ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2431 เขาหึงแล้วทำอย่างใดดี
ตอนที่ 2431 เขาหึงแล้วทำอย่างใดดี
………………..
นางรู้จักสิบสามผู้พิทักษ์เยว่เป็นอย่างดี
หากนางไม่แน่ใจจริงๆ น้องแปดจะไม่มีทางเดินเข้ามาในนี้
แม้ตอนนี้ฉู่หลิวเยว่จะไม่รู้เรื่องราวอย่างชัดเจนว่าความมั่นใจเหล่านี้ของนางมาจากที่ใด แต่…นางก็เชื่อใจน้องแปด
ส่วนเจี่ยนเฟิงฉือ…
ฉู่หลิวเยว่หันหน้าไปมองทางมู่หงอวี่ที่อยู่ด้านข้าง
ตอนนี้มู่หงอวี่กำลังขมวดคิ้วมองทางเจี่ยนเฟิงฉือ เมื่อนางสัมผัสถึงความผิดปกติอันใดบางอย่างจึงหันกลับมามองด้วยใบหน้ามึนงง
“หลิวเยว่ เจ้ามองข้าแบบนี้เหตุใดหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา
“ไม่มีอันใด แค่รู้สึกว่าคุณชายใหญ่เจี่ยนต้องการจะหาฮูหยินแล้ว…และเขาก็อุตสาหะพากเพียรจริงๆ แม้กระทั่งความเป็นความตายก็ไม่สนใจ”
หึ
สู้หัวชนฝาจริงๆ
มู่หงอวี่หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
“จะ…เจ้าอย่าพูดมั่วซั่วสิ!”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ภายในแววตาของนางก็ยังมีความลังเลปรากฏอยู่
“ด่านเป็นตายนี้…อันตรายมากอย่างนั้นหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาอย่างไม่สามารถอดกลั้นได้
“เจ้าจะถามไปเหตุใดหรือ?”
มู่หงอวี่อึกอัก
ฉู่หลิวเยว่รู้ว่านางเป็นห่วงเจี่ยนเฟิงฉือ ดังนั้นจึงไม่ได้หยอกล้ออันใดอีก
ถ้าเจี่ยนเฟิงฉือรู้ว่าฉู่หลิวเยว่คิดเช่นนี้ เขาจะต้องกระอักเลือดออกมาแน่นอน
แต่คำพูดเหล่านี้ก็สร้างความมั่นใจให้กับมู่หงอวี่ไม่น้อยเลย ดังนั้นนางจึงถอนหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก
…
เซียนหมอระดับปรมาจารย์หลายคนยืนอยู่ภายในสนามประลอง
เจี่ยนเฟิงฉือหันไปมองทางมู่หงอวี่ แน่นอนว่าเขาก็ได้ยินบทสนทนาของนางกับฉู่หลิวเยว่ ดังนั้นเขาจึงยกริมฝีปากขึ้นมา
บางคนก็เป็นคนที่ปากแข็งใจอ่อนจริงๆ
เขาถามขึ้นเสียงเบาว่า
“น้องแปด เมื่อครู่นี้เสินสื่อลำดับที่ห้าพูดว่า ด่านเป็นตายของเซียนหมอระดับปรมาจารย์จะมีแค่รอบเดียว นั่นหมายความว่า…คู่ต่อสู้ของพวกเราก็คือคนเดียวกันอย่างนั้นสินะ?”
“เรื่องนี้ยังต้องถามอีก?”
น้องแปดเหลือบสายตามองเขา
เซียนหมอไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ หากต้องการจะแบ่งระดับสูงต่ำ ไม่จำเป็นต้องสู้ตัวต่อตัว ขอเพียงแค่หลอมโอสถมาเปรียบเทียบกัน
หากโอสถของใครมีระดับสูงกว่า สรรพคุณดีกว่า แน่นอนว่าก็จะชนะไป
“การคัดเลือกแบบนี้…” เหมือนเจี่ยนเฟิงฉือนึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ หางตาของเขากระตุกขึ้น “หรือว่าจะไม่มีสิทธิ์เลือกคนผู้นั้น?”
ภายในเสินสื่อทั้งสิบสาม มีเพียงแค่ ซูจิ้ง เสินสื่อลำดับที่แปดคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเซียนหมอ!
น้องแปดพูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ
“เจ้าคงไม่ได้เพิ่งรู้ตอนนี้ใช่หรือไม่?”
เจี่ยนเฟิงฉือ “…”
เมื่อครู่นี้เขาเอาแต่คิดว่าจะมาหามู่หงอวี่ ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอันใดมากมาย
น้องแปดยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส
เจี่ยนเฟิงฉือเงยหน้าขึ้นไปมอง และเห็นว่าซูจิ้งเดินมาทางนี้
หางตาของเขาก็กระตุกขึ้นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นก็หันไปมองทางน้องแปดแล้วถามขึ้นเสียงเบาว่า
“นี่เจ้าจงใจอย่างนั้นหรือ?”
นางคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ารอบนี้จะต้องเจอกับซูจิ้ง ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลว่านางอยากจะเข้าร่วมมาก
…นางรอโอกาสที่จะต่อสู้กับซูจิ้งแบบนี้มานานมากแล้ว!
น้องแปดกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา
“ใช่ที่ไหนกันเล่า? นายท่านยังอยู่ด้านในนะ ข้าจะไม่เข้าไปได้อย่างใด?”
ส่วนการได้ต่อสู้กับซูจิ้ง ก็เป็นเรื่องผลพลอยได้เท่านั้น
เจี่ยนเฟิงฉือลูบใบหน้าของตัวเอง
เหมือนเขาสัมผัสได้ว่า วันนี้…จะต้องได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่แน่นอน
…
ซูจิ้งเดินเข้ามาด้วยตัวเองโดยไม่มีใครเรียก
…นางรับผิดชอบดูแลยอดเขาโอสถ แน่นอนว่านางก็เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะเป็นคนวัดผลประเมินในด่านเป็นตายด่านนี้
เมื่อเดินมาที่สนามประลอง สายตาอันราบเรียบของนางก็กวาดมองไปทางน้องแปด เจี่ยนเฟิงฉือ และคนอื่นๆ สุดท้ายก็หยุดมองที่เหลียงเหอ
นางส่ายหน้าเล็กน้อย
“เหลียงเหอ ข้ารู้สึกผิดหวังกับเจ้ามาก”
ทันใดนั้นเหลียงเหอก็มีสีหน้าละอายใจ
ซูจิ้งปฏิบัติต่อเขาอย่างดี ดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอมา
แต่เขากลับ…ไม่ทะนุถนอมโอกาสนั้นเลย
“เพียงแค่แม่นางคนหนึ่งกลับเป็นถึงเช่นนี้” ซูจิ้งพูดขึ้นเสียงเรียบ
แม่นางที่นางพูดถึงนั้นเป็นใครก็ไม่จำเป็นต้องบรรยาย
นอกจากน้องแปดก็ไม่มีคนอื่นอีก
แม้เหลียงเหอจะตามเกี้ยวน้องแปดไม่สำเร็จ แต่จากคำพูดของซูจิ้ง ทำให้ทุกคนรู้ว่าที่เหลียงเหอตก
อยู่ในสภาพแบบนี้เป็นเพราะน้องแปด
นี่เป็นการด่าแบบอ้อมๆ
ใบหน้าของเหลียงเหอย่ำแย่ขึ้นมาทันที
“เสินสื่อลำดับที่แปด ข้า…ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้าเอง มะ…ไม่ได้เกี่ยวกับผู้อื่นเลย…”
ซูจิ้งส่ายหน้า แววตาเต็มไปด้วยการประชดประชัน
“ในเวลาแบบนี้แล้ว เจ้ายังคิดถึงคนอื่นอีก เหตุใดเจ้ายังไม่คิดถึงตัวเองเสียบ้าง ภายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้? เจ้าตกหลุมรักผู้อื่น โดยที่คนผู้นั้นไม่แม้แต่จะเหลือบแลเจ้าด้วยซ้ำ”
เหลียงเหอมีสีหน้าแดงขาวสลับกัน
ในตอนนั้นเขาก็หันไปมองทางน้องแปด เหมือนต้องการจะอธิบายอันใดบางอย่าง แต่เขากังวลมากจนพูดอันใดไม่ออก
ตอนนั้นน้องแปดก็หัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
“เสินสื่อลำดับที่แปด หมายความว่าอย่างใดหรือเจ้าคะ เหตุใดข้าฟังแล้วไม่เข้าใจเลย?”
ซูจิ้งยกคางขึ้นมาทันที
“คนอื่นไม่เข้าใจก็ช่างเถอะ แต่เจ้าควรจะรู้ดีที่สุดสิ”
น้องแปดยกแขนขึ้นกอดอก ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
“เหมือนว่าเสินสื่อลำดับที่แปดจะเข้าใจผิดไปนะเจ้าคะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะขอใช้โอกาสครั้งนี้อธิบายให้ชัดแจ้ง เหลียงเหอ เจ้าพูดด้วยตัวเองเถอะ ข้าเคยทำอันใดที่ผิดต่อเจ้าหรือไม่?”
“มะ ไม่มี…”
“ในตอนแรกข้าได้พูดออกไปอย่างชัดเจนแล้วว่าตัวข้านั้นมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่เจ้าก็ยังมาวอแวอยู่เรื่อยไป ตัวข้านั้นใจกว้างมากจึงไม่ได้ถือสาเอาความกับเจ้า แต่สุดท้ายทำไมเจ้ายังทำร้ายข้าอยู่ล่ะ?”
นางยักไหล่ ดวงตากะพริบปริบๆ
“เหลียงเหอ เสินสื่อลำดับที่แปด วันนี้ข้าจำเป็นจะต้องล้างมลทินให้ตนเอง ไม่อย่างนั้นหากพี่เยี่ยนชิงได้ยินเข้า แล้วเขาเกิดหึงหวงขึ้นมาจะทำอย่างใด?”
………………..