั้ง
“แข็งแกร่งมาก”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ติดอันดับเก้า
ของการแข่งขันประจำเมืองในฤดูกาลที่แล้ว”
“นักเรียนกวนกวน เป็นนักเรียนดาวเด่นเมื่อฤดูกาลที่แล้วเช่นกัน
ถูกสื่อจัดอันดับให้เป็น ‘ผู้ฝึกสัตว์ระดับมัธยมปลายท็อป 20’ อันดับ
สิบเจ็ด ข้อมูลส่วนตัวของเขาก็โดดเด่นมาก หลิวเซี่ยวจากโรงเรียน
มัธยมปลายหงฉีเทียบไม่ติด พ่ายแพ้ในพริบตา”
“ถึงแม้ก่อนการแข่งขัน สื่อหลายสำนักจะมีความหวังกับโรงเรียน
มัธยมปลายหงฉี คาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถรักษาฟอร์มม้ามืด
ต่อไปได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ของปลอมก็คือของปลอม ตอนนี้ได้
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้ว”
โซนสื่อ ผู้บรรยายจากสำนักต่าง ๆ ต่างวิจารณ์การแข่งขันนี้
อย่างต่อเนื่อง
เสิ่นเหยียนในห้องถ่ายทอดสดของตัวเอง ก็ถอนหายใจอย่าง
หมดหนทาง
ความเป็นจริงมันโหดร้ายเกินไป
เขาทำได้เพียงคิดหาวิธีกู้หน้าให้นิดหน่อย “ผมบอกได้เพียงว่า
อย่าประเมินโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ก่อนที่หลี่เซี่ยวเฟยจะลงสนาม”
ความหวังทั้งหมดอยู่ที่ตัวของหลี่เซี่ยวเฟยแล้ว
[1] เป็นคำสแลงในภาษาจีนเชิงแซวขำขัน หมายถึง คนที่ชอบ
แทงข้างหลัง หรือทำร้ายทีเผลอ