ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2440 เข้าสวมกอด
ตอนที่ 2440 เข้าสวมกอด
………………..
หลังผ่านความตื่นตกใจในคราแรก บัดนี้ซูจิ้งเข้าใจเรื่องราวมากมายต่างๆ กระจ่างแจ้งแล้ว
ที่แท้ท่านพี่เยี่ยนชิงจากปากของน้องแปดก็คือ จั่วเสินเจียงนั่นเอง
ไม่ใช่ชื่อแซ่เดียวกัน หากแต่เป็นคนคนเดียวกันต่างหาก!
เงาร่างอันคุ้นเคยที่เห็นตรงหนองน้ำต้นกกบนยอดเขาโอสถวันนั้นก็เป็นเขาจริงๆ!
เพราะนอกจากเสินสื่อทั้งหลายแล้ว ผู้อื่นภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนไม่รู้ถึงรูปลักษณ์ของจั่วเสินเจียงและโย่วเสินเจียง ดังนั้นเขาจึงยอมปรากฏตัวพร้อมกับน้องแปด
สิ่งที่ได้ยินในวันนั้นทั้งหมด นางเองก็ยังจำได้ดี
ทุกคนล้วนพูดว่าสองคนนั้นสนิทชิดเชื้อกันอย่างยิ่ง สมบูรณ์แบบราวสวรรค์ส่งมาคู่กัน
ไปไหนมาไหนด้วยกัน คอยจับมือถือแขนไม่แยกจาก
ถึงขั้นที่ว่าน้องแปดปฏิเสธเหลียงเหอไปก็เพราะเขา!
คิดมาถึงตรงนี้ ซูจิ้งแค่นหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ พลางมองไปทางเหลียงเหอด้วยแววตาเย้ยหยันเต็มเปี่ยม
เพราะการปรากฏตัวกะทันหันของเยี่ยนชิง ทุกคนที่อยู่ในสนามประลองเซียนหมอล้วนหยุดชะงักไปชั่วคราว
ทว่าโชคยังดีที่ยาอายุวัฒนะภายในหม้อต้มโอสถไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ทั้งยังคงอยู่ในสภาพดังเดิมได้ทั้งหมด
ทักษะเช่นนี้ย่อมมีแต่คนเช่นจั่วเสินเจียงเท่านั้นที่ทำออกมาได้
“เหลียงเหอ เจ้าทำนางเจ็บช้ำน้ำใจมานาน กลับไม่รู้ว่าคนเขามีใจตรงกันกับใต้เท้าจั่วเสินเจียงอยู่ก่อนแล้ว จะไปชายตามองเจ้าได้อย่างใด!”
สีหน้าของเหลียงเหอยิ่งทวีความซีดเผือดมากกว่าเก่า สายตามองน้องแปดสลับกับเยี่ยนชิงกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ ริมฝีปากเขาสั่นระริก ท้ายที่สุดก็เงียบด้วยอับจนคำพูด
ทุกคนล้วนฟังนัยในคำพูดของซูจิ้งออกทั้งสิ้น
น้องแปดหลอมโอสถพลาด ตามกฎแล้วต้องถูกประหารทันที
ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้นี้เสียหน่อย
อย่างใดเสีย ก่อนหน้านี้เขาก็ทำอันใดตั้งมากมายให้น้องแปดจริงๆ
ในตอนนั้นเอง สุ้มเสียงแค่นหัวเราะสายหนึ่งพลันแว่วดังขึ้นมา
ซูจิ้งมองน้องแปดอย่างเย็นชา
จนป่านนี้แล้ว นางยังหัวเราะออกอยู่อีก?
ทว่าชั่วพริบตา คำพูดของน้องแปดกลับทำให้นางต้องตกตะลึงจนอึ้งค้างอยู่กับที่โดยพลัน
น้องแปดพิงด้านข้างของหม้อต้มโอสถอย่างเกียจคร้านพลางเอียงศีรษะ ริมฝีปากแดงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ใครบอกเจ้ากันว่ายาอายุวัฒนะของข้าเสียหายแล้ว?”
อาจเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บ สุ้มเสียงของนางจึงแหบพร่ามากกว่าแต่ก่อนอยู่บ้าง ทว่าเมื่อผสานเข้ากับน้ำเสียงนุ่มนวลติดจะเฉื่อยชาของนางแล้ว กลับยิ่งชวนให้ลุ่มหลงมากขึ้น
สมองของซูจิ้งพลันขาวโพลนไปในพริบตา
นางถามโต้กลับไปอย่างคุมตัวเองไม่ได้
“เจ้าว่าอันใดนะ!?”
การโจมตีเมื่อครู่นั้นเห็นได้ชัดว่านางไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย ยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นย่อมไม่มีทาง…
ราวกับอ่านความคิดของนางออก น้องแปดยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะคลี่ฝ่ามือออกช้าๆ
ยาอายุวัฒนะขนาดเท่าลูกลำไยกำลังนอนสงบนิ่งอยู่บนฝ่ามือของนาง
รูปทรงของมันกลมมนเกลี้ยงเกลา สีสันสดใสสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งลวดลายบนตัวเม็ดยานั้นสามารถมองออกได้อย่างชัดเจน
กลิ่นหอมรุนแรงอันเข้มข้นของยาแผ่กำจายมาจากมันทันที!
นั่นมัน…โอสถหยกครามเพลิงชาด!
อีกทั้งไม่ว่าใครก็ล้วนดูออกว่านี่คือยาอายุวัฒนะที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเม็ดหนึ่ง!
“เป็นไปไม่ได้!”
เห็นได้ชัดเลยนี่ว่าเมื่อครู่นาง…
“ของก็อยู่นี่แล้ว จะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ได้อย่างใด”
น้องแปดแค่นหัวเราะออกมาคราหนึ่ง
นางแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางนวดคลึงเอวของตัวเอง
“เพื่อปกป้องยาเม็ดนี้แล้ว ข้าน่ะต้องเสียพลังไปไม่ใช่น้อยเลย”
การโจมตีเมื่อครู่ ซูจิ้งนั้นใช้พลังแทบทั้งหมดที่นางมีแล้ว
หากมิใช่เพราะนางตอบสนองว่องไว คงกำจัดนางได้สำเร็จแล้วจริงๆ!
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม พลางมองไปทางซูจิ้งคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เสินสื่อลำดับที่แปด คงนับได้ว่าข้าผ่านด่านเป็นตายด่านนี้แล้วกระมัง?”
“ตอนนี้เจ้ายังคิดจะฆ่าข้าให้ตายตรงนี้อยู่หรือ?”
…
เงียบสงัด
บรรยากาศราวกับถูกแช่แข็งก็มิปาน
ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ซูจิ้งรู้สึกเพียงว่าในหัวส่งเสียงสะท้อนดัง “หึ่ง หึ่ง” ออกมา เบื้องหน้าของนางพลันมืดดับลง
นี่นาง… ปกป้องยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นไว้ได้จริงด้วย!
น้องแปดหัวเราะออกมาคำรบหนึ่ง กล่าวว่า
“ถึงแม้เยี่ยนชิงจะปฏิบัติต่อข้าดีมากมาแต่ไหนแต่ไร แต่… สำหรับเรื่องสำคัญขนาดนี้ในด่านเป็นตายแล้ว เขาก็ยุติธรรมอย่างยิ่ง ว่ากันตามจริง ข้าเองก็เพิ่งได้รู้ถึงตัวตนของคนผู้นี้ก็วันนี้นี่ล่ะ”
นางพูดพลางเหลือบมองเยี่ยนชิงด้วยสายตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เสินสื่อลำดับที่แปด เมื่อครู่เจ้าสงสัยว่าเยี่ยนชิงนั้นไม่ยุติธรรม ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ว่าตอนนี้ยาอายุวัฒนะก็ยังอยู่ในสภาพดีอย่างเห็นได้ชัด เช่นนั้นคำพูดของเจ้าเมื่อครู่… เจ้าฟังแล้วไม่รู้สึกว่าน่าขำบ้างหรือ อื๋อ?”
น้องแปดกล่าวอย่างเรียบเรื่อย
ทุกคำพูดล้วนราวกับฝ่ามือที่ตบเข้ากลางแสกหน้าซูจิ้งอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้องอย่างใดอย่างนั้น!
นั่นซี!
เมื่อครู่นางพูดว่าเพราะกังวลว่าน้องแปดจะต้องถูกฝังตายอยู่ในด่านเป็นตาย เยี่ยนชิงถึงได้ออกหน้า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาอายุวัฒนะของน้องแปดนั่นมันหลอมเสร็จเรียบร้อยแล้ว!
เช่นนั้นคำพูดของนางเมื่อครู่เป็นการใส่ร้ายอย่างเห็นได้ชัด
ซูจิ้งถึงกับตื่นตระหนกไปโดยสิ้นเชิง
“ข้า… ข้า…”
เยี่ยนชิงมองไปทางมู่ชิงเห่อ
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้ เจ้าไม่คิดจะพูดอันใดหน่อยหรือ”
ได้ยินดังนั้น ทุกคนล้วนหันไปมองมู่ชิงเห่อ
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็กล่าวว่า
“เป็นข้าที่อบรมสั่งสอนไม่ดีเอง ขอมอบให้จั่วเสินเจียงจัดการ”
บรรดาฝูงชนพลันพร้อมใจส่งเสียงกระหึ่มดังขึ้นมาทันใด!
นี่ก็คือยอมรับแล้วน่ะสิ!
ที่แท้เสินสื่อลำดับแปด ซูจิ้ง… จงใจเข้ามาใช้อุบายกับด่านเป็นตายเมื่อครู่ หวังใช้โอกาสนี้ลอบสังหารน้องแปด!
ด้วยฐานะเสินสื่อแล้ว การทำเรื่องเช่นนี้ออกมา ย่อมเป็นความผิดที่มิอาจอภัยได้!
สีเลือดฝาดบนดวงหน้าของซูจิ้งหายวับไปในพริบตา
สองขาของนางอ่อนแรงจนแทบลงไปคุกเข่ากับพื้นอยู่รอมร่อ
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง!”
ในตอนที่นางกำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อร้องขอความเมตตา เสียงแหวกอากาศสายหนึ่งพลันดังขึ้นทันใด!
ชิ้ง!
ซูจิ้งรู้สึกเพียงว่าขนทั่วร่างลุกชัน ไอเย็นสายหนึ่งแล่นปราดขึ้นมาจากฝ่าเท้า ก่อนจะเข้าโอบล้อมตัวนางจนมิอาจดิ้นหนีไปไหนได้!
ปราณกระบี่อันคมปลาบและเย็นยะเยือกถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน!
นางเหลือบตามองอย่างหวาดกลัว พบว่ากระบี่ของเยี่ยนชิงนั้นพุ่งตรงมาที่ตนเองเรียบร้อยแล้ว
จะหลบก็มิอาจหลบได้!
“อย่า…”
ทันทีที่นางพ่นคำพูดออกมาคำหนึ่ง ก็พลันรู้สึกถึงไอเย็นวาบแล่นปราดมาจากช่องท้อง
ลมกรรโชกสายหนึ่งพัดผ่านร่างไป หนาวเหน็บเสียดลึกไปถึงกระดูก
“ฉึบ”
เสียงของบางสิ่งฉีกขาดแว่วดังเข้ามา
นางค่อยๆ ก้มศีรษะลงมอง
บริเวณช่องท้องปรากฏปากแผลเหวอะหวะน่าสยดสยองให้เห็นอย่างชัดเจน
โลหิตคาวอุ่นร้อนทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องจนเปรอะเปื้อน
จากนั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็แผ่ซ่านจากปากแผลไปทั่วร่าง
ร่างกายของนางสั่นเทา ทรุดล้มลงบนพื้นทันที
ฟุ่บ!
เข่าของนางกระแทกลงกับพื้นดินอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงก้องดังตุบ
หยาดเลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของนาง
ความหวาดผวามหาศาลท่วมท้นเข้ามา ทำให้ซูจิ้งแข็งทื่อไปทั้งร่าง
หยวนตันของนาง… แตกสลายแล้ว!
นางค่อยๆ เงยศีรษะมองเยี่ยนชิง
เขาลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ อยู่สูงขึ้นไป ณ เบื้องบน
ทันใดนั้น เขาก็ย่นคิ้วแล้วหันมามองทางนี้
ในแววตาราวกับแฝงแววเป็นกังวลลึกล้ำแอบซ่อนอยู่
หว่างคิ้วของซูจิ้งขยับไหว
“เยี่ยน…”
ลมสายหนึ่งพัดผ่าน
คนเคลื่อนผ่านข้างกายนางไป
สีหน้าของนางแข็งค้าง จากนั้นก็ราวกับพลันนึกอันใดบางอย่างออก จึงหันศีรษะกลับไปมอง
น้องแปดพลันไร้เรี่ยวแรง มือที่คว้าจับหม้อต้มโอสถไว้คลายออก ร่างของนางจึงซวนเซร่วงลงไป
อ้อมแขนแข็งแกร่งเกี่ยวรั้งเอวของนางไว้ แล้วยกตัวนางขึ้นมา
………………..