ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2439 แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย...เยี่ยนชิง
ตอนที่ 2439 แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย…เยี่ยนชิง
………………..
น้องแปดเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นก็เห็นว่าชายหนุ่มลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต ตอนนี้ใบหน้าของเขาเย็นชาขึ้นหลายส่วน ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยแรงกดดันที่น่าตกใจ ซึ่งสามารถแบ่งแยกความสูงศักดิ์และระยะห่างของชนชั้นได้อย่างชัดเจน
นางเม้มริมฝีปากแดง จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม
“แน่นอนว่าที่ข้าเรียก ข้าก็ต้องเรียกพี่เยี่ยนชิงของข้าน่ะสิ!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ทั่วทั้งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็ตกอยู่ในความเงียบ!
เสินสื่อทุกคนต่างรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก จนไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง
คำพูดของน้องแปด…
พี่เยี่ยนชิง…
พี่เยี่ยนชิง?
ซูจิ้งตกตะลึงอย่างมาก จนตวาดขึ้นมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู
“เจ้าพูดบ้าอันใดอยู่! แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายเป็นคนที่เจ้าจะสามารถแตะต้องได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?”
ตอนนี้คนที่ตกใจกลายเป็นน้องแปดและคนอื่นๆ แทนแล้ว
นางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความสับสน อีกทั้งยังดูมึนงงไป
“จะ เจ้าพูดว่าอันใดนะ?”
แม่…แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย?
นางหันไปมองทางซูจิ้ง จากนั้นก็หันไปมองทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางอากาศ นางอ้าปากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอันใดออกมาสักคำ
ในเวลาเดียวกัน คำพูดเหล่านั้นของซูจิ้งก็กระทบเข้าโสตประสาทของฉู่หลิวเยว่และคนอื่นๆ อย่างชัดเจน
เสียงดัง “ตู้ม” ดังขึ้นภายในสมอง สมองของนางขาวโพลนไปในทันที
นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
“…แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย…เยี่ยนชิง?”
นางพูดออกมาเสียงทุ้มต่ำ
เพียงแค่คำพูดง่ายๆ ไม่กี่คำ แต่นางกลับพูดออกมาได้อย่างเชื่องช้ามาก
ดูเหมือนทุกคำพูดของนาง ถูกพูดซ้ำผ่านริมฝีปากเป็นพันครั้งหมื่นครั้ง จนในที่สุดนางก็ออกแรงเต็มกำลัง จนกว่าจะสามารถพูดออกมาได้
ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์จำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นมาภายในสมองของนางอย่างบ้าคลั่ง!
ซูหลีอ้าปากค้าง จากนั้นก็ยื่นมือมาปิดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ตอนนี้มีเพียงแค่ความตกตะลึงเท่านั้น
นางหันไปมองทางฉู่หลิวเยว่ทันทีโดยไม่รู้ตัว
“เสี่ยวเยว่เออร์ เหตุใดเขาถึง…”
นางพูดไม่จบประโยค
แต่เพราะตอนนี้ ฉู่หลิวเยว่กำลังมองไปทางเยี่ยนชิงตาเขม็ง บนใบหน้างดงามไม่ได้เปิดเผยอารมณ์ใดๆ
แต่ภายในแววตาของนางนั้นกลับล้ำลึกจนยากจะคาดเดา
ภายใต้ความสงบกลับมีคลื่นใต้น้ำปะทุขึ้น!
ซูหลีกลั้นลมหายใจ
ซั่งกวนจิ้ง มู่หงอวี่ และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้างต่างมีสีหน้ามึนงง
เซียวหรานยกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่ผู้ชายที่อยู่กลางอากาศ
“นั่นมัน ไม่ใช่…”
เขาพูดยังไม่ทันจบประโยค จากนั้นก็หันไปมองทางน้องแปดและฉู่หลิวเยว่
การคาดเดาหนึ่งที่บ้าคลั่งปรากฏขึ้นภายในสมองของเขา
มันจะ…เป็นไปได้อย่างใด?
ในที่สุดตอนนี้น้องแปดก็ตระหนักอันใดบางอย่างขึ้นมาได้แล้ว
เหมือนความจริงได้เปิดเผยขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากที่ถูกปกปิดมานาน ทุกสิ่งทุกอย่างไหลถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน!
ลมปราณที่เย็นยะเยือกภายในร่างกายก็แผ่กระจายออกมา ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงความฝัน ยากจะแยกแยะจริงเท็จ
คนที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เยี่ยนชิงจำได้
นั่นคือผู้ชายที่เคยเดินทางไปที่ยอดเขาโอสถกับแม่นางน้องแปดไม่ใช่หรือ?
แล้วเหตุใดชั่วพริบตาเดียวถึงกลายเป็นแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายได้เล่า?
คนจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกตกตะลึง แต่เพราะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากคนผู้นั้น จึงไม่มีใครกล้าพูดอันใดออกมา
ความเงียบปกคลุมเหมือนถูกแช่แข็ง
พรึ่บ!
เยี่ยนชิงยกมือขึ้น กระบี่เล่มนั้นที่อยู่ตรงหน้าของน้องแปดก็ลอยกลับมาที่กลางฝ่ามือของเขา
สายตาของน้องแปดก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา
เห็นได้ชัดว่า…องคาพยพทั้งห้าเหมือนกันทุกประการ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด นางถึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้า
นางจ้องไปที่ใบหน้าของคนผู้นั้นเหมือนต้องการหาเบาะแสอันใดบางอย่าง
แต่…เยี่ยนชิงไม่ได้มองนางอยู่
เขากำลังมองไปทางซูจิ้ง
สายตาเย็นชา แหลมคมเหมือนมีด
พรึ่บ!
เขาพลิกข้อมือขึ้น กระบี่ที่อยู่กลางฝ่ามือก็พุ่งตัวไปทางซูจิ้งทันที!
กระบี่แหลมคม แรงกดดันมหาศาล!
“ด่านเป็นตายเป็นการประลองก่อนขึ้นสวรรค์ทลายเทพ เป็นการคัดเลือกผู้บำเพ็ญเพียรรอบสุดท้าย ไม่ว่าใครก็ตามก็ห้ามยื่นมือเข้ามายุ่งตามอำเภอใจ ก่อความวุ่นวาย กลับดำเป็นขาว! เสินสื่อลำดับที่แปด…เจ้ารู้ความผิดของตนเองหรือยัง!”
น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกดังก้องไปทั่วฟ้าดินในทันที!
คำพูดนี้หมายความว่าอย่างใด?
แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายกำลังสอบถามเสินสื่อลำดับที่แปด!
นั่นก็หมายความได้ว่า…เสินสื่อลำดับที่แปดได้ทำอันใดบางอย่างจริงๆ ?
ระหว่างการประลองเมื่อครู่นี้ นางได้แอบกระทำการอันใดบางอย่าง!
ท่านเทพควบคุมดูแลบันทึกหมื่นเซียน แม้เขาจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็มีอำนาจที่จะดูแล
แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายปรากฏตัวอย่างกะทันหันเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีเรื่องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
ภายในด่านเป็นตาย ซูจิ้งได้กระทำการอันใดบางอย่างที่น่าละอายไปจริงๆ !
ซูจิ้งมึนงงไป
เดิมทีตอนที่ได้ยินน้องแปดตะโกนคำว่า “พี่เยี่ยนชิง” นางก็รู้สึกตกใจระคนกรุ่นโกรธ
แต่นางยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เยี่ยนชิงก็เริ่มซักถามเช่นนี้ ดังนั้นจึงทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนกทันที
ภายในแววตาของนางมีประกายความตื่นตระหนกตกใจ นางพยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด แล้วฝืนพูดขึ้นมาว่า
“มะ แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย ข้าไม่ทราบว่าท่านหมายถึงเรื่องอันใด?”
เยี่ยนชิงถามขึ้นเสียงเย็น
“เจ้าจะไม่ยอมรับ?”
ซูจิ้งตัวสั่นสะท้าน แรงรู้สึกตื่นตระหนกตกใจมาก
นางกัดฟันแน่น
“ข้าไม่ทราบ…”
“ถ้าเจ้าไม่ยอมรับ โทษก็จะหนักขึ้นหนึ่งขั้น”
เยี่ยนชิงพูดตัดบทคำพูดของนาง
คำพูดหนักแน่น น้ำเสียงเย็นชา
เหมือนกับว่า…ทุกอย่างได้ถูกตัดสินเอาไว้แล้ว!
แต่หากซูจิ้งยังไม่ยอมรับ
นี่ไม่เท่ากับรนหาที่ตายให้ตัวเองหรอกหรือ
ตอนนั้นทุกคนต่างหันไปมองทางซูจิ้ง สีหน้าก็ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ประหลาดใจ ดูถูก เยาะเย้ย…
ในฐานะเสินสื่อ นางอยู่ในตำแหน่งที่สูงตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางดูแลยอดเขาโอสถมาหลายปี อำนาจมหาศาล เมื่อทุกคนได้พบนางก็ย่อมต้องการทำให้นางพอใจ
แต่ใครจะรู้เล่าว่า นางจะมีวันนี้?
ทุกคนไม่ได้โง่ ด้วยสถานการณ์ตรงหน้า หากคิดไปแล้วก็จะเข้าใจว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้น
…น้องแปดเกิดอุบัติเหตุระหว่างหลอมโอสถในขั้นสุดท้าย ส่วนคนร้ายที่กระทำความผิดก็คือนาง!
ซูจิ้งกำหยกในมือแน่น เล็บที่ถูกตัดแต่งสวยงามแทบจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ !
เมื่อความเจ็บปวดแผ่กระจายออกมาก็ทำให้นางได้สติ
นางเงยหน้าขึ้น แล้วหันไปมองทางเยี่ยนชิง ก่อนถามว่า
“แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายพูดเช่นนี้ หมายความว่าข้าจงใจทำให้การหลอมโอสถของน้องแปดล้มเหลวอย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยนชิงไม่ได้พูดอันใดมาก แต่สีหน้าของเขาก็ชัดเจนเป็นอย่างมากแล้ว
ซูจิ้งหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วถามเสียงเบาว่า
“เช่นนั้นข้าขอถามว่า เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย? นางคือใคร คุ้มค่าที่จะให้ข้านำฐานะเสินสื่อเป็นเดิมพันหรือ?”
เยี่ยนชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ความหนาวเย็นแผ่กระจายออกรอบข้าง ในตอนนั้นเขาก็กระชับด้ามกระบี่ให้แน่นขึ้น
“เห็นได้ชัดว่านางไร้ความสามารถเอง เมื่อหลอมโอสถล้มเหลว แต่กลับมาโทษว่าเป็นความผิดของข้าอย่างนั้นหรือ?”
นางหัวเราะเสียงเย็น
“ต่อให้ข้าจะทำอันใดลงไป แต่แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายก็เห็นไม่ใช่หรือว่านางพ่ายแพ้ในด่านเป็นตาย แต่ท่านยังจงใจลงมือ…แบบนี้คงไม่ดีใช่หรือไม่?”
………………..