ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2340 สหายเก่าก็คือสหายเก่า
ตอนนั้น ภายในสมองของฉู่หลิวเยว่ได้ยินเสียงดัง “ตู้ม” ขึ้น!
“เกราะศักดิ์สิทธิ์…ทองคำม่วง?”
นางพูดพึมพำขึ้นเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็หลุบตาลงต่ำมองแหวนเฉียนคุนในมือตัวเอง
ภายในนั้นยังมีเกล็ดสีม่วงอันหนึ่งลอยอยู่อย่างไร้เสียง
“ใช่แล้ว! ตามตำนานกล่าวว่า เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงเป็นเกราะชิ้นแรกที่มหาปุโรหิตหลอมขึ้นด้วยตัวเอง พละกำลังมหาศาล แต่น่าเสียดายภายในมหาสงครามครั้งนั้น เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงได้ชำรุดเสียหาย ส่วนตัวของมหาปุโรหิตก็…”
เซียวหรานส่ายหน้า
ระยะเวลาหลายหมื่นปีผ่านไป เดิมทีความทรงจำส่วนใหญ่ของเขาก็ค่อนข้างเลือนรางแล้ว
แต่ในปีนั้นเปลวเพลิงที่ลุกโหมตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ แสงไฟพุ่งสูงทะยานขึ้นฟ้า จนสามารถสลักไว้ในสมองของเขาได้อย่างชัดเจน
ต่อให้หลายปีที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้หวนไปนึกถึงมันเลย แต่เมื่อนึกถึงมันในตอนนี้ เขาก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้
“ไม่ใช่แค่ข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ทุกคนที่มีชีวิตรอดจากเหตุการณ์นั้นล้วนคิดว่าปุโรหิตทั้งสองท่านนั้นเสียชีวิตไปแล้ว หลายปีต่อมา เสินจู่ก็ได้แต่งตั้งเสินสื่ออีกครั้ง แต่ไม่ได้มีการคัดเลือกแต่งตั้งปุโรหิตคนใหม่เลย แต่เรื่องนี้ก็มีคนพูดถึงน้อยมาก”
ฉู่หลิวเยว่เงียบเสียงลง จากนั้นก็หันไปมองกระจกทองสัมฤทธิ์
มหาปุโรหิต ปุโรหิตลำดับที่สอง…
ที่แท้นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของพี่เป่าและหลานเซียว!
พวกเขาทั้งสองไม่ได้ตาย เห็นได้ชัดว่าถูกสะกดอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาด ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันมาเป็นเวลาหมื่นปี!
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกมึนงงเล็กน้อย เวลาผ่านไปสักพักกว่าจะสามารถดึงสติกลับคืนมา
ตั้งแต่พวกเขาถูกจับเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ใช่ว่าฉู่หลิวเยว่จะไม่เคยคิดถึงเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขามาก่อน
แต่…
ไม่ว่าอย่างใดนางก็คิดไม่ถึงว่า ตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองคนจะสูงศักดิ์ขนาดนี้!
เซียวหรานส่ายหน้า
“ไม่มี หลายปีที่ผ่านมานี้ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีเพียงปุโรหิตแค่สองคนเท่านั้น”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วแน่น
ถ้าผู้อาวุโสลำดับห้าไม่ใช่ปุโรหิต เช่นนั้นตัวตนของเขาคือใครกันแน่? แล้วเหตุใดถึงถูกขังอยู่พร้อมกับพี่เป่ากับหลานเซียวได้ล่ะ?
นางสัมผัสได้ว่า นางกำลังเข้าใกล้ความจริงบางประการที่ถูกฝังมาเป็นเวลานาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคำถามมากมายที่ขวางกั้นอยู่ตรงหน้า จนยากจะแยกแยะจริงเท็จ
นางกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็สัมผัสได้ว่าพลังภายในร่างกายบางส่วนได้ฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว
เมื่อครู่นี้นางได้รับข้อมูลที่มหาศาลมากเกินไป จนทำให้ร่างกายทั้งร่างชาหนึบ
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของฉู่หลิวเยว่ผิดปกติไป เซียวหรานจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่ฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่รู้สึกว่าข้าได้รู้ความลับบางอย่าง…เยอะขนาดนี้จึงไม่สามารถตั้งสติได้ในทันที”
เซียวหรานเข้าใจได้ในทันที
นี่ก็เป็นเรื่องปกติแล้ว ไม่ว่าใครที่ได้รู้เรื่องราวมากขนาดนี้ก็ยากที่จะตอบสนองได้
เขาพูดปลอบขึ้นว่า
“ความจริงแล้วเรื่องนี้มันก็ผ่านไปนานแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”
ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้พูดอันใด
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่เป่า หลานเซียว และผู้อาวุโสลำดับห้า นางจะไม่ใส่ใจได้อย่างใด
มิน่าล่ะ ค่ายกลเหล่านั้นที่พี่เป่ามอบให้นางในตอนแรกก็มีระดับสูงเทียบเท่ากับเส้นทางแห่งดวงดาว
ในฐานะมหาปุโรหิต หากเขาจะรู้เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว!?
นางหลับตาลง จากนั้นก็สะบัดความคิดฟุ้งซ่านที่อยู่ในหัวออกไป แล้วจ้องมองไปทางด้านหน้า
เขาได้ยินบทสนทนาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ปฏิกิริยาของเขา ถือว่าเป็นการอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
“หลานเซียว ในปีนั้นเจ้าหักหลังและหนีออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เดิมทีก็มีโทษตาย! แต่เมื่อนึกถึงมิตรภาพหลายปีของพวกเรา ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ข้าคิดว่าตลอดหมื่นปีที่ผ่านมานี้ มันคงจะทำให้เจ้าสำนึกผิด แต่ดูจากตอนนี้ เจ้ายังคงดื้อด้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ในเมื่อเป็นเช่นนี้…วันนี้ ข้าจะใช้ร่างศักดิ์สิทธิ์ของเจ้านำมาหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ให้แก่เสินสื่อลำดับที่หก! หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็จะได้ตายอย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว!”
เสียงนั้นยังคงความน่าเกรงขามเช่นเดิม คำพูดแต่ละคำเหมือนเป็นคำพิพากษาจากพระเจ้า
หลานเซียวหัวเราะออกมา ก่อนสบถด่าว่า
“ถุ้ย! นายน้อยอย่างข้าไม่เคยมีมิตรภาพชาติหมาร่วมกันกับเจ้า! เจ้าอย่าหลงตัวเองนักเลย! อ๋อ จริงสิ ข้าเกือบลืมไป เจ้ามันไร้ยางอายนี่นา…”
เพี้ยะ!
แส้ยาวสีดำถูกสะบัดมาอย่างรวดเร็ว!
หลังจากแส้นั้นถูกฟาดออกมามันก็พันรอบแขนขวาของหลานเซียวอย่างแน่นหนา ทำให้คราบเลือดไหลออกมา
องคาพยพทั้งห้าของหลานเซียวบิดเบี้ยวไปในทันที ใบหน้าก็ซีดขาวมากขึ้น
เห็นได้ชัดว่า สิ่งนั้นทำให้เขาได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
แต่เขาอดกลั้นต่อความเจ็บปวด ไม่ส่งเสียงอันใดออกมาแม้แต่น้อย
หัวใจของฉู่หลิวเยว่ร่วงไปที่ตาตุ่ม
คนผู้นั้นต้องการใช้ร่างของหลานเซียวเพื่อช่วยเสินสื่อลำดับที่หกหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่อย่างนั้นหรือ แล้วเขาใช้วิธีการใดกันแน่?
ท้ายที่สุดแล้วร่างศักดิ์สิทธิ์ของหลานเซียวกว่าจะหลอมออกมาก็ยากลำบากยิ่งนัก
ทันใดนั้นหัวใจของนางก็กระตุกวูบ
ช้าก่อน!
ภายในร่างกายของหลานเซียวมีทัณฑ์สวรรค์สีทองอยู่ห้าสาย!
ก่อนหน้านี้เซียวหรานบอกว่า สระอัสนีบาตปิดไปแล้ว ดังนั้นเสินจู่จึงต้องลงมือด้วยตัวเอง
ถ้าเช่นนั้น…
ความจริงแล้วในครั้งนี้เขาต้องการแย่งชิงพลังทัณฑ์สวรรค์ภายในร่างกายหลานเซียวเพื่อมอบให้กับเสินสื่อลำดับที่หก?
ในตอนนั้นเอง เงามายาสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านข้างของหลานเซียวอย่างไร้เสียง
“เสินสื่อลำดับที่หก!”
ภายในฝูงชนมีคนอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ
แน่นอนว่าฉู่หลิวเยว่ก็สามารถมองเห็นเช่นกัน เงาร่างกึ่งโปร่งแสงนั้นเป็นเสินสื่อลำดับที่หกแน่นอน
แต่…เหตุใดดูแล้วถึงคุ้นตาเช่นนี้?
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
ในตอนนั้นเองเสินสื่อลำดับที่หกก็หันกลับมาอย่างกะทันหัน
ใบหน้านั้นเป็นใบหน้าที่ฉู่หลิวเยว่ไม่มีทางลืมเลือนไปตลอดชีวิต!
หัวใจของนางเต้นกระหน่ำ นางรู้สึกตกใจมากจนอุทานออกมาว่า
“มั่วสือเชียน?”
………………..