ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2352 นิ่งดูดายไม่สนใจ
สุดท้ายยังไม่ถึงตัวถวนจื่อ จู่ๆ ก็มีแรงกดดันที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าใส่!
ซูจิ้งตกใจจึงรีบหลบออกไปทันที แต่ก็ยังถูกบีบให้ถอยร่นไปหลายก้าวจนเกือบล้มลงกับพื้น
นางรีบทรงตัวให้มั่น แล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง
นี่คือ…ค่ายกลของเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง?
เห็นได้ชัดว่าถวนจื่อที่ยืนอยู่ข้างหน้าใกล้กว่านาง แต่เหตุใดกลับไม่ถูกโจมตีแม้แต่น้อย
ถวนจื่อหันกลับมามองนางอีกครั้ง ดวงตากลมโตสวยงามกะพริบไปมาและหัวเราะคิกคัก
“ดูแล้วคนที่อยู่ด้านในจะไม่ชอบเจ้ามากๆ เลยนะ!”
ซูจิ้งรู้สึกโกรธจนทนไม่ไหวขึ้นในทันที
“เจ้าพูดไร้สาระอันใด!”
“ข้าพูดไร้สาระที่ไหนกัน”
ถวนจื่อยื่นมือออกมาทำท่าทำทาง
“ข้าแค่ยังไม่ได้เข้าไปในลานบ้าน แต่เจ้าแม้แต่ประตูใหญ่ก็เข้าใกล้ไม่ได้แล้ว!”
นี่มันคือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด!
ใครๆ ก็สามารถมองออกได้ไม่ใช่หรือ!
ซูจิ้งรู้สึกไม่พอใจจนใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
ความจริงแล้วคนที่แปลกไม่ใช่นาง แต่เป็นถวนจื่อ!
ก่อนหน้าตอนที่นางมากับเสินสื่อลำดับที่เจ็ด พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใกล้ประตูใหญ่ได้
เพียงแต่เมื่อครู่เห็นถวนจื่อแนบหน้าไปที่ประตูจนลืมมอง นางจึงเผลอลืมเรื่องนี้ไปชั่วขณะ
ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว…เห็นได้ชัดว่าถวนจื่อเข้าใกล้อย่างมาก!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของซูจิ้งก็เปลี่ยนไปและเอ่ยถามขึ้น
“เจ้าผ่านค่ายกลนั่นมาได้อย่างใด”
ถวนจื่อเหลือบตามองนางและพึมพำเบาๆ ว่า
“ใครให้เจ้ามายุ่ง”
ขณะที่พูดนางก็หันไปเคาะประตูอีกครั้ง
“ถ้าเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะพังประตูจริงๆ นะ!”
ซูจิ้งได้ยินจึงตกใจกลัวจนใจเต็วรัว
นางพูดคุยอยู่กับใครกัน?
เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง?
เป็นไปไม่ได้
แต่ภายในลานนี้ ไม่มีใครอื่นนอกจากเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!
ในขณะนั้นมีอีกคนเดินเข้ามา
“ถวนจื่อ เจ้ากำลังทำอันใด”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
เมื่อซูจิ้งเห็นผู้มาเยือนจึงรีบแสดงความเคารพทันที
“คารวะเสินสื่อลำดับที่สอง”
สายตาของอวี้เชียนกวาดผ่านร่างของนางโดยไม่ได้หยุดมองนานนัก เพียงหันไปมองที่ถวนจื่อแทน
หลังจากออกจากภูเขาเฟิ่งหมิงได้ไม่นาน เขาก็รับรู้ว่าถวนจื่อออกมาด้วยเช่นกัน ในใจของเขาตื่นตระหนกจึงรีบออกตามหานางไปทั่ว
ในที่สุดจึงหานางเจอที่นี่
ถวนจื่อหันกลับมามองอวี้เชียน สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“เกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย!”
ซูจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจอดเยาะเย้ยไม่ได้
เสินสื่อลำดับที่สองที่ดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ และสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่โต้แย้งเขา
ถวนจื่อพูดจาหยาบคายเช่นนี้ จะต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือ อวี้เชียนกลับดูเหมือนจะไม่โกรธอันใดเลย!
เขาจ้องมองถวนจื่ออยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้น
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วหรือว่าเจ้าจะตั้งใจฝึกฝนอยู่ที่ภูเขาเฟิ่งหมิง? ตอนนี้เจ้ากำลังทำอันใดอยู่ที่นี่?”
ถวนจื่อไม่พอใจขึ้นเล็กน้อย
“ภูเขาเฟิ่งหมิงน่าเบื่อขนาดนั้น ข้าออกมาเที่ยวเล่นหน่อยไม่ได้หรือ!”
อวี้เชียนหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เจ้าออกมาเอง?”
หัวใจของถวนจื่อสั่นไหว ใบหน้าเล็กๆ เงยขึ้นพลางพูด
“ใช่นะสิ! ข้าใช้ขนนกทองคำบรรพบุรุษเปิดค่ายกลออกมา เหตุใดเหรอ”
อวี้เชียนชะงักไปชั่วขณะ
“ถ้าเจ้าต้องการมาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
“เสินสื่อลำดับที่สอง!?” ซูจิ้งอุทานด้วยความตกใจ
ที่นี่คือสถานที่เช่นใดกันถึงปล่อยให้ถวนจื่อเข้าออกได้ตามใจ?
เห็นท่าทางอวดดีของนางเช่นนี้ ต่อไปไม่รู้ว่าจะทำเรื่องอันใดอีกบ้าง!
อวี้เชียนส่งสายตาตักเตือนไปทางซูจิ้งครู่หนึ่ง
เรื่องเช่นนี้ยังให้นางเข้ามาแทรก
ซูจิ้งรู้สึกหนาวสะท้านทั้งตัว จึงรีบก้มหน้าและกลืนคำพูดที่เหลือลงไป
แต่ในแขนเสื้อของนาง กลับกำมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด
อวี้เชียนมองไปทางถวนจื่อและพูดขึ้น
“ทว่ามีบางที่ที่เจ้าไปได้ แต่มีบางที่ที่เจ้าไปไม่ได้ ที่นี่คือที่พักของเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง ต่อไปห้ามเข้ามาวุ่นวายอีก”
ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับแฝงไปด้วยความเย็นชา
ถวนจื่อเม้มริมฝีปาก
นางฉลาดเป็นที่สุดและรู้ว่าเมื่อใดเล่นได้และเมื่อใดไม่ควรทำ
เช่นเดียวกับตอนนี้อวี้เชียนไม่ได้พูดเล่นอย่างแน่นอน
ถวนจื่อกัดฟันและฮึดฮัดขึ้นเบาๆ
“ไม่มาก็ไม่มาสิ! ยังไงที่นี่ก็มีที่ให้เล่นได้มากมายอยู่แล้ว!”
เมื่อพูดเช่นนั้นนางก็ก้าวขาเล็กๆ เดินไปทันที
แต่เมื่อเดินไปครึ่งทาง จู่ๆ นางก็นึกอันใดขึ้นมาได้จึงหันกลับมามองอวี้เชียน
“ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า มีใครบ้างที่เลี้ยงสัตว์อสูร?”
อวี้เชียนเลิกคิ้วขึ้น
“ในบรรดาเสินสื่อทั้งหมด มีเพียงข้าคนเดียวที่รับผิดชอบดูแลสัตว์อสูร”
ถวนจื่อเบ้ปากเล็กน้อยและหมุนตัวเดินจากไป
อวี้เชียนก้าวขาเดินตามไป
“หากเจ้ารู้สึกเบื่อจริงๆ ข้าสามารถพาเจ้าเดินเล่นทุกๆ ที่ได้”
แต่จะไม่มีทางปล่อยให้ถวนจื่อวิ่งซนอยู่ที่นี่ตามอำเภอใจได้เด็ดขาด
ถวนจื่อเบื่อหน่ายเขามาก จนไม่ต้องการเห็นใบหน้าที่น่ารำคาญของเขาอีก
แต่ในใจนางรู้ดีว่า หากต้องการเห็นว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างใด ก็คงต้องให้เขาตามไปด้วย
ครืด!
ถวนจื่อหยิบผลตานจูในอ้อมแขนขึ้นมาแล้วกัดเข้าไปอย่างแรง
นี่มันอันใดกัน!
ก็แค่สายเลือดบริสุทธิ์จากตระกูลหงส์ทองคำ กลับหยิ่งยโสถึงเพียงนี้จนไม่เห็นแม้กระทั่งเสินสื่อลำดับที่แปดอย่างนางอยู่ในสายตา!
อีกทั้งเสินสื่อลำดับที่สองยังให้ความสำคัญกับนางมากเป็นพิเศษ
ไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ว่า เพียงถวนจื่อไม่ก่อเรื่องร้ายแรง ในช่วงเวลายาวนานต่อจากนี้ นางแทบจะทำอันใดก็ได้ตามใจในที่แห่งนี่!
ซูจิ้งโกรธเคืองอย่างมาก แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางทำอันใดได้
การมีอยู่ของถวนจื่อมีความสำคัญต่อตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
ไม่เช่นนั้นเสินสื่อลำดับที่สองก็คงไม่ตามใจนางถึงเพียงนี้
นางหันไปมองทางประตูใหญ่ที่ปิดสนิท
ตั้งแต่ต้นจนจบเสินสื่อลำดับที่หนึ่งไม่ได้เอ่ยอันใดสักคำ
เช่นนี้เป็นยอมรับการกระทำของเสินสื่อลำดับที่สองอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่านางจะพูดอันใดออกมา ก็ไม่มีประโยชน์อันใด
เมื่อสงบอารมณ์ลงได้ นางก็พลันนึกถึงจุดประสงค์ที่ตนเองมาที่นี่
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง ค่ายกลที่ยอดเขาโอสถเกิดปัญหาอีกครั้ง ท่าน…”
“นั่นมันเรื่องของเจ้า”
เสียงเย็นชาและไร้อารมณ์ดังขึ้นจากภายใน
“ข้าให้เวลาเจ้าจัดการมานานขนาดนี้ แต่เจ้าก็ยังจัดการไม่ได้ เช่นนั้น…ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
ซูจิ้งจึงพูดขึ้นด้วยใบหน้าขาวซีด
“แต่ค่ายกลนั่นในตอนแรกคือ…”
เสียงของนางหยุดชะงักในทันที
คำพูดที่เหลือ นางจึงไม่กล้าเอ่ยออกมาไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เรื่องราวในปีนั้นไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเอ่ยถึง ทางที่ดีที่สุดควรปล่อยให้ทุกอย่างเลือนหายไปในฝุ่นแห่งกาลเวลา
นั่นคือสิ่งต้องห้ามของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ นางรู้เรื่องนี้ดี
หลังจากลังเลอยู่นาน เมื่อเห็นว่าเสินสื่อลำดับที่หนึ่งไม่มีท่าทีว่าจะลงมือ นางจึงยอมแพ้ในที่สุดและทำความเคารพก่อนขอตัวออกไป
“ซูจิ้งขอลา”
…
หลังจากออกมา เดิมที่ซูจิ้งตั้งใจว่าจะกลับไปยังที่พักของตนเอง
แต่เมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง ความโกรธในใจของนางกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เสินสื่อลำดับที่หนึ่งและเสินสื่อลำดับที่สองต่างนิ่งดูดายไม่สนใจ เหตุใดถึงปล่อยให้นางต้องลำบากอยู่คนเดียวเช่นนี้!
ช่วงนี้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นติดต่อกัน จนทำให้นางแทบเสียสติ
ไม่ว่าใครก็เหยียบย่ำนางไม่ได้!
เมื่อนึกถึงตรงนี้นางจึงหันกลับไปมองด้านนอกของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
เรื่องค่ายกลที่ยอดเขาโอสถคงไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที
ไม่สู้กลับไปคิดบัญชีกับเสี่ยวปานั่นก่อนจะดีกว่า!
………………..