ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2393 หลอกข้าสนุกมากหรือไม่
ตอนที่ 2393 หลอกข้าสนุกมากหรือไม่
………………..
น้ำทะเลเย็นเฉียบ เกลียวคลื่นโถมซัด
เสียงตวัดฟาดของแส้เส้นยาวดูราวกับยังคงก้องอยู่ในหู
ฉู่หลิวเยว่จดจ้องคนผู้นั้นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเบื้องหน้า
มีพริบตาหนึ่งที่คิดว่ายังติดอยู่ในฝัน มองทุกอย่างเป็นเพียงภาพมายา
มู่หงอวี่ที่ได้ยินการเคลื่อนไหวก็ตกใจเช่นกัน รีบหันศีรษะกลับไปมองเร็วรี่
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่งมาหรือ เขา…”
ยามรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นฉายเข้ามาในดวงตา สุ้มเสียงของมู่หงอวี่ก็ขาดหายไปเช่นกัน
นางหันมองไปทางฉู่หลิวเยว่โดยไม่รู้ตัว
ริมฝีปากของนางสั่นระริกน้อยๆ ด้วยอยากจะพูดอันใดสักอย่าง ทว่าไม่รู้ว่าควรพูดอันใดออกไป
รอบข้างสี่ทิศตกอยู่ในความเงียบสงัด
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจเต้นได้อย่างชัดเจน
ปลายนิ้วของนางหดเข้าหากันน้อยๆ ไอหนาวเหน็บสายหนึ่งจากที่ใดมิอาจรู้ได้เข้าปกคลุมตัวนางไว้
คนผู้นี้นั้นชวนให้คุ้นเคย ทว่าก็ให้ความรู้สึกแปลกหน้าเช่นกัน
รูปลักษณ์หน้าตางดงามหมดจด ร่างกายสูงโปร่ง
เสื้อคลุมยาวสีเทาอมน้ำเงินที่ตัดเย็บอย่างดีแสดงถึงความสง่างามอันเย็นยะเยือกหลายส่วน ชวนให้รู้สึกว่าทำได้แค่มองดู แต่มิอาจไขว่คว้า
ซึ่งแตกต่างจากรูปลักษณ์ในความทรงจำไปโดยสิ้นเชิง
หลงเหลือแต่เพียงสีหน้าแววตาดุจคมมีดสลักกลางใจที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย!
นางจดจ้องไปยังคนผู้นั้นที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเขม็ง มุมปากค่อยๆ หยักยกเป็นเส้นโค้งจางๆ
มีเพียงนัยน์ตาคู่นั้นที่ไร้ซึ่งแววยิ้ม ตรงกันข้ามกลับฉาบด้วยไอหมอกสลัวเบาบาง มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
“หลอกข้าสนุกมากหรือไม่”
…
ณ ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ถวนจื่อรออยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว
เดี๋ยวก็ลูบถ้วยชา เดี๋ยวก็เคาะโต๊ะ ทั้งยังจัดการเปิดเอาขวดหยกบนชั้นหนังสือมาดมรอบหนึ่ง
จนกระทั่งไม่เหลืออันใดให้เล่นแล้ว นางก็มานอนยืดเหยียดยาวอยู่บนเตียงในท้ายที่สุด แผ่กายเล็กออกเป็นรูปดาวห้าแฉกพลางจ้องม่านกั้นด้านบนพลางบ่นพึมพำ
“น่าเบื่อชะมัด…”
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูพลันดังแว่วมาจากด้านนอก
ถวนจื่อกระโดดผลุงขึ้นมาทันใด อาเยว่กลับมาแล้ว!?
ทว่าทันทีที่วิ่งไปถึงประตู นางพลันหยุดชะงักลง
…ไม่ใช่สิ! ถ้าพวกอาเยว่กลับมา ก็น่าจะกลับเข้ามาในห้องตรงๆ เลยนี่นา จะไปเคาะประตูอยู่เหตุใดกัน
ถวนจื่อเบะปาก ก่อนจะเดินกลับไป
น่าจะเป็นผู้อื่นแวะเวียนมากระมัง?
แต่อาเยว่บอกว่าใครมาก็ห้ามเปิดประตูทั้งนั้น!
ชีหานที่อยู่ด้านนอกต้องห้ามคนเอาไว้แล้วแน่นอน
เป็นอย่างที่คิดไว้ เสียงเคาะประตูเงียบหายไปแล้ว
ถวนจื่อเดินกลับไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะปีนขึ้นเตียง
ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตูดังแว่วเข้ามาอีกครา
ที่สำคัญก็คือ… เป็นเสียงที่มาเคาะประตูห้องตรงๆ!
เสียงชีหานดังก้องเข้ามา
“ถวนจื่อ มีคนมาหาเจ้า”
ถวนจื่อพลันมีสีหน้างุนงง
“มาหาข้า?”
ป่านนี้แล้ว ใครจะมาหานางได้อีก
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ขบหาคำตอบไม่ออกจริงๆ
แต่ชีหานเหมือนจะปล่อยให้คนนั้นเข้ามา? เช่นนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอันใดกระมัง?
คิดมาถึงตรงนี้ ถวนจื่อก็แผดเสียงตะโกน
“มาแล้ว!”
นางพูดพลางวิ่งฉิวไปเปิดประตู
แอ๊ด…
ประตูแง้มออกจนเห็นรอยแยก
ถวนจื่อโผล่ศีรษะออกไปสำรวจดู ก่อนจะมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง
“ชีหานเกอเกอ ใครมาหาข้าหรือ”
ชีหานหลุบตามองศีรษะน้อยๆ ของนางพลางกล่าวเตือน
“เงยหน้ามองสิ”
“หา?”
ถวนจื่อเงยศีรษะขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ชีหานกำลังยืนอยู่หน้าประตู ทั้งยังมองมาที่นางด้วยสีหน้าอับจนปัญญา
“ใคร…”
นางโมโหขึ้นมาทันใด
“อ๊าๆ อย่ามาดึงผมข้านะ!”
นางพูดพลางเงื้อมือหมายโจมตีกลับ
ทว่าครานี้นางโผล่เพียงศีรษะออกไปด้านนอก ส่วนตัวอยู่ด้านในห้อง จึงมิอาจตอบโต้ลงมือไปได้ชั่วขณะ ทำได้แค่ปล่อยให้อีกฝ่ายทึ้งผมของนางตามใจอยาก
“โอ๊ยๆ ข้าชักโมโหแล้วนะ!”
เสียงของถวนจื่อพลันแหลมสูงขึ้นไปอีกระดับ!
ชีหานถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนจะยื่นมือเข้าคว้าเจ้าตัวหนึ่งที่ลงมือกระทำอุกอาจ
“มีอันใดก็รอถวนจื่อออกมาก่อนแล้วค่อยพูดกันดีๆ”
เขาพูดพลางช่วยถวนจื่อเปิดประตูออก
ถวนจื่อที่ได้รับการปล่อยตัวก็พรูลมหายใจออกมาทันที
ทว่าความเจ็บปวดบนศีรษะที่แล่นปราดเข้ามายังทำให้นางโมโหมากอยู่ดี
นางตวัดสายตาขึ้นมองอย่างขุ่นเคือง
“ข้าอยากรู้นักว่าใครมาหา…ปีศาจแดง!?”
อารมณ์โมโหเต็มเปี่ยมสลายหายวับไปในพริบตา หลงเหลือแต่เพียงความตื่นตะลึงอันลึกล้ำและไม่อยากจะเชื่อ
นกชิงเชวี่ยตัวนี้ที่อยู่เบื้องหน้ามีปีกสีเขียวดวงตาสีแดง นี่มันปีศาจแดงมิใช่หรือ?
แต่มิใช่ว่าก่อนหน้านี้ปีศาจแดงตายไปแล้ว…
“ปีศาจแดง! เจ้ายังไม่ตาย!?”
ถวนจื่อพลันนึกอันใดบางอย่างออก ก่อนจะส่งเสียงแหลมเสียดหูออกมา
จากนั้นนางพลันหวนนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ทั้งหมดพลางพ่นลมหายใจเย็นยะเยือกออกมา
“เป็นเจ้า! ที่อยู่ภูเขาเฟิ่งหมิงก่อนหน้านี้… ก็คือเจ้า! ใช่หรือไม่!”
ชีหานจึงยอมปล่อยมือในที่สุด
ปีศาจแดงจึงรีบบินทะยานเข้าไปหา ก่อนจะจิกชายกระโปรงของถวนจื่อ แล้วลากให้นางเดินออกไปข้างนอก
ถวนจื่อรีบกล่าวออกไปว่า
“รอก่อน! ยังไม่ทันพูดกันให้ชัดเจนเลย!”
ปีศาจแดงพลันเอี้ยวศีรษะหันไปมองนางแวบหนึ่ง
สบสายตาเพียงแวบเดียวก็ทำให้ใจของถวนจื่อบีบรัดเข้าหากันทันที
ตกตะลึงเพียงชั่วครู่ ถวนจื่อก็รีบตามไปในทันที
“ข้าจะไปกับเจ้า!”
พวกนางอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานมากแล้ว
แม้ปีศาจแดงจะไม่ได้พูดอันใดออกมา เพียงสบสายตาแวบเดียว ถวนจื่อก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องแล้ว!
หว่างคิ้วของชีหานแข็งทื่อน้อยๆ ทว่าก็มิได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
ถวนจื่อที่เพิ่งออกวิ่งได้สองก้าวพลันนึกอันใดออก จึงหันศีรษะกลับมามองแวบหนึ่ง
“ชีหานเกอเกอ ข้า…”
ชีหานพยักหน้า
“ระวังตัวให้มาก”
ในใจถวนจื่อหนักแน่นยิ่ง นางผงกศีรษะหงึกหงักอย่างสุดกำลัง ก่อนจะหมุนกายตามปีศาจแดงไปทันที
เงาร่างทั้งสองหายวับไปอย่างว่องไว ก่อนจะค่อยๆ ลับครรลองสายตาไป
จนกระทั่งมองไม่เห็นร่องรอยของพวกนางแล้ว ชีหานก็เบนสายตากลับมา ก่อนผินหน้าหันมองทางตำหนักใหญ่ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ทั้งใหญ่โตโอ่อ่า ตระหง่านสูง และเย็นยะเยือก
………………..