ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2467 รายชื่อบนบันทึกหมื่นเซียน
ตอนที่ 2467 รายชื่อบนบันทึกหมื่นเซียน
……………
ริมฝีปากบางของนางสั่นระริก ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำพูดที่ฟังได้ไม่ชัดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก
“อี้… อี้…”
นามนั้นซึ่งสลักลึกที่สุดในก้นบึ้งของจิตใจติดอยู่ที่มุมปาก แต่ไม่ว่าอย่างใดกลับมิอาจพูดออกไปได้
ราวกับมีพลังสายหนึ่งที่คอยดึงรั้งความคิดของนางไว้อย่างบ้าคลั่ง หมายจะฉีกกระชากนางออกเป็นชิ้นๆ
นัยน์ตาของชีหานหดลงทันควัน
เขาเหลือบตามองดูด้านนอกประตูตำหนักหลัก
เปลวเพลิงสีทองอร่ามแผดเผาโชติช่วง ราวกับหมายจะเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณ!
ทว่า ฉู่หลิวเยว่กลับตัวแข็งทื่อ
จากนั้น นางก็ค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นตรง แล้วคลายมือที่กำแน่นออก
ชีหานได้สติกลับคืนมาโดยพลัน
“นายท่าน?”
สภาพของนางในตอนนี้ช่าง…
ฉู่หลิวเยว่หลุบตาลง แพขนตายาวหนาปิดบังคลื่นอารมณ์ในแววตา
มิมีผู้ใดรู้ได้ว่าตอนนี้นางกำลังครุ่นคิดอันใดอยู่กันแน่
นางส่ายศีรษะเป็นเชิงบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร จากนั้นก็หมุนกายเดินเข้าไปในวงแหวนของฝั่งจอมยุทธ์
ฝีเท้านางเชื่องช้านัก ทุกก้าวราวกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงทั้งหมดแล้วก็มิปาน
จากนั้น นางก็หันหลัง
ประหนึ่งว่าต้องการทิ้งสุ้มเสียงที่ทำให้นางใจสลายไว้เบื้องหลังทั้งหมดอย่างใดอย่างนั้น
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องมาที่ตัวนางเป็นตาเดียว
บรรดาฝูงชนต่างตะลึงงัน
บนดวงหน้าของแม่นางผู้นี้กลับไร้ซึ่งแววเศร้าโศกเสียใจต่างจากที่คาดคิดไว้ กลับกันสีหน้านางสุขุมเรียบนิ่งยิ่งนัก
กระทั่งนัยน์ตาดุจดวงดาราคู่นั้นยังจมสู่ความมืดมิด ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์
ราวกับราตรีครั้งบรรพกาลที่ยาวนานไร้ที่สิ้นสุด ทั้งเงียบสงัดและเย็นยะเยือกนัก
คนจำนวนมากต่างสบสายตากันไปมาด้วยตกตะลึง
เหตุใด… ฉู่หลิวเยว่ถึงได้มีท่าทีตอบสนองเช่นนั้นได้เล่า?
ฉู่หลิวเยว่สนิทสนมกลมเกลียวกับหงส์ทองคำตัวนั้นอย่างมาก ยามเห็นนางต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ยังคงไม่เดือดเนื้อร้อนใจได้อยู่อีกหรือ?
หรือว่าสำหรับนางแล้ว การขึ้นสวรรค์ทลายเทพของตัวเองสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดทั้งหมด?
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ท่าทีเช่นนี้ของนางดูแล้วแปลกพิกลอยู่หลายส่วน
บางทีอาจพูดได้ว่าตัวนางดูแตกต่างจากเดิมไปไม่น้อยแล้ว
มิมีใครพูดอันใด ทั้งสี่ทิศเงียบสงัดรอบด้าน
ฉู่หลิวเยว่ยกชายกระโปรงขึ้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ
สองมือของนางประสานเป็นมุทราไว้เบื้องหน้า ก่อนจะหลับตาลงอย่างแผ่วเบา
พริบตาต่อมา พลังแห่งสวรรค์และโลกที่อยู่โดยรอบก็เริ่มถาโถมเข้าสู่ภายในร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง!
…
เมื่อเทียบกับฝั่งอื่นแล้ว ฝั่งจอมยุทธ์นั้นมีจำนวนคนมากที่สุด
จวินจิ่วชิงและหนานจิ่นซูเองก็อยู่ฝั่งนี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่มุ่งตรงมาทางนี้ บรรดาฝูงชนต่างก็มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
นางยังคงสงบนิ่งอยู่ได้จริงๆ ด้วย…
ชีหานรีบตามมาอย่างเร็วรี่ ครั้นรู้สึกได้ถึงสายตาพวกนี้ สีหน้าพลันเย็นเยียบลงเล็กน้อย จากนั้นก็ยืนคุ้มกันอยู่ข้างกายฉู่หลิวเยว่
อีกอย่าง ดูจากผลงานฝั่งปรมาจารย์ของฉู่หลิวเยว่เมื่อครู่แล้ว เดาว่าครั้งนี้ก็คงล้มเหลวอีก
ไม่มีอันใดให้สนใจทั้งนั้น
…
เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นเงียบสงัดเสียจนสามารถได้ยินเสียงเข็มร่วงหล่น
เดิมทีจื่อเฉินกำลังยืนดูฉู่หลิวเยว่อยู่ ทว่าจู่ๆ ก็รู้สึกว่าขอบแขนเสื้อเปียกชื้นเป็นวง ยามลมพัดมาก็พาเอาความหนาวเย็นที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกกระจายตามมาด้วย
เขาก้มศีรษะลงมองดูแวบหนึ่ง
ปีศาจแดงกำลังขดตัวอยู่บนมือของเขา พลางจดจ้องไปยังทิศทางนอกประตูอย่างเหม่อลอย
มันไม่ได้แสดงสีหน้าอันใดออกมา ทว่าสายตากลับว่างเปล่าไปแล้วก็มิปาน มีเพียงหยดน้ำตาอุ่นร้อนเท่านั้นที่หยดลงมาไม่หยุด
ตัวมันนั้นทำอันใดไม่ได้แม้แต่น้อย จึงทำได้แค่มองดูถวนจื่อได้รับความทรมานอยู่แบบนี้
อีกทั้งในตอนนี้ ผู้ที่มอบความทรมานให้นางอย่างแสนสาหัส ก็คือนายท่านที่มันเฝ้าติดตามอยู่หลายปี
มันช่วยอันใดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ท้ายที่สุดแล้ว มันมิได้เป็นกระทั่งอสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ
ขอร้อง ข่มขู่ วิงวอน…
ที่ทำได้ มันก็ทำไปหมดแล้ว
แต่ว่า…
ก็ไม่มีประโยชน์อันใดอยู่ดี
จื่อเฉินเหลือบตาขึ้นมองน้อยๆ
เขายืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสูงใหญ่ไม่ไหวติง
ภาพฉากด้านนอกประตูฉายชัดสู่ครรลองสายตาของเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เปลวเพลิงสายนั้นราวกับแผดเผามาถึงก้นบึ้งของจิตใจเขาก็มิปาน!
…
เสวี่ยเสวี่ยมาหยุดอยู่ข้างเท้าหรงซิวพลางส่งเสียงสะอื้น
หากแต่หรงซิวสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
เสวี่ยเสวี่ยหมอบลง ก่อนจะซุกศีรษะไว้ใต้ขาหน้า
…
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ชั่วต่อมา สุ้มเสียงกระหึ่มดังพลันแผ่ออกมาจากค่ายกลตรงหน้าเซียวหราน
เขาถึงกับกลั้นหายใจด้วยประหม่าอย่างยิ่งยวด
ความล้มเหลวครั้งก่อนของฉู่หลิวเยว่กับชีหานทำให้เขากังวลใจอยู่ไม่น้อยโดยแท้
ดังนั้นตอนนี้จึงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเฮือกใหญ่ ด้วยเกรงว่าจะไปกระทบอันใดเข้า
บรรดาฝูงชนเองก็มองมาทางนี้เช่นกัน
จากนั้น เสียงกระหึ่มก้องก็ดังขึ้นมาเป็นรอบที่สอง!
อีกทั้งการเคลื่อนไหวในรอบนี้รุนแรงกว่ารอบแรกอย่างเห็นได้ชัด!
เซียวหรานลำคอแห้งผาก ดวงตาจดจ้องไม่กะพริบ
จากนั้น แต้มแสงจำนวนนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกัน ก่อนจะผสานเข้ากลายเป็นกลุ่มก้อนแสงสว่างเจิดจ้า ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้าของเซียวหรานอย่างเงียบเชียบ
ขณะเดียวกันนั้นเอง ตราสัญลักษณ์อันหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางหว่างคิ้วของเขา!
ฟึ่บ!
กลุ่มก้อนแสงซึมซาบลงสู่หว่างคิ้วของเขาในพริบตา!
ทันใดนั้น ลมปราณรอบกายของเซียวหรานก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
หรงซิวเงื้อมือขึ้นมาทันใด
รัศมีแสงอันเข้มข้นเข้าโอบล้อมตัวเซียวหรานไว้!
…
ในตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นภายในตำหนักหลัก ภาพฉายบันทึกหมื่นเซียนขนาดมหึมาเหนือตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มบังเกิดความผันผวนของกระแสพลังอย่างรุนแรง!
ครั้นได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวนี้ บรรดาฝูงชนที่กำลังรออยู่นอกประตูใหญ่ก็ทยอยตื่นตัวขึ้นมาทันควัน ต่างพากันรีบหันไปมองขวับทันทีทันใด
“บันทึกหมื่นเซียนมีการเคลื่อนไหวแล้ว!”
“ในที่สุดก็มีคนขึ้นสวรรค์ทลายเทพสำเร็จแล้วหรือ อยากรู้จะตายอยู่แล้วว่าคนแรกที่ทำได้คือใคร?”
“จะใช่ซั่งกวนเยว่หรือเปล่า นางน่าจะมีศักยภาพมากที่สุดในบรรดาคนที่อยู่ข้างในแล้วกระมัง?”
“ข้าว่าก็เป็นไปได้ กระทั่งเส้นทางดวงดาวนางยังบรรลุได้โดยไม่ต้องออกแรงอันใดมาก ขึ้นสวรรค์ทลายเทพก็คงจะเป็นตามนั้นเหมือนกันแหละหนา!”
“นั่นก็ไม่แน่เสียหน่อย… อย่าลืมสิว่านางไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์! เมื่อก่อนก็ไม่เคยมีคนประเภทนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดข้อนี้ไปได้กระมัง?”
“แต่นางไม่เหมือนคนพวกนั้นสักหน่อย! ถ้าจะพูดแบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีคนประเภทนี้เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จเหมือนกันนั่นล่ะ นางก็ทำได้แล้วไม่ใช่หรือไร นี่…”
“ดูซี! ชื่อคนผู้นั้นปรากฏออกมาแล้ว!”
ใครสักคนในบรรดากลุ่มคนตะโกนเสียงสูง ดึงดูดความสนใจของฝูงชนได้
ทุกคนต่างพร้อมใจกันแหงนศีรษะมองขึ้นไปด้านบนเป็นหนึ่งเดียว!
รายนามสีทองอร่ามนามหนึ่งปรากฏขึ้นในบันทึกหมื่นเซียนอย่างเชื่องช้า!
เซียวหราน!
ยามเห็นตัวอักษรสองตัวนี้ได้อย่างชัดเจน บรรดากลุ่มคนที่เคยส่งเสียงอื้ออึงพลันเงียบกริบลงทันควัน
ผ่านไปสักพักใหญ่ ทุกคนต่างค่อยๆ ได้สติกลับมา ก่อนจะเหม่อลอยสบสายตากันไปมาด้วยความตื่นตะลึงเหลือคณา
“เหตุใด… คนแรกถึงเป็นเซียวหรานเล่า?”
ไม่ได้หมายความว่าเซียวหรานไม่ควรจะมีชื่อปรากฏอยู่บนบันทึกหมื่นเซียน แต่ว่าแท้จริงแล้วชื่อของเขาปรากฏขึ้นมาเร็วเกินไปหน่อย
ปกติแล้ว จอมยุทธ์จะขึ้นสวรรค์ทลายเทพได้รวดเร็วที่สุด ตามมาด้วยปรมาจารย์ไม่ก็เซียนหมอ ส่วนช่างหลอมอาวุธนั้นช้าที่สุด
ทว่าเซียวหรานเป็นปรมาจารย์หนา! เหตุใดถึงมาอยู่ลำดับหน้าสุดได้?
อีกอย่าง ต่อให้ปรมาจารย์สำเร็จเป็นอันดับแรก ด้านหน้าก็ยังมีฉู่หลิวเยว่กับชีหานอยู่หนา?
แล้วเหตุใดชื่อของสองคนนั้นถึงไม่ปรากฏขึ้นมากัน?