ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2428 ด่านเป็นตาย
รอยยิ้มนี้ดูย่ำแย่กว่าร้องไห้เสียอีก
เห็นได้ชัดว่าฉู่หลิวเยว่ทิ้งปมภายในใจของเขาเอาไว้อย่างมหาศาล
ความจริงแล้วตอนที่หนานจิ่นซูเพิ่งจะออกมา เขาก็เห็นฉู่หลิวเยว่จากในระยะไกลแล้ว
ช่วยไม่ได้ บางคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะโดดเด่นสะดุดตา ไม่ว่าอย่างใดก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้นหนานจิ่นซูก็รู้สึกหวาดกลัวนางจริงๆ
หลังจากได้รับบทเรียนในครั้งที่แล้ว หนานจิ่นซูก็ฉลาดขึ้นมาแล้ว เขาจะไม่เผชิญหน้ากับฉู่หลิวเยว่โดยตรง หากหลบได้เขาก็จะหลบ
ช่วงนี้ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้อยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข
แต่สถานการณ์ในวันนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องมารวมตัวกันที่นี่
ดังนั้นเขาจึงต้องกัดฟันแล้วเดินทางออกมา
ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามองทางหนานจิ่นซู แล้วพูดขึ้นว่า
“ดูเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ประมุขหนานก็ยังไม่สามารถทะลวงด่านได้สำเร็จสินะ?”
สีหน้าของหนานจิ่นซูย่ำแย่มากกว่าเดิม
นางยังจะกล้าพูดออกมาอีกหรือ?
หากไม่ใช่เพราะนาง เขาจะถูกไล่ออกจากทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างใด!
ตอนนี้ยังดีหน่อย นางทะลวงด่านแล้ว และเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ แต่เขาล่ะ?
ต่อให้เขาในตอนนี้ สามารถยืนที่นี่ได้ด้วยคุณสมบัติที่ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนอิจฉา แต่หากต้องการจะขึ้นสวรรค์ทลายเทพก็เป็นเรื่องที่ยากมาก!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า
“ระ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรบกวนเจ้าแล้ว! ช่วงเวลานี้ ข้าคิดว่า…เจ้าควรจะเป็นห่วงตัวเองดีกว่านะ!”
แต่มันก็จริง
คงจะมีคนที่คิดแบบเดียวกับเขาจำนวนไม่น้อยเลย
“ประมุขหนานจะเกรงใจกันไปทำไม ข้ากับตระกูลหนานก็มาจากที่เดียวกัน ดังนั้นตอนนี้ก็ควรจะเอาใจใส่กันให้มากขึ้นสิถึงจะถูก”
หนานจิ่นซูได้ยินดังนั้นหางตาก็กระตุกขึ้น จนเกือบจะสบถด่าออกเสียงมาแล้ว
ตอนนั้นเองที่หางตาของเขา เขาก็เห็นว่าจวินจิ่วชิงเดินออกมาจากด้านข้าง จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ประมุขอี้!”
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินดังนั้นจึงหันกลับไปมอง
ผู้ที่มาใหม่ก็คือ จวินจิ่วชิง
หลังจากไม่ได้เจอกันสักพักหนึ่ง ลมปราณบนร่างกายของจวินจิ่วชิงก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตอนที่ฉู่หลิวเยว่มองเขา เขาก็สามารถสัมผัสได้แล้วหันกลับมามองทันที
เพียงแค่สบสายตา เขาก็เหมือนสามารถสัมผัสอันใดบางอย่างได้ ในดวงตามีแสงสว่างวูบวาบ
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกตกใจเล็กน้อย
จวินจิ่วชิง…เห็นอันใดอย่างนั้นหรือ?
แต่เขาไม่ได้พูดอันใดมาก แม้กระทั่งสายตาก็ไม่ได้มองมาทางฉู่หลิวเยว่นานเกินไป
ดูเหมือนว่า…ทุกอย่างเป็นปกติ
แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจมากคือ ตั้งแต่ที่จวินจิ่วชิงมาถึงพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ คำพูดและการกระทำบางอย่างของเขานั้นแปลกประหลาดไป
แต่นางก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
จวินจิ่วชิงเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากหนานจิ่นซู
ในตอนนั้นหนานจิ่นซูก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที
เขากวาดสายตาสำรวจจวินจิ่วชิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยา
มุมปากของจวินจิ่วชิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย
“เรื่องนี้ยังยากจะพูดนัก”
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างใด? หากเป็นคนอื่นก็อาจจะไม่สามารถทำได้ แต่นี่คือประมุขตระกูลอี้ที่มีพรสวรรค์ล้ำลึก ซ้ำยังมีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าต้องเป็นเลิศกว่าผู้คนทั่วไปอยู่แล้ว”
หนานจิ่นซูรู้ว่าตอนนี้ตนเองมีโอกาสที่จะตีสนิทมากที่สุด ดังนั้นเขาจึงรีบแสดงจุดยืนอยู่ข้างจวินจิ่วชิงทันที
แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะได้รับโอกาสพิเศษเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้เขายังด้อยกว่าจวินจิ่วชิงอยู่หลายส่วน
ดังนั้นต่อให้เขาก้มศีรษะลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานะของเขาลดต่ำลงไป
ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของจวินจิ่วชิงก็เป็นเรื่องจริง
ส่วนเป้าหมายที่เขาต้องการเหยียดหยามดูถูกนั้น ก็ต้องเป็นฉู่หลิวเยว่และคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย
จวินจิ่วชิงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
หนานจิ่นซูไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเขาจึงเงียบเสียงลงจะดีกว่า
…
ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ นอกจากเสินสื่อทุกคนจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ความจริงแล้วคนอื่นที่เข้ามาร่วมด้วยก็มีจำนวนน้อยมาก
เมื่อนับฉู่หลิวเยว่และคนอื่นแล้วก็มีไม่ถึงยี่สิบคนเท่านั้น
ในตอนนั้นมู่ชิงเห่อที่ยืนอยู่ด้านบนสุดก็ลงมือทันที
ลำแสงหนึ่งพุ่งผ่านฝ่ามือของเขาออกไป!
จากนั้นลำแสงกลุ่มนั้นก็กระจายตัวออกกลางอากาศ และแบ่งออกมาเป็นสี่ส่วน ก่อตัวเป็นค่ายกลขนาดใหญ่สีเงินสี่แห่ง!
ค่ายกลนั้นซับซ้อนมาก อีกทั้งแรงกดดันก็มหาศาล!
ทุกสายตาต่างจ้องมองไปที่มัน
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย
นางถอนหายใจเบาๆ
สมแล้วที่เป็น…เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง
มู่ชิงเห่อพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“ค่ายกลทั้งสี่นี้ คือสนามประลองสี่แห่ง แบ่งออกเป็น ช่างหลอมอาวุธ ปรมาจารย์ค่ายกล เซียนหมอ และจอมยุทธ์ ซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ ตอนนี้ผู้บำเพ็ญเพียรทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ สามารถเลือกเข้าค่ายกลได้หนึ่งแห่ง และเข้าสู่การประลอง ขอเพียงแค่สามารถเอาชีวิตรอดจากการทดสอบที่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้!”
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป
“นี่หมายความว่าคนอื่นก็สามารถเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!”
เซียวหรานที่อยู่ด้านข้างก็พยักหน้า แล้วอธิบายเสียงทุ้มต่ำว่า
“ด่านนี้ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่จะเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาเล็กน้อย
“หากเป็นเช่นนั้น ก่อนหน้านี้เหตุใดถึงต้องตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวดขนาดนั้นมาด้วยล่ะ?”
“เฮ้อ เจ้านี่ไม่รู้อันใดเลย! ด้านนี้เรียกว่าด่านเป็นตาย! ปกติแล้วผู้ที่เลือกเข้ามาท้าทายภายในด่านนี้ ถ้าไม่ได้มีชีวิตอยู่ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาก็จะต้อง…ตาย! หากเข้ามาแล้วก็ถือว่าได้พนันชีวิตของตัวเอง! ดังนั้นจึงแตกต่างจากพวกเราโดยสิ้นเชิง!”
เซียวหรานส่ายหน้า
“ด่านเป็นตาย มีคนตายมากกว่าคนรอด ตายเก้ารอดแค่หนึ่ง!”