ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2370 ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้
ตอนที่ 2370 ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้
แม่นางสิบสองอุทาน
“อ๋า”
ขึ้นมาและมองพยัคฆ์เหินลมตัวน้อยในอ้อมแขน พลันรู้สึกสงสารมันขึ้นมาในทันที
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้”
หัวชวงชวงชะงักไปครู่หนึ่งและมีท่าทีลังเลที่จะพูดออกมา
ชั่วครู่หนึ่งเขาไม่ได้ตอบคำถามของนางตรงๆ เพียงแต่กล่าวว่า
“คาดว่ามันคงเจอเหตุการณ์อันใดเข้า ข้าเห็นว่ามันยังเล็กอยู่ก็เลยพากลับมาด้วย”
เขามักเข้ากันได้ดีกับสัตว์อสูรทั้งหลายมาโดยตลอด หลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเลี้ยงมามากขนาดไหนแล้ว ดังนั้นแม่นางสิบสองและคนอื่นๆ จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่ฉู่หลิวเยว่กลับมองพยัคฆ์เหินลมตัวนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรตัวนี้เป็นของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
หากจำไม่ผิด สัตว์อสูรทั้งหมดที่นี่ถูกเลี้ยงไว้ที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดูแลโดยเสินสื่อลำดับที่สอง อวี้เชียน
แน่นอนว่าภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์เปิดให้ทุกคนเข้าไปได้ แต่ห้ามนำสัตว์อสูรออกมาโดยพลการ
เว้นเสียแต่ว่าผู้บำเพ็ญตนจะทำสัญญากับสัตว์อสูรเหล่านั้น
การที่หัวซวงซวงชอบไปที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เป็นเรื่องที่พอคาดเดาได้ แต่สิ่งที่ฉู่หลิวเยว่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเขาจะพาสัตว์อสูรตัวหนึ่งกลับมาด้วย
จากคำพูดของเขา ดูเหมือนเรื่องนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น
ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านั้น เพียงแต่ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“เข้าไปข้างในเถอะ เฉินอีและคนอื่นๆ กำลังรออยู่”
…
ใบหน้าของเฉินอีก็ดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน
ทุกคนอยู่รวมกันอย่างครึกครื้น
ฉู่หลิวเยว่กวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบเงาของหรงซิว
เฉินอีเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวขึ้น
“นายท่าน องค์ชายกำลังกักตนบำเพ็ญเพียรอยู่ขอรับ”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย
นางรู้จักหรงซิวมาหลายปี แต่แทบไม่เคยได้ยินว่าเขาจะกักตนบำเพ็ญเพียร
“ข้าเข้าใจแล้ว”
นางมองไปทางอู่เหยา
“เข้าไปคุยกันข้างใน”
…
“กระจก?”
ภายในห้องหลังจากฟังคำรายงานของอู่เหยา หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหวขึ้น
อู่เหยาพยักหน้า
“ก่อนที่ข้าน้อยจะมา กระจกบานนั้นไม่เพียงแต่ไม่เลือนหายไป แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งชัดเจนและเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นตามกาลเวลา”
มือของฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ กำแน่นขึ้นพลางพูดว่า
“บนกระจกนั้นมีสิ่งใดปรากฏขึ้นมาบ้างหรือไม่ อย่างเช่น…เงาของใครสักคน”
“ไม่มีเลย ขอรับ”
อู่เหยาส่ายหน้า
“ข้ากับอวี๋จิ่วเฝ้าดูทั้งวันทั้งคืน กระจกบานนั้นส่องประกายเจิดจ้าตลอดเวลา จนยากจะมองตรงๆ ได้ อย่าว่าแต่เงาคนเลย”
ฉู่หลิวเยว่เงียบไปชั่วขณะ ในใจกลับไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกอย่างไร
หรือบางที…ต้องเป็นตอนที่พวกเขาสองคนยืนอยู่หน้ากระจกเท่านั้น ถึงจะเกิดภาพเช่นนั้นขึ้น?
ฉู่หลิวเยว่ตกอยู่ในห้วงความคิด
ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ในใจของนางมักจะรู้สึกไม่สบายใจ
ใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้น เห็นได้ชัดว่านางคุ้นเคยเป็นที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
และยังมีหรงซิว…
“นายท่าน? นายท่าน?”
หลังจากอู่เหยาพูดจบ จึงเห็นว่าฉู่หลิวเยว่นิ่งไปนานโดยไม่ตอบสนอง เขาจึงขานเรียกผู้เป็นนายถึงสองครั้ง
ฉู่หลิวเยว่จึงได้สติกลับมา
อู่เหยามองสีหน้าของนางแล้วเอ่ยถามขึ้น
“นายท่าน ท่านคิดว่าเรื่องนี้…ควรจัดการอย่างใด”
ฉู่หลิวเยว่เคาะบนโต๊ะเบาๆ
“คอยดูสถานการณ์ไปก่อน”
แม้อู่เหยากับพวกของเขาจะเตรียมการไว้แล้ว แม้ยังไม่เกิดเหตุการณ์อื่นขึ้น ก็คงพอจะวางใจได้บ้าง
“หากกระจกบานนั้นเกิดความผิดปกติขึ้นอีก ค่อยมารายงานข้า”
เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าอยู่เหนือการควบคุมของพวกเขา ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือ…รอ!
อู่เหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่ตัดสินใจแล้ว เขาจึงตอบรับ
“ขอรับ”
…
ฉู่หลิวเยว่เดินออกมาที่ลานอีกครั้ง เห็นหัวชวงชวงกับคนอื่นๆ ยังคงเล่นกับพยัคฆ์เหินลมตัวน้อยกันอยู่ในลาน
“ชวงชวง เจ้ามานี่หน่อย”
“เจ้าพยัคฆ์เหินลมตัวน้อยนั่น เกิดอันใดขึ้นกันแน่?”
สีหน้าของหัวชวงชวงปรากฏความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ผ่านไปสักพัก เขาจึงอธิบายขึ้น
“เรื่องนี้…จะว่าไปก็เป็นความผิดของข้า”
ฉู่หลิวเยว่หันมามองเขา
หัวชวงชวงพลางถอนหายใจ
“ช่วงก่อนข้าไปที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ แล้วได้ไปเจอพยัคฆ์เหินลมตัวหนึ่งกำลังดูแลลูกของมัน ข้ารู้สึกเอ็นดูก็เลยอยู่เล่นกับมันอยู่พักหนึ่ง ต่อมาพยัคฆ์เหินลมตัวนั้นอยากติดตามข้า แต่ข้าปฏิเสธไป”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
หัวชวงชวงทำเช่นนี้ ย่อมต้องคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว
การพาสัตว์อสูรออกมาจากภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์โดยพลการ เห็นได้ชัดว่ามันผิดกฏและหากไม่ระวังก็อาจนำมาซึ่งปัญหาได้
“ต่อมาเมื่อข้ากลับไปอีกครั้ง ก็พบว่าพยัคฆ์เหินลมตัวนั้น…ถูกฆ่าตายเสียแล้ว”
คิ้วของฉู่หลิวเยว่ขมวดขึ้น
“ถูก…ฆ่าตายแล้ว?”
หัวซวงซวงพยักหน้า
ฉู่หลิวเยว่เงียบไปชั่วครู่
คนที่กล้าลงมือบนภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ หากไม่ใช่เสินสื่อลำดับที่สองอวี้เชียน ก็ไม่น่าจะเป็นใครได้
“เหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้น”
ตามหลักแล้วเขาเป็นผู้ดูแลภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ และสัตว์อสูรเหล่านี้ก็น่าจะเชื่อฟังเขาแต่เพียงผู้เดียว จึงไม่น่ามีเหตุผลอะไรให้เขาต้องทำขนาดนี้เลย
“อาจเป็นเพราะ…”
หัวชวงชวงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
“อันที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่หลังจากพยัคฆ์เหินลมตัวนั้นตาย ฟันทุกซี่ของมันถูกถอนออกไปจนหมด”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นทันที
“เจ้าหมายความว่า…เป็นไปได้ว่าพยัคฆ์เหินลมตัวนั้นอาจกัดอวี้เชียนจน…เดี๋ยวก่อน มือของอวี้เชียนมีรอยแผลอยู่จริง!”
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์และได้สนทนากับอวี้เชียนอยู่บ้าง นางสังเกตเห็นรอยแผลที่ถูกกัดจางๆ ตรงหัวแม่มือของเขาโดยบังเอิญ
ในตอนนั้นนางไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้ว…หรือจะเป็นเพราะพยัคฆ์เหินลมตัวนั้นจริงๆ?
ฉู่หลิวเยว่พึมพำเบาๆ
“แต่ว่า…มันไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ได้ เขาเป็นผู้รับผิดชอบดูแลภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดพยัคฆ์เหินลมถึงทำร้ายเขาได้”
………………..