ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2351 พบเจอ
บรรยายกาศโดยรอบเงียบสงบไม่มีผู้ใดปรากฏตัว
ถวนจื่อยกแขนเล็กๆ ขึ้นทั้งสองข้างพลางพูดว่า
“ข้าช่วยเจ้ามากมายขนาดนี้แล้ว ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณเลยหรือ”
ชั่วครู่หนึ่งผลสีแดงสดลูกหนึ่งถูกโยนลงมา
ถวนจื่อคว้าผลไม้นั่นไว้ในมืออย่างรวดเร็ว
“ผลตานจู?”
ดวงตาของถวนจื่อเปล่งประกายแวววาว
นี่คือหนึ่งในผลไม้ที่นางโปรดปรานที่สุด!
ตั้งแต่เริ่มฝึกฝนที่ภูเขาเฟิ่งหมิง นางไม่ได้กินของอร่อยมานานแล้ว!
นางถือผลตานจูไว้อย่างดีอกดีใจและกำลังจะเอามันเข้าปาก แต่พอถึงปากกลับหยุดชะงัก นางเบะปากเล็กน้อยพลางมองไปยังทิศทางที่ผลไม้นั้นถูกโยนมา
“เจ้าอย่าคิดว่าผลตานจูแค่ลูกเดียวจะซื้อข้าได้หรอกนะ! ชิ!”
ผลตานจูอีกลูกถูกส่งมาอีกครั้ง
ถวนจื่อยกมือรับผลไม้อีกลูกและเก็บมันไว้ในอ้อมแขนพร้อมพูดว่า
“สองลูกก็ไม่พอ! วันนี้เจ้าต้องออกมาให้ข้าเห็นหน้า!”
ขณะที่พูดนางก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า
ฟึ่บ!
เสียงผ่านอากาศดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้นถวนจื่อก็เห็นเงาร่างเลือนรางพุ่งผ่านหน้าของตนไป!
นางกัดฟันเล็กน้อย แตะปลายเท้าแล้วทะยานไปข้างหน้าในทันที
เจ้านั่นวิ่งเร็วมาก แค่พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว
ถวนจื่อหยุดลงและก้มมองผลตานจูในมือ
กลิ่นหอมหวานของผลไม้ลอยขึ้นมา ทำให้น้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัว
นางเลียริมฝีปาก และพยายามอดกลั้นความอยากที่จะกัดกินมัน
“คิดจะหนี? ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
กลิ่นของผลตานจูนี้สามารถติดอยู่บนตัวคนได้หลายวัน!
แม้จะมองไม่เห็น แต่ตามกลิ่นนี้ไป ก็จะหาคนเจอได้ไม่ยาก!
ถวนจื่อย่นจมูก จากนั้นจึงมุ่งไปข้างหน้าตามกลิ่นหอมจางๆ ที่หลงเหลือยู่ในอากาศไป
…
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งถวนจื่อมาหยุดลงตรงหน้าค่ายกลระหว่างภูเขาเฟิ่งหมิงและตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หรือว่าอยู่ด้านใน?”
กลิ่นหอมนั้นหายไปจากที่นี่
ถวนจื่อมองไปรอบๆ อย่างละเอียด
ค่ายกลนี้พาดลงมาจากท้องฟ้า และปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์
หากต้องการออกจากที่นี่ มีเพียงทางเดียวคือต้องผ่านค่ายกลนี้เท่านั้น
“มินาล่ะ!”
ถวนจื่อเข้าใจขึ้นมาในทันที
เมื่อกล่าวถึงก่อนหน้านี้ทุกครั้งนางตามหาใครก็หาไม่เจอ ที่แท้คนคนนั้นกลับวิ่งไปซ่อนอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!?
น่าเสียดายที่ช่วงนี้นางยังคงตามหาทั่วภูเขาเฟิ่งหมิงจนแทบจะขุดดินหาแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังหาไม่พบ
ที่แท้ก็เป็นเพราะนางหาผิดที่ผิดทางมาโดยตลอด!
ทันใดนั้นดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้น นางใช้มือซ้ายถือผลตานจูทั้งสองลูกไว้ ส่วนมือขวาก็สะบัดเบาๆ เรียกขนนกทองคำบรรพบุรุษออกมา
หากจำไม่ผิด สิ่งนี้น่าจะสามารถทะลุผ่านค่ายกลไปได้…
ถวนจื่อครุ่นคิด พลางยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ
“หึ่ง”
รอยแยกปรากฏขึ้นบนค่ายกลอย่างรวดเร็ว!
“สำเร็จแล้ว!”
ถวนจื่อตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง รีบพุ่งตัวเข้าไปทันที!
พลังแห่งสวรรค์และโลกหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทางในชั่วพริบตา!
ถวนจื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกเย็นสบายไปทั้งร่าง
ภูเขาเฟิ่งหมิงก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่ว่ามันร้อนไปหน่อย
ดังนั้นเมื่อออกมาข้างนอกอย่างกะทันหัน นางจึงรู้สึกไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศอยู่พักหนึ่ง
ถวนจื่อหันกลับไปมองครู่หนึ่ง รอยแยกนั้นได้ปิดลงเงียบๆ อย่างไร้ร่องรอย
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ราวกับไม่มีใครสังเกตเห็นการมาของนาง
ถวนจื่อกะพริบตาไปมา
ค่ายกลนี้…ดูเหมือนจะผ่านได้อย่างง่ายดายนัก?
นางเก็บขนนกทองคำบรรพบุรุษไว้ และสามารถสัมผัสถึงพลังปราณของอีกฝ่ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศได้จริงๆ
“อยู่ตรงนั้น!”
เมื่อถวนจื่อยืนยันทิศทางได้แล้ว จึงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว!
ตึง!
เสียงดังขึ้นในลานบ้านที่เงียบสงบ
“เจ้าแอบไปที่ภูเขาเฟิ่งหมิงอีกแล้วหรือ”
กองใบไม้นั่นยังคงนิ่งเฉยไม่ขยับเขยื้อน
“ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อนหน้านี้ว่าอย่างใด เจ้าลืมหมดแล้วหรือ”
น้ำเสียงนั้นเพิ่มความเย็นชาอยู่หลายส่วน
บรรยากาศในลานบ้านยิ่งเงียบสงัด
ในขณะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
ก๊อกๆ!
“มีใครอยู่หรือไม่”
เสียงใสอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านนอก
คำพูดภายในห้องพลันเงียบลงทันที
ถวนจื่อที่ยืนอยู่นอกประตูเผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ฮึฮึ ที่นี่คือบ้านของเจ้าใช่หรือไม่ล่ะ? ข้ามาถึงที่นี่แล้ว เจ้ายังจะไม่ยอมออกมาอีกหรือ”
นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าอีกฝ่ายต้องอยู่ที่นี่แน่นอน!
เพราะกลิ่นนั้นหายไปจากตรงนี้พอดี!
เดิมทีนางคิดจะเข้าไปโดยตรง แต่เนื่องจากรอบลานบ้านถูกปกคลุมด้วยค่ายกล นางจึงคิดไปมาและรู้สึกว่าการบุกเข้าไปดูไม่เหมาะสมเท่าใดนัก สุดท้ายนางจึงเลือกที่จะเคาะประตูอย่างมีมารยาท
ในเมื่อข้ามาหาถึงที่นี่แล้ว จะหลบซ่อนอยู่อีกเหตุใดกัน?
นางรออยู่สักพักหนึ่ง แต่ด้านในยังคงเงียบสนิท ไม่มีการตอบสนองใดๆ
ถวนจื่อเคาะประตูอีกครั้ง
ก๊อกๆ!
“ข้าไม่ใช่คนร้ายเสียหน่อย เหตุใดเจ้าถึงไม่ออกมาล่ะ”
“ถ้าเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะเข้าไปแล้วนะ!”
เมื่อพูดจบนางใช้มือทั้งสองดันประตูไว้และโน้มใบหน้ากลมๆ ของนางเข้ามาใกล้ขึ้น เพื่อเสาะหาอันใดบางอย่างจากรอยแยกของประตูนั่น
น่าเสียดายแม้ว่าลานบ้านจะไม่ใหญ่นัก แต่ประตูกลับทำจากวัสดุชั้นดี
นางเบิกตากว้างดวงตาดำขลับราวกับองุ่น สายตาสอดส่ายไปมาจนทั่ว แต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นอันใดแม้แต่น้อย
“ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน…”
ถวนจื่อพึมพำเสียงเบา
นางได้ช่วยเหลือไปมากมายเช่นนี้! แค่ทิ้งผลตานจูสองลูกไว้แล้วจบแค่นี้หรือ”
“เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่!”
เสียงของแม่นางที่เต็มไปด้วยความสงสัยดังขึ้นจากข้างหลัง
ถวนจื่อหันไปมองแวบหนึ่ง
คนที่มานั่นคือซูจิ้ง
ถวนจื่อเบ้ปาก ไม่สนใจนาง แล้วเอาใบหน้าแนบประตูอีกครั้ง โดยใช้มือทั้งสองออกแรงดันเบาๆ
ไม่แน่ว่าอาจจะเปิดประตูเข้าไปดูได้จริงๆ!
แต่การกระทำของนางในสายตาของซูจิ้งกลับดูอวดดีและไร้มารยาทอย่างที่สุด
“เจ้ากำลังทำอันใด!”
ซูจิ้งขมวดคิ้วแน่น
ถวนจื่อผู้นี้ไม่เพียงหนีออกมาจากภูเขาเฟิ่งหมิง แต่ยังกล้ามากำเริบเสิบสานถึงที่ของเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง?
นางคิดจะทำอันใด…ต้องการบุกเข้าไป?
ถวนจื่อทำเหมือนไม่ได้ยิน
ซูจิ้งมองด้วยความโกรธจนสุดจะทน
นางมาพบเสินสื่อลำดับที่หนึ่งในครั้งนี้ เพื่อต้องการแก้ปัญหาค่ายกลที่ยอดเขาโอสถ
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติในวันนั้น นางไม่สามารถรอช้าได้จึงรีบกลับไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์โดยทันที ด้วยความคิดที่จะขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกเสินสื่อลำดับที่สองตำหนิและเย้ยหยันแทน
ในที่สุดนางจึงต้องกลับไปหาวิธีด้วยตนเอง
จริงๆ แล้วในใจของนางก็รู้สึกอัดอั้นอยู่ไม่น้อย
ผ่านมาหลายปี ปัญหาของค่ายกลนั่นยังไม่สามารถจัดการได้ ทำให้นางรู้สึกร้อนใจอย่างมาก!
วันนั้นที่ถูกเสี่ยวปาตบหน้า นางก็โกรธจนถึงที่สุดแล้ว และคำพูดของเสินสื่อลำดับที่สองก็ยิ่งทำให้นางโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก
นางจึงเลือกที่จะเก็บตัว ไม่ว่าอย่างใดก็จะคิดหาวิธีให้ได้
แต่เรื่องนี้จะแก้ไขได้ง่ายขนาดนั้นได้อย่างใดกัน?
นางคิดทั้งวันทั้งคืนจนปวดหัว แต่ก็ยังไม่สามารถหาทางออกได้
ในที่สุดนางจึงต้องยึดมั่นในความหวังสุดท้าย และมาขอความช่วยเหลือจากเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง
ทันทีที่มาถึงก็เจอเข้ากับถวนจื่อ
นางรีบเข้าไปดึงทวนจื่อไว้และพูดขึ้น
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา!”