ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2454 รอคอย
ตอนที่ 2454 รอคอย
………………..
สุ้มเสียงเย็นเยียบดังก้องทั่วตำหนักหลัก ลอยเข้าหูทุกคนจนได้ยินอย่างชัดเจน!
แทบทุกคนล้วนมองมาด้วยสายตาตื่นตกใจอย่างปิดไม่มิด
ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ยกเลิกพันธสัญญากับถวนจื่อหรือ!?
เป็นไปได้อย่างใดกัน!?
หลายเดือนก่อน นางถูกบีบบังคับให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับถวนจื่อมิใช่หรือ
อีกทั้งตอนนั้นยังเป็นอวี้เชียนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดการด้วยตัวเองด้วย!
ทว่าตอนนี้ เขากลับพูดออกมาว่า… ไม่ได้ยกเลิก!?
ได้ยินดังนั้น ใจของฉู่หลิวเยว่พลันดิ่งวูบ
ก่อนหน้านี้พวกนางปิดบังเรื่องนี้ไว้ได้แนบเนียนมาโดยตลอด ไม่เคยถูกอวี้เชียนจับได้เลยสักครั้ง
แต่คิดไม่ถึงว่าการที่ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรเส้นที่แปดจะส่งผลให้พลังของนางเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นกัน จนนำไปสู่การเปิดโปงเรื่องนี้ขึ้นมา!
อวี้เชียนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาลงมือเสียเดี๋ยวนั้นทันที!
พลังปราณศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาลน่าหวาดหวั่นพุ่งทะยานตรงไปหาฉู่หลิวเยว่ทันควัน!
หึ่ง!
ทว่ายามกระแสพลังสายนั้นจู่โจมมาถึงหน้าวงแหวน มันก็ถูกยับยั้งเอาไว้โดยพลัน
พลังปราณศักดิ์สิทธิ์สีทองเจิดจ้าที่ตัดกับสีดำสนิทพลันพุ่งเข้ากัดกินกระแสพลังสายนั้นทันที!
แทบจะในขณะเดียวกันนั้น สุ้มเสียงทุ้มต่ำแลเย็นเยียบของหรงซิวก็ดังแว่วเข้ามา
“อวี้เชียน เจ้าบังอาจนัก!”
อวี้เชียนได้ยินดังนั้น ดวงหน้าพลันถอดสี
ภายใต้แรงโทสะ เขาลืมไปโดยสิ้นเชิงเลยว่านี่คือพลังของท่านเทพ!
เขารีบหันไปมองหรงซิวทันที
“อวี้เชียนมิได้มีเจตนาทำเช่นนี้ เพียงแต่ซั่งกวนเยว่ผู้นี้ช่างกำแหงเกินไปโดยแท้! ก่อนหน้านี้ข้าเคยมีคำสั่งให้นางยกเลิกพันธสัญญากับหงส์ทองคำตนนั้น คิดไม่ถึงว่านางจะใช้อุบาย…”
“นั่นเพราะเจ้าไร้ความสามารถ”
หรงซิวเอ่ยตัดบทเขา ทุกคำพูดล้วนราวกับแฝงด้วยอำนาจอันทรงพลังที่กดทับผู้คนจนทำให้ลมหายใจติดขัด
หัวใจของอวี้เชียนสั่นไหวอย่างรุนแรง
ถูกท่านเทพติเตียนว่าไร้ความสามารถต่อหน้าคนจำนวนมากปานนี้ ช่างน่าอับอายขายหน้าอย่างยิ่งยวดนัก
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่มีทางโต้กลับด้วย
ตอนนั้นเป็นเขาที่คอยยืนกำกับอยู่ด้านข้างด้วยตัวเอง ทั้งยังจับจ้องมองดูพวกนางยกเลิกพันธสัญญากันตาไม่กะพริบ!
เขาคิดจริงๆ ว่าเรื่องราวนั้นจบสิ้นไปได้อย่างราบรื่นแล้ว ใครจะรู้ว่าฉู่หลิวเยว่จะมาไม้นี้กัน!
อีกทั้งตั้งแต่ครานั้นจนถึงตอนนี้ ในระยะเวลายาวนานปานนี้ เขากลับไม่พบความผิดปกติใดเลยแม้แต่น้อย!
ใบหน้าของอวี้เชียนราวกับถูกคนตบเข้าฉาดหนึ่งอย่างแรง จนปวดแสบปวดร้อนเห่อไปทั่วหน้า
“ตอนดำเนินการขึ้นสวรรค์ทลายเทพ ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนเด็ดขาด”
สีหน้าของหรงซิวไม่ไหวติง ทว่าสุ้มเสียงเย็นเยียบนัก
“ผู้ที่ฝ่าฝืน…ต้องตาย!”
…
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทั่วทั้งตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จมลงสู่ความเงียบอีกครา
อวี้เชียนกำหมัดแน่น ในใจเป็นกังวลเหลือแสน
หากเกิดเรื่องขึ้นมา แล้วเสินจู่กล่าวโทษเขา เขาก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดน่ะซี!
ทว่าท่านเทพมีคำสั่งออกมาแล้วด้วยท่าทีเด็ดขาดยิ่ง
นอกเสียจากว่าเขาไม่รักชีวิตตัวเองแล้ว ถึงได้ละเมิดคำสั่งของท่านเทพ แล้วลงมือบีบบังคับฉู่หลิวเยว่เสีย!
แต่อาจเป็นเพราะหวาดกลัวท่านเทพ เสินจู่จึงไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
อวี้เชียนครุ่นคิดไปมาพลางขบกรามแน่น
“เช่นนั้นข้าขอตัวไปพาตัวนางมาก่อน!”
พูดจบ เขาก็หมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว
อย่างใดเสียพวกเสินจู่ล้วนอยู่ที่นี่กันหมด ต่อให้พันธสัญญาระหว่างฉู่หลิวเยว่กับถวนจื่อยังไม่ยกเลิก ถึงตอนนั้นย่อมต้องหาวิธีได้แน่
อย่างใดเสีย ถวนจื่อในตอนนี้ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเสินจู่ไปแล้ว…
เงาร่างของอวี้เชียนหายวับไปนอกประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว
ครั้นเขาจากไปแล้ว บรรดาฝูงชนที่เหลือภายในตำหนักหลักต่างสบสายตากันอย่างจนใจ
สุดท้าย สายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่ฉู่หลิวเยว่เป็นตาเดียว
ฉู่หลิวเยว่ผู้นี้ใช้วิธีการใดกันแน่หนอ ถึงสามารถหลอกได้แม้กระทั่งอวี้เชียน?
ส่วนพวกซั่งกวนจิ้งต่างเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวล
ปฏิกิริยาตอบสนองของอวี้เชียนใหญ่โตนัก ราวกับกำลังมีแผนจะทำอันใดบางอย่าง
ต่อให้ตอนนี้สามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้ชั่วคราว แล้ว…หลังจากขึ้นสวรรค์ทลายเทพเล่า?
ถึงตอนนั้น สิ่งที่นางต้องเผชิญ เกรงว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ระดับสะเทือนฟ้าเลยก็เป็นได้!
ฉู่หลิวเยว่หลับตาลง ในตอนที่ลืมตาขึ้นมาอีกรอบ แววตาของนางก็กลับมาเรียบนิ่งดังเดิมแล้ว
เดิมทีนางก็ไม่ได้คิดว่าจะปกปิดไปได้ตลอดอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วคงถูกคนรู้เรื่องนี้เข้าจนได้
เพียงแค่ดันเลือกช่วงเวลาที่เปราะบางมากไปเท่านั้นเอง
ตอนนี้นางเพียงหวังว่าฝั่งถวนจื่อจะปลอดภัยไม่เป็นอันตรายใดใด รอผ่านการขึ้นสวรรค์ทลายเทพไปได้ ค่อยมาแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างอีกรอบก็ยังไม่สาย!
…
ณ ภูเขาเฟิ่งหมิง
บริเวณเบื้องหน้าที่ห่างออกไปไม่ไกล เมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เมล็ดนั้นกำลังโยกไหวไปตามแรงลม
ภายใต้การแผดเผาของเปลวเพลิงสีทองอร่ามตา ใบไม้สีเขียวราวกับทวีความสดเข้มขึ้นมาก็มิปาน
สองตาของถวนจื่อปิดแน่น ตราสัญลักษณ์ของเผ่าหงส์ทองคำค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนหว่างคิ้วของนางอย่างช้าๆ!
ชั่วขณะต่อมา พลันมีสุ้มเสียงแผ่วเบาสายหนึ่งแว่วดังออกมาจากภายในตัวนาง
ในที่สุด!
นางลืมตาตื่นขึ้นมาในบัดดล!
ภายในดวงตากลมโตดุจผลองุ่นดำเองก็ถูกเปลวเพลิงสว่างเจิดจ้าท่วมโถม!
…แรงกดดันอันไร้ขีดจำกัดปะทุออกมาจากตัวของนางอย่างรวดเร็ว!
เส้นชีพจรที่แปด… เปิดออก!
…
ในขณะเดียวกัน ยามโหมวเจินที่ยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลของภูเขาเฟิ่งหมิงรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวก็นิ่วหน้าน้อยๆ สายตาที่ทอดมองไปยังทิศทางของภูเขาเฟิ่งหมิงซับซ้อนจนยากจะเข้าใจ
“นี่มัน… เร็วขนาดนี้เลยหรือ…”
เขาพึมพำเสียงเบา
ความเป็นจริงแล้ว หลังจากที่บอกลาถวนจื่อแล้วในวันนั้น แม้เขาจะออกมาจากภูเขาเฟิ่งหมิง ทว่าแท้จริงแล้วก็ไม่ได้จากไปไกล แต่คอยเฝ้าดูอยู่ตรงนี้มาโดยตลอด
เดิมคิดว่ารอถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรที่แปดคงใช้เวลาไม่น้อย ใครจะรู้ว่าที่แท้กลับไวกว่าที่คาดคิดไว้มาก
ยามยืนอยู่ตรงนี้โดยมีค่ายกลขวางกั้น ก็มิอาจมองเห็นสถานการณ์ด้านในได้ชัดเจน
แต่กระแสคลื่นอันน่าหวาดหวั่นสายนั้นมิอาจหาหนทางปกปิดได้
ถวนจื่อ… กำลังจะเปิดเส้นชีพจรที่แปดสำเร็จแล้วจริงๆ!
สายตาของโหมวเจินเบนออกไปมองบันทึกหมื่นเซียนที่ลอยเคว้งอย่างเงียบงันเหนือตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
บนภูเขาเฟิ่งหมิง ถวนจื่อกำลังเตรียมจะเปิดเส้นชีพจรที่แปด
ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนและช่วยเหลือกันจนประสบความสำเร็จ นอกจากว่าพันธสัญญายังคงอยู่ ก็ไม่มีความเป็นไปได้อื่นใดแล้ว!
แท้จริงแล้วก่อนหน้านี้เขาก็พอมีข้อคาดเดานี้อยู่ในใจได้รางๆ แล้ว เพียงแต่ตลอดมายังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์เสียที
พอมาตอนนี้ ก็มั่นใจได้แล้วในที่สุด
ทว่า… คนของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นก็คงจะรู้แล้วเหมือนกันกระมัง?
ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว เขาก็เห็นเงาร่างร่างหนึ่งรีบร้อนเดินออกมาจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ แล้วมุ่งตรงมายังทางนี้!
…อวี้เชียน!
ในใจของโหมวเจินพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด
ดูจากท่าทางของอวี้เชียนแล้ว สถานการณ์ดูจะเลวร้ายกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก…
ในตอนที่ครุ่นคิดอยู่นั้น อวี้เชียนก็มาถึงที่นี่แล้ว
เมื่อเห็นโหมวเจิน อวี้เชียนเองก็ตื่นตกใจเช่นเดียวกัน
ทว่าเขาเพียงแค่ขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้สนใจไยดีโหมวเจินมากนัก ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาเฟิ่งหมิง!
ที่นี่หวนคืนสู่เงื้อมือของโหมวเจินแล้ว เขาย่อมเทียวไปเทียวมาได้ตามใจชอบ
เดิมทีโหมวเจินอยากจะเอ่ยทักทายสักสองสามประโยค เมื่อเห็นดังนั้นแล้วก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
ในใจของเขาบังเกิดความกระวนกระวายใจรางๆ ขึ้นมาทันควัน
…
ถวนจื่อพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด
การเปิดเส้นชีพจรที่แปด… แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงเลยจริงด้วย!
ทันใดนั้น การเคลื่อนไหวของนางก็หยุดชะงัก นางเงยศีรษะขึ้นมองทันที
“…ปีศาจแดง?”
นางเอ่ยปากยังไม่ใคร่จะแน่ใจนัก
นางเบะปากออก ไพล่มือไว้ที่หลัง ทั้งยังไม่เอ่ยอันใดออกไป
หากว่าตอนนี้ปีศาจแดงขอโทษนางมาเสีย นางก็จะให้อภัยมันแต่โดยดี!
………………..