ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2341 ท่ามกลางผู้คน
คนผู้นี้คือมั่วสือเชียนที่ระเบิดตัวเองเพื่อหนีออกไปก่อนหน้านี้จริงๆ !
ฉู่หลิวเยว่ให้คนไปสืบหาตำแหน่งที่อยู่ของมั่วสือเชียนมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยได้รับความคืบหน้าอันใดเลย
คาดไม่ถึงเลยว่าเขาคือเสินสื่อลำดับที่หก!
ร่างศักดิ์สิทธิ์เสียหาย…
ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเขาเข้าตาจน จึงทำได้เพียงเลือกทำร้ายตัวเองเช่นนั้นหรอกหรือ!
เมื่อได้ยินนางพูดขึ้นอย่างกะทันหัน คนที่อยู่ด้านข้างจำนวนไม่น้อยก็หันกลับมามอง
เซียวหรานถามขึ้นอย่างประหลาดใจว่า
“เจ้ารู้จักกับเสินสื่อลำดับที่หกด้วยหรือ?”
คนผู้นี้เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน ตามหลักการแล้วนางน่าจะไม่เคยเจอสิถึงจะถูกต้อง?
แต่เมื่อดูจากท่าทางของนางแล้ว เห็นได้ชัดว่านางเคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้
ฉู่หลิวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น
“…จะนับว่าเป็นเช่นนั้นก็ได้”
แต่เป็นการรู้จักในระดับอาฆาตพยาบาท
เซียวหรานชะงักไป
ฉู่หลิวเยว่พูดพร้อมเสียงหัวเราะเย็นๆ
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เสินสื่อลำดับที่หกออกไปด้านนอกมา เพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน ที่แท้…เขาก็ไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่นี่เอง?”
น่าสนใจดีนี่
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น เซียวหรานก็เข้าใจอันใดบางอย่างขึ้นมาได้
ที่แท้ก็เคยเจอกันที่อาณาจักรเสิ่นซวี่…
แน่นอนว่ามั่วสือเชียนก็มองเห็นฉู่หลิวเยว่
ในแววตาส่วนลึกของเขามีประกายหวาดกลัวและหวาดหวั่นขึ้นมา ต่อมาเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ ฉู่หลิวเยว่ไม่สามารถบุกเข้ามาทำอันใดได้อีก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกวางใจขึ้นมา
เมื่อรู้ถึงสถานการณ์ของทั้งสองฝ่าย มุมปากของมั่วสือเชียนก็ยกยิ้มเย็นชาขึ้น จากนั้นก็หันไปมองทางหลานเซียว
“ใต้เท้าปุโรหิตลำดับที่สอง ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าจะต้องรบกวนท่านแล้ว”
หลานเซียวหัวเราะเยาะ
“เจ้านับว่าเป็นตัวอันใดกัน คู่ควรที่จะมาแย่งของของข้าด้วยหรือ? พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์สีทองนี้ ต่อให้ข้ามอบให้เจ้าด้วยตนเอง เกรงว่าเจ้าก็คงรับมันไม่ไหวหรอก!”
ภายในคำพูดประโยคนั้นมีการประชดประชันและดูถูกแฝงอยู่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยเห็นมั่วสือเชียนอยู่ในสายตาเลย
“ได้ยินมาว่าตอนนั้นเจ้าตายอย่างอนาถมากเลยนี่นา ตอนนี้ก็เหลือเพียงครึ่งวิญญาณเท่านั้น เจ้าจะยังเพ้อฝันอันใดอยู่?”
แค่คำพูดที่เรียบง่ายสองประโยคกลับแทงใจดำมั่วสือเชียนได้อย่างแม่นยำ!
ก่อนอื่น ตำแหน่งและฐานะของเขาไม่สามารถเปรียบเทียบหลานเซียวได้เลย ข้อต่อมา ในฐานะเสินสื่อ แต่เขากลับถูกฉู่หลิวเยว่บีบบังคับให้ระเบิดตัวตายหนีออกมา หากพูดออกไปจะต้องเป็นเรื่องที่ขายขี้หน้ามากแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้วตอนนั้นระดับพลังของฉู่หลิวเยว่ก็ไม่สามารถเทียบเท่ากับเขาได้เลย
แน่นอนว่าเป็นเพราะตอนนั้นเขาได้ปิดผนึกความทรงจำและความแข็งแกร่งเอาไว้ส่วนหนึ่ง หลังจากที่เขากลับมาที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ถึงสามารถฟื้นฟูมันได้
แต่นั่นกลับทำให้เขาตื่นตระหนกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม
เพราะตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่า ตัวเองก่อนหน้านี้ได้ทำเรื่องอันใดเอาไว้บ้าง และได้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินด้วย
หลังจากที่เขากลับมาซักระยะหนึ่ง มั่วสือเชียนก็อยู่แต่ภายในห้องของตัวเอง อกสั่นขวัญแขวนทุกวินาที และหวาดกลัวถึงบทลงโทษที่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด หลังจากผ่านมานานขนาดนี้แล้วก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดทั้งสิ้น
จนถึงตอนนี้ เสินจู่ได้พูดว่าจะช่วยเขาหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใหม่ ในที่สุดเขาก็รู้สึกสงบใจลงมาได้
…ท้ายที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำไปนั้นก็เพื่อช่วยเสินจู่แย่งชิงเนื้อเพลงฉินกลับมา!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มั่วสือเชียนก็รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น
“ใต้เท้าปุโรหิตลำดับที่สอง ตอนนั้นท่านหักหลังเสินจู่และตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ สมควรมีโทษตาย แต่ท่านสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ก็ถือว่าเสินจู่เมตตาท่านมากแล้ว แต่ท่านกลับไม่สำนึกบุญคุณ ยังกล้าพูดจากำเริบเสิบสาน ยโสโอหัง ไม่สำนึกเลยแม้แต่น้อย แล้วท่านมีสิทธิ์อันใดมาประณามข้า”
หลานเซียวยกเปลือกตาขึ้น
“ไอ้ชาติหมา หน้าตาก็น่าเกลียด พูดให้น้อยลงหน่อย ข้าจะได้ไม่ต้องรู้สึกแสลงหูไปมากกว่านี้”
“เจ้า”
เพลิงโทสะที่อยู่ภายในใจของมั่วสือเชียนลุกโชนขึ้นมาทันที
ไม่ว่าใครที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็คงจะต้องโกรธกันทั้งนั้น!
แต่เขายังมีสติอยู่ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เรื่องให้มันยุ่งยากไปมากกว่านี้
แต่ในทางกลับกันเสินจู่และคนจำนวนมากที่ได้เห็นดังนั้นก็รู้สึกได้ว่าหลานเซียวแค่ได้รับบทลงโทษที่ทำให้อับอายเท่านั้น
ไม่ว่าจะพูดมากเท่าไร บทลงโทษและการทรมานที่ควรได้รับก็ไม่มีทางน้อยลงไปสักส่วน!
แคว๊ก
เสียงเสื้อผ้าของเขาฉีกขาดดังลั่น!
แส้ยาวสีดำที่พันรอบแขนของหลานเซียวเอาไว้เพิ่มแรงรัดแน่นขึ้น จนทำให้แขนเสื้อของเขาฉีกขาด
ภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่น เลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผล
หลานเซียวด่าออกมา จากนั้นมุมปากของเขาก็มีเลือดไหล
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้าน
คนผู้นั้นตั้งใจจะ…ตัดแขนของหลานเซียวเช่นนี้น่ะหรือ?
ทัณฑ์สวรรค์สีทองห้าสายแบ่งออกเป็นแขนขาทั้งสี่และหยวนตัน ด้วยพลังนี้จึงสามารถทำให้เขาหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ได้ใหม่อีกครั้ง
ฉู่หลิวเยว่ไม่กล้าคิดถึงภาพเหตุการณ์ต่อไป สมองของนางครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง คำนวณอย่างต่อเนื่อง ยังมีหนทางใดบ้างที่สามารถช่วยเหลือหลานเซียวออกมาได้?
ความคิดจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นภายในสมองของนาง แต่ก็ถูกนางตัดทิ้งออกไปทั้งหมด
เรื่องนี้ใช่ว่าจะง่ายดายเช่นนั้นที่ใดกัน?
คู่ต่อสู้ของหลานเซียวคือเสินจู่แห่งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์!
ภายในที่แห่งนี้มีใครมีตำแหน่งสูงกว่าเขาอีกหรือ?
หากให้ลงมือตรงๆ คงเป็นไปไม่ได้ อาจจะไม่สามารถช่วยเหลือหลานเซียวกลับมาได้ แล้วตัวเองก็ยังจะต้องโดนร่างแหไปด้วย
ใครที่สามารถเข้าไปขวางได้อย่างเปิดเผย?
หลานเซียวกัดฟันกรอด โคจรพลังภายใน ต้านทานอย่างสุดแรง
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของอีกฝ่าย ถ้าเขาสามารถต้านทานพลังของอีกฝ่ายได้ ในตอนแรกเขาก็คงไม่ถูกจับกลับมาและขังเอาไว้แบบนี้หรอก
ตอนนี้เขาพยายามอย่างสุดแรงเกิดแล้ว แต่ก็สามารถต้านทานได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักดังก้องอย่างชัดเจน!
แขนข้างนั้นของหลานเซียวอยู่ในสภาพที่อันตรายขึ้นมาทันที
คาดไม่ถึงว่าพลังของแส้ยาวสีดำอันนั้นจะน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ มันสามารถหักกระดูกของเขาได้โดยตรง!
…
ผู้คนที่อยู่รอบข้างตกอยู่ในความเงียบ
บรรยากาศเงียบสงัด เมื่อมองไปยังภาพเหตุการณ์ตรงหน้า คนส่วนใหญ่ก็มีสีหน้าซับซ้อน ปฏิกิริยาของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป
หลายปีที่ผ่านมานี้ เสินจู่อยู่แต่ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยออกไปไหนเลย
เรื่องน้อยใหญ่ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์เขาก็มอบให้แก่เสินสื่อคนอื่นเป็นผู้จัดการ
ตอนนี้เสินจู่กำลังลงมือแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าเขาต้องการชำแหละร่างศักดิ์สิทธิ์ของปุโรหิตลำดับที่สองต่อหน้าทุกคน แล้วแย่งชิงพลังของอีกฝ่ายถ่ายเทไปยังเสินสื่อลำดับที่หก
แม้จะบอกว่าในปีนั้นปุโรหิตลำดับที่สองเป็นฝ่ายเลือกที่จะหักหลัง สมควรถูกลงโทษตามกฎ แต่วิธีการเช่นนี้…มันโหดเหี้ยมและโหดร้ายมากเกินไป
วิธีการนี้มันโหดเหี้ยมและทุกข์ทรมานยิ่งกว่าสังหารเขาในทันทีเสียอีก
ความจริงแล้วผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ก็พบเห็นการสังหารต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้มาไม่น้อยแล้ว
คนที่สามารถมาอยู่ในระดับนี้ได้ มีใครคนไหนบ้างที่มือไม่เปื้อนเลือด?
แต่…
ภาพเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า มันกระทำให้คนเหล่านี้ไม่สบายใจ
เสินจู่ต้องการช่วยเสินสื่อลำดับที่หกหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่อีกครั้ง เดิมทีนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการใช้โอกาสนี้ลงโทษปุโรหิตที่สอง ในขณะเดียวกันก็ต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู…
แต่ท้ายที่สุดแล้วเสินจู่ก็คือเสินจู่ เขาต้องการทำอันใด ไม่ต้องการทำอันใด พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่ามันจะถูกหรือผิด
พรึ่บ!
ชิ้นเนื้อบริเวณแขนของหลานเซียวถูกดึงขาดออกจากกันอย่างรุนแรง!
บาดแผลลึกจนสามารถมองเห็นกระดูก!
ลำแสงสีทองเจิดจ้าลอยออกมาจากด้านใน แล้วกะพริบขึ้นอย่างไร้เสียง
เนื่องจากยืมพลังของทัณฑ์สวรรค์สีทองหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นกระดูกของหลานเซียวจึงเป็นสีทอง
จากนั้นแส้ยาวสีดำก็รัดแน่นแล้วดึงไปอีกครั้ง!
………………..