ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2335 ของที่ดีที่สุด
ครั้งนี้โจมตีพลาดเป้า
ไม่มีใครปรากฏตัวออกมา แม้แต่ร่องรอยเพียงเล็กน้อยก็ไม่เหลือทิ้งไว้
ดูเหมือน…จะไม่มีอันใดจริงๆ
แต่ถวนจื่อไม่ยอมแพ้ นางลุกขึ้นยืนแล้ววิ่ง “ตึกๆ” ไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สำรวจไปรอบๆ อย่างละเอียดอีกครั้ง
“อันใดนะ…เหตุใดวิ่งเร็วเช่นนี้!”
นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างอดไม่ได้
นางมั่นใจว่าต้องมีใครบางคนแอบมองนางอยู่เป็นแน่
เสียดายที่นางไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใคร
นางเท้าเอวข้างหนึ่ง และตะโกนพูดกับความว่างเปล่าข้างหน้าว่า
“ถ้ามีความสามารถแอบมองคนอื่น เช่นนั้นก็กล้าออกมาเถอะ!”
ไม่มีใครตอบกลับ
ถวนจื่อทำปากยื่นด้วยความโมโห
“ข้าจะโกรธแล้วนะ!”
ยังคงไม่มีใครตอบกลับ
ถวนจื่อโมโหจนหันหลังกลับไป และนั่งลงด้วยความหงุดหงิด
ฟึ่บบบ
ดูเหมือนพลังงานแห่งสวรรค์และโลกที่อยู่รอบๆ ภูเขาเฟิ่งหมิงจะสัมผัสได้ถึงความโกรธของนาง พลังเหล่านั้นจึงพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว!
ยิ่งไปกว่านั้นต้นเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มสั่นไหวตาม ยิ่งทําให้การเคลื่อนไหวนี้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ฟู่!
ไม่นานพลังทั้งหมดเหล่านี้ก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของถวนจื่อ ทั้งรวดเร็วและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าครั้งก่อน
ทั้งร่างของถวนจื่อถูกเปลวไฟห่อหุ้มไว้ พลังปราณของนางก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
นางแทบไม่อยากเชื่อ รอให้นางแข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อย นางมั่นใจว่าจะต้องจับตัวอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน!
…
ณ สุสานสังหารเทพ
เมฆดำมืดครึ้มรวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนท้องฟ้ามืดครึ้ม
ใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม พื้นที่บิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นกระแสสน้ำวังมากมายที่กำลังสะสมพลังอย่างบ้าคลั่ง
และฉู่หลิวเยว่ กำลังยืนอยู่ตรงกลางของกระแสน้ำวันนับไม่ถ้วนหล่านั้น!”
นางหลับตา ปลายนิ้วเรียวขาวสะอาดของนางเคลื่อนไหวอยู่ในอากาศ
เสียงเพลงฉินล่อยลอยออกมา
ลึกเข้าไปในบริเวณสุสาน ก็มีเสียงเพลงฉินอีกเสียงหนึ่งที่ค่อยๆ ประสานกับนางอย่างต่อเนื่อง
ทุกทำนองและทุกท่วงท่า ต่างผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ!”
เลือดภายในร่างของฉู่หลิวเยว่ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะปะทุออกมา!
ในช่วงเวลาหนึ่ง เสียงเพลงฉินสุดท้ายก็ดังขึ้นในที่สุด มันล่องลอยอยู่เหนือพื้นที่อันเวิ้งว้างและไร้ขอบเขตเป็นเวลานาน
นางพลันลืมตาขึ้นทันที!
จากนั้นนางร่ายมืออย่างแผ่วเบา กระแสน้ำวนนับไม่ถ้วนเหนือศีรษะก็ร่วงหล่นลงมา!
ครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันเข้าไปในก้อนหินตรงเท้าของฉู่หลิวเยว่อย่างต่อเนื่อง
ความว่างเปล่าถูกตัดขาดออกเป็นเส้นๆ จำนวนนับไม่ถ้วน และความวุ่นวายของพื้นที่ในมิติหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อมองดูพื้นที่รอบๆ ราวกับผ้าผืนบางและอ่อนนุ่มที่ถูกฉีกออกอย่างง่ายดาย
แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่สามารถทำอันตรายฉู่หลิวเยว่ได้เลย
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นคงอยู่แค่ในที่ของมัน โดยไม่ได้เข้าใกล้ฉู่หลิวเยว่แม้แต่น้อย
ฉู่หลิวเยว่ยกมือขึ้น
ก้อนหินที่อยู่ข้างเท้าก้อนหนึ่งลอยขึ้นมา และพุ่งตรงเข้าสู่แหวนเฉียนคุน
จากนั้นก็ตามมาเป็นก้อนที่สอง ก้อนที่สาม…
เดิมทีฉู่หลิวเยว่กังวลว่าแหวนเฉียนคุนนี้จะไม่สามารถทนรับพลังและแรงกดดันที่แฝงมากับก้อนหินเหล่านี้ได้ แต่หลังจากนั้นนางก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ความกังวลนั้นช่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง
จนกระทั่งหินก้อนสุดท้ายเข้าสู่แหวนเฉียนคุนดูเหมือนมันจะไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
เงียบสงบไร้เสียง โอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง!
นางจ้องมองแหวนเฉียนคุนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง และหันไปพูดกับหรงซิวว่า
“แหวนวงนี้…แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก…”
สิ่งนี้คือของที่หรงซิวมอบให้นางเมื่อก่อน เป็นสมบัติล้ำค่าของพระราชวังเมฆาสวรรค์
หรงซิวยิ้มพลางพูดขึ้น
“ของที่ให้เจ้า ย่อมดีที่สุดอย่างแน่นอน”
หัวใจของฉู่หลิวเยว่อบอุ่นขึ้น จากนั้นนางก็เงยหน้ามองไปด้านหน้าอย่างเคร่งขรึมเล็กน้อย
หรงซิวจึงเอ่ยถามขึ้น
“มีเบาะแสที่อยู่ของเนื้อเพลงฉินบ้างหรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า พลางส่ายหน้า
“อันที่จริง…หากเดาไม่ผิด เนื้อเพลงฉินส่วนนั้นน่าจะอยู่ในมือข้าแล้ว”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้น
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังพิจารณาว่าจะอธิบายอย่างใด
“เนื้อเพลงฉินส่วนสุดท้ายถูกซ่อนไว้ในความว่างเปล่านี้ ดังนั้นเมื่อครู่ข้าใช้เนื้อเพลงฉินสองส่วนก่อนหน้าเป็นตัวนำ เพื่อดึงดูดส่วนที่สาม จึงทำให้เกิดภาพเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น”
…ความว่างเปล่ายังคงบิดเบี้ยวและพังทลาย กระแสน้ำวนยังคงปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าหากพูดให้ถูกต้องก็คือ…มีหินสุสานที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เหล่านั้น
ตอนนี้พวกมันทั้งหมดได้เข้าไปอยู่ในแหวนเฉียนคุนของฉู่หลิวเยว่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นจะบอกว่านางได้รับเนื้อเพลงฉินมาแล้วก็ไม่ผิดนัก
เพียงแต่…เกรงว่ายังต้องนำมันมาประกอบและรวมเข้าด้วยกันให้สมบูรณ์เสียก่อน
“มิน่าในตอนนั้นที่ผู้อาวุโสอาจิ่งถึงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเนื้อเพลงฉินส่วนสุดท้ายนี้…”
ฉู่หลิวเยว่นวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัวเล็กน้อย
นางก็เพิ่งมารู้ในตอนสุดท้าย
“นั่นหมายความว่าเนื้อเพลงฉินส่วนสุดท้าย ยังไม่หลอมรวมเข้ากับสองชิ้นแรก” หรงซิวกล่าว
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“คาดว่า…คงต้องรอจนกว่าข้าจะสามารถควบคุมหินเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์”
แต่หินเหล่านั้น เป็นตัวแทนของพลังมิติกว่าสามพันแห่ง…
แม้ว่านางจะมีความเชื่อมโยงกับพลังเหล่านี้อย่างลึกซึ้งก็ตาม แต่การควบคุมมันทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ ไหนเลยจะง่ายขนาดนั้น?
แม้แต่หินเหล่านั้นที่ได้มาจากกลุ่มสุสานเทพขั้นสูงในตอนแรก ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเชื่อฟังเป็นครั้งคราว นับประสาอันใดกับหินเหล่านี้?
หรงซิวพยักหน้า ริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อย
“แต่ของเหล่านั้นอยู่ในมือเจ้าแล้ว การหลอมรวมอย่างสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น”
“ใช่แล้ว”
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจยาว
หากนางประกอบเนื้อเพลงฉินที่แตกเป็นเสี่ยงๆ นี้ให้สมบูรณ์ และหลอมรวมกับอีกสองบทได้ ทุกปัญหาก็จะถูกแก้ไข!
“ในเมื่อเรื่องที่นี่จบแล้ว เราควรรีบกลับไปที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์โดยเร็ว ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เสินสื่อสองคนนั้นจะเป็นอย่างใด…”
ขณะที่นางพูดอยู่ ก็เห็นหรงซิวยกคางขึ้นเล็กน้อย
“เกรงว่าเราต้องรออีกสักพักแล้วล่ะ”
ฉู่หลิวเยว่มองตามสายตาของเขา พลางเลิกคิ้วขึ้น
ลั่วเฟิงกับชีหานยังคงอยู่ที่เดิม ถูกปกคลุมด้วยอาณาเขตเซียนเทพ และกลืนกินพลังรอบตัวอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งพลังปราณของพวกเขา ก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากเมื่อก่อน!
ฉู่หลิวเยว่จ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกายและพึมพำขึ้นเบาๆ
“เช่นนี้…จะทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือ”