ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2373 สายตาที่มองมา
ตอนที่ 2373 สายตาที่มองมา
ร้านเจินเป่าเก๋อ
หมิงซูรีบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ถูกเสียงจากฝั่งเส้นทางแห่งดวงดาวดึงตัวไป วันนี้ที่ร้านเจินเป่าเก๋อจึงแทบไม่มีลูกค้าเลย
หลังจากกลับมาเขาก็ปิดประตูลงกลอนทันที ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นไปยังชั้นสอง และตรงไปยังห้องที่อยู่ลึกสุดของทางเดิน
เหยียนเก๋อยืนอยู่ริมหน้าต่าง มือไพล่หลัง
“เถ้าแก่รอง”
เมื่อได้ยินเสียง เหยียนเก๋อจึงหันกลับมา บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ
“กลับมาแล้ว?”
เมื่อหมิงซูเห็นสีหน้าของเขา ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหยียนเก๋อคงรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับฉู่หลิวเยว่แล้ว
ทว่าสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
เรื่องราวใหญ่โตขนาดนั้น จะไม่รู้ก็เป็นไปได้ยาก
“ฮูหยินเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ออกมา ดูเหมือนว่าจะมีลูกน้องอีกสองสามคนมาหานาง”
หมิงซูเล่าเรื่องราวทั้งหมดตามจริง
“นอกจากนี้ เซียวหรานได้รับแรงบันดาลใจจากการทะลวงค่ายกลของฮูหยิน ตอนนี้เขากำลังพยายามทะลวงค่ายกลสุดท้ายอยู่ หากไม่มีอันใดผิดพลาด ครั้งนี้น่าจะสำเร็จ”
“โอ้ว?”
หมิงซูก็รู้ประหลาดใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย เขาลูบเคราพลางถอนหายใจ
“ช่างหายากจริงๆ…เซียวหรานติดอยู่ตรงนี้นานเกินไปแล้ว”
เขากับเซียวหรานมีความสัมพันธ์ที่ดี เมื่อได้ยินข่าวนี้ย่อมรู้สึกยินดี
หมิงซูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นว่า
“ไม่พบๆ ก็แค่บอกไปว่าข้าป่วยหนักจนลุกไม่ไหว”
อย่างไรตอนนี้ยังพบไม่ได้
ก่อนที่นายท่านจะสั่งการ เขาไม่กล้าตัดสินใจเอง
หมิงซู
“…เช่นนั้นท่านจะเอาแต่หลบเลี่ยงไปตลอดเลยหรือ”
เรื่องนี้พูดไปหลายครั้งแล้ว ดูท่าฮูหยินจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรนางต้องการพบท่านให้ได้สักครั้ง
เหยียนเก๋อจึงปวดหัวไม่น้อย
เขาเอามือนวดขมับ
“รอข่าวจากนายท่าน”
“…ขอรับ”
…
ถวนจื่อถูกอวี้เชียนพามาส่งที่นอกค่ายกล
นางหยุดฝีเท้าลงครู่หนึ่ง
“ข้ามาถึงแล้ว ตอนนี้ท่านก็ไปได้แล้วกระมัง”
อยู่ใกล้คนเช่นนี้ นางรู้สึกอึดอัดจริงๆ
อวี้เชียนไม่สนใจความเกลียดชังของถวนจื่อ
อย่างไรเสียขอแค่นางตั้งใจฝึกฝน และเปิดเส้นชีพจรให้ได้โดยเร็วก็พอ
อวี้เชียนมองนางจากมุมสูงด้วยสายตาเยือกเย็น น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม แต่คำพูดนั้นกลับแข็งกร้าวยิ่งนัก
“ก่อนจะเปิดเส้นชีพจรที่แปดได้ ห้ามเจ้าข้ามค่ายกลนี้เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์โดยเด็ดขาด”
“อันใดนะ?”
ถวนจื่อขมวดคิ้วแน่น
หากสิบปียังเปิดไม่ได้ เช่นนั้นนางจะไม่ได้ออกไปถึงสิบปีเลยหรือ
“เมื่อครู่ท่านไม่ได้พูดเช่นนี้!”
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
อวี้เชียนยิ้มเล็กน้อย
หากฉู่หลิวเยว่เข้ามาไม่ได้ และปล่อยให้ถวนจื่อเข้ามาก็คงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้…เป็นไปไม่ได้
แม้ระหว่างทั้งสองจะไม่มีพันธะสัญญาใดแล้ว แต่ถวนจื่อเติบโตข้างกายฉู่หลิวเยว่มาตั้งแต่เล็ก ทำให้นางพึ่งพาฉู่หลิวเยว่เป็นอย่างมาก
หากยังคงเป็นเช่นวันนี้ พันธนาการระหว่างถวนจื่อกับนางเกรงว่าจะไม่มีวันตัดขาดได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้นคงต้องตัดไฟแต่ต้นลม
“เจ้า!”
“หากเจ้าไม่อยากให้นางถูกกลั่นแกล้งในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ก็รีบทะลวงขั้นให้ได้เร็วที่สุด”
คำพูดของอวี้เชียนแฝงด้วยการข่มขู่อย่างเปิดเผย
ถวนจื่อกัดฟันแน่น ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำด้วยความโกรธ เปลวไฟสีทองแดงลุกโชนขึ้นในดวงตาทันที!
ทว่าอวี้เชียนดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร
ตอนนี้ถวนจื่อยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ทั้งสองประจันหน้ากันอยู่นาน จนในที่สุดถวนจื่อกัดฟันพูดขึ้น
“ได้! ท่านคอยดูเถอะ!”
ทั้งความแค้นใหม่และเก่า นางจะต้องสะสางกับคนพวกนี้ให้หมดในสักวัน!
พูดจบ นางเขย่งปลายเท้า ก่อนจะพุ่งตรงไปยังภูเขาเฟิ่งหมิง
แสงสว่างเจิดจ้าพาดผ่าน ร่างของนางหายวับไปในพริบตาหลังค่ายกล
อวี้เชียนยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวจากไป
เมื่อมาถึงยอดเขา นางหยิบขนนกทองคำบรรพบุรุษออกมา มือเล็กๆ ปัดผ่านด้านบนเบาๆ และเอ่ยอย่างเงียบๆ ในใจว่า
“ท่านปู่ประมุข ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขากลั่นแกล้งข้าแบบนี้ตลอดไปแน่นอน!”
แสงสลัวจางๆ วาบผ่านบนขนนกทองคำบรรพบุรุษ
ถวนจื่อเก็บมันไว้อย่างระมัดระวังอีกครั้ง นางตั้งใจเปลี่ยนความโกรธเป็นพลังขับเคลื่อน
ไม่ให้ไปก็ไม่ไป!
อย่างไรอาเยว่ก็สามารถมาหานางได้เหมือนกัน!
เพียงแต่หลังจากวันนี้ เงาดำนั่นจะยังมาคอยแอบดูนางอีกหรือไม่…
ถวนจื่อครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะเก็บความคิดฟุ้งซ่านและเริ่มต้นฝึกฝนอีกครั้ง
…
ฉู่หลิวเยว่ตั้งใจจะไปพบหรงซิว และปรึกษาเขาเกี่ยวกับบางเรื่อง
น่าเสียดายที่เขากำลังกักตนบำเพ็ญเพียรอยู่ และยังไม่รู้ว่าจะออกมาเมื่อใด นางจึงไม่ได้อยู่รอเขา หลังจากจัดการธุระทางนี้เสร็จแล้ว นางก็กลับไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ขณะนั้นค่ายกลของเซียวหรานก็สำเร็จไปแล้วหนึ่งในสาม
ผู้คนที่เฝ้าดูยังคงมากมายเช่นเดิม
ทว่าเมื่อฉู่หลิวเยว่กลับมาที่นี่อีกครั้ง นางก็สังเกตเห็นว่าร่างของมู่หยางเฟิงหายไปแล้ว
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบางเบาเพียงชั่วขณะก่อนจะหายไป
จากนั้นนางก็เดินเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
…
ฉู่หลิวเยว่เดินเพียงลำพังตรงไปยังที่พำนักของนาง
ขณะเดินผ่านลานของเสินสื่อลำดับที่เจ็ด นางหยุดฝีเท้าลงและมองไปทางนั้น
แต่นางกลับไม่ได้มองจิ้นหยุนไหล
เสินสื่อลำดับที่หนึ่งอาศัยอยู่ในมุมที่เงียบสงัด เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการให้ใครรบกวน
แม้ฉู่หลิวเยว่จะอยากรู้อยากเห็น แต่ช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะจะเข้าไป
แม้แต่เสินสื่อคนอื่นๆ ยังแทบจะพบเขาได้ยาก นับประสาอะไรกับนาง?
ในขณะนั้นนางก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่นาง
เมื่อฉู่หลิวเยว่เพ่งมองไปก็เห็นจิ้นหยุนไหลที่เพิ่งก้าวออกมา นางพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย
เขาไม่ได้เดินออกมา เพียงแค่ยืนอยู่บนขั้นบันไดและมองมาทางนาง
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
จิ้นหยุนไหลขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้…ดูเหมือนฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ตั้งใจมาหาเขา
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงหันหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทีครุ่นคิด
…เมื่อครู่ฉู่หลิวเยว่กำลังมองไปที่เสินสื่อลำดับที่หนึ่งอย่างนั้นหรือ