ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2466 ทางตัน
ตอนที่ 2466 ทางตัน
……………
แม้จะไม่รู้ว่าเสินจู่คิดจะทำอันใดกันแน่ถึงได้ต้องการเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงกลับไป แต่พอเขายืนกรานเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลอยู่เป็นแน่
มีความเป็นไปได้มากว่า…จะเชื่อมโยงกับความเป็นความตายของพี่เป่า!
ฉู่หลิวเยว่กำเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงในมือไว้แน่น
ขอบเกราะอันแหลมคมบาดฝ่ามือนางจนเจ็บแปลบ
หากมอบของสิ่งนี้กลับคืนไป ถวนจื่อก็จะปลอดภัย ทว่ากลับมีความเป็นไปได้สูงมากว่าพี่เป่าจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าเก่าเพราะเหตุนี้
หากไม่ส่งคืน สถานการณ์ก็จะพลิกผันเป็นตรงกันข้าม
ฝั่งหนึ่งคือถวนจื่อ อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นพี่เป่า
นางจะไปตัดสินใจได้อย่างใดกันเล่า!?
สำหรับนางแล้ว สองคนนี้ต่างก็สำคัญอย่างยิ่งยวด!
ในตอนนั้นเอง ตู๋กูโม่เป่าพลันลืมตาขึ้น
เขามองตรงมาที่ฉู่หลิวเยว่ ก่อนจะส่ายศีรษะแผ่วเบา
ชั่วพริบตานั้น ในใจของฉู่หลิวเยว่พลันสั่นสะท้าน
ความหมายของพี่เป่าก็คือ…
“ตัดสินใจได้หรือยัง?”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแลแหบพร่าดังขึ้นมาอีกครา
สายตานับไม่ถ้วนต่างกวาดมองมา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองต่างก็ใคร่รู้มากเช่นกันว่าฉู่หลิวเยว่จะตัดสินใจอย่างใดกันแน่
ฉู่หลิวเยว่กลั้นหายใจ ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“ทางเลือกสองข้อนี้ ข้าไม่เลือกข้อไหนทั้งนั้น! หากเจ้าอยากได้เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงนักก็เข้ามาเอาเอง! คิดจะให้ข้าส่งคืนให้ก่อนหรือ…ไม่มีทางเสียหรอก!”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเย็น
“เสินจู่ เจ้าไม่คิดว่าที่ถามออกมาแบบนี้มันน่าขำหรือ? ต่อให้ข้าคืนของให้เจ้า เจ้าจะปล่อยถวนจื่อจริงๆ หรือไร?”
หลังประสบกับเรื่องราวก่อนหน้านี้มา นางย่อมไม่มีทางใสซื่อเช่นนั้นอีก
สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือพลังแห่งสายเลือดของถวนจื่อ อีกทั้ง…ยังมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นพลังที่ได้หลังจากเส้นชีพจรที่แปดเปิดแล้วอีกด้วย!
มิเช่นนั้น ก่อนหน้านี้พวกเขาย่อมไม่มีทางทำเรื่องมากมายโดยไร้เหตุผล เพื่อเร่งให้ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรอย่างต่อเนื่องหรอก
แท้จริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำล้วนมีเจตนาแอบแฝงทั้งนั้น
คราแรกนางยังไม่เข้าใจเท่าไรนัก ทว่าตั้งแต่ถวนจื่อบินออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไปยังผืนฟ้าเหนือหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว แล้วเริ่มกลืนกินเปลวเพลิงบนเสาหยกขาวต้นนั้น นางก็รู้จุดประสงค์ของพวกเขาได้ในที่สุด
…เปลวเพลิงบนเสาต้นนั้นแผดเผาลุกโหมอยู่ได้ด้วยพลังแห่งสายเลือดของเผ่าหงส์ทองคำ!
ก่อนหน้านี้เซียวหรานเคยพูดถึงมาก่อนว่าหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวกับเสินจู่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เปลวเพลิงบนเสาหยกขาวต้นนั้นก็เป็นเสินจู่ที่ใช้พลังปราณศักดิ์สิทธิ์แปรสภาพเป็นเพลิงโหม หมื่นปีไม่มอด
ทว่าในความเป็นจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่!
นางยังจำตอนเห็นสภาพของอี้เจาในก้นบึ้งของสระอัสนีบาตได้เป็นอย่างดี
ตอนนั้นพลังแห่งสายเลือดบนร่างของเขาเองก็ถูกสูบหายไปมากแล้ว
เพียงแต่ครานั้นฉู่หลิวเยว่มัวแต่คิดว่าจะช่วยเขาออกมาอย่างใด จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก คิดแค่ว่าเป็นการทรมานชนิดหนึ่งที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กระทำกับเขาเท่านั้น
ทว่าตอนนี้นางกลับเข้าใจอย่างถ่องแท้ สิ่งที่พวกเขาต้องการ…เดิมก็คือพลังแห่งสายเลือดของเผ่าหงส์ทองคำที่ไว้ใช้หล่อเลี้ยงเปลวเพลิงอันโหมกระหน่ำของหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว!
ยิ่งพลังแห่งสายเลือดนั้นบริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ยิ่งดีต่อพวกเขามากเท่านั้น
แม้อี้เจาจะเป็นประมุข ทว่าก็เปิดเส้นชีพจรได้ถึงแค่เส้นที่เจ็ด เดาว่าคงใช้ได้ไม่เพียงพอเท่าไรนัก
ดังนั้น ความสนใจของพวกเขาจึงส่งมายังตัวถวนจื่อ
ความสำคัญของถวนจื่อที่มีต่อพวกเขานั้น ไม่ต้องอธิบายก็รู้ได้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะยอมปล่อยถวนจื่อไปง่ายๆ ได้อย่างใดกัน
“นี่เจ้ากำลังตั้งคำถามกับข้าอยู่หรือ?”
สุ้มเสียงของเสินจู่เย็นเยียบขึ้นหลายส่วน
ฉู่หลิวเยว่แค่นเสียงแผ่วเบา
“ถ้าใช่แล้วอย่างใด?”
ทุกคนล้วนคาดไม่ถึงว่าฉู่หลิวเยว่จะแสดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ จึงพากันเงียบลงไปชั่วขณะหนึ่ง
“เจ้า…”
เสินจู่เองก็บังเกิดความกราดเกรี้ยวขึ้นมาหลายส่วนเช่นกัน
ในตอนนั้นเอง หลงซิวพลันเอ่ยขึ้นมาว่า
“ซั่งกวนเยว่ยังทำการทดสอบขึ้นสวรรค์ทลายเทพไม่เสร็จสิ้น ไปต่อได้”
สุรเสียงของเขาทุ้มต่ำแลเย็นชา ทำให้ผู้คนบังเกิดความหวั่นเกรงขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัว มิกล้าฝ่าฝืนคำสั่งใดๆ
ความหมายนี้ชัดเจนในตัวมากพอแล้ว
เรื่องอื่นทั้งหมดเอาไว้จัดการภายหลัง!
กระทั่งตัวเสินจู่ที่อยากชิงเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงกลับมาเต็มแก่ ก็ต้องรอให้เรื่องนี้เสร็จสิ้นจนหมดเสียก่อนถึงจะใช้ได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสินจู่ถึงได้กล่าวว่า
“ทำตามประสงค์ของท่านเทพอย่างเคร่งครัด”
ฉู่หลิวเยว่จึงหมุนกายเดินไปทางฝั่งของจอมยุทธ์
จังหวะนั้น นางก็หันหน้าไปทางประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์พอดิบพอดี
เสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าวดังขึ้นมาอีกครา!
กี๊!
ด้านนอกประตู ภาพฉากนั้นทอดสู่ครรลองสายตาของนางเข้าพอดี
มู่ชิงเห่อลอยคว้างอยู่บนผืนฟ้า
กระบี่ยาวเล่มหนึ่งทะยานออกจากมือเขา ก่อนจะพุ่งตรงไปยังเบื้องหน้า
ฉึบ!
เปลวเพลิงจากยอดเสาหยกขาวที่พวยพุ่งตรงไปหาถวนจื่อลากเป็นเส้นเพลิงสีทองอร่ามกลางอากาศ
กระบี่นั้นพุ่งตรงเข้าฟันพวกมันจนขาดออก!
เบื้องหน้ามีเส้นเพลิงที่ถูกตัดขาดไปแล้วสามเส้น และเส้นนี้เป็นเส้นที่สี่
จากนั้น กระบี่เล่มนั้นก็ไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใด กลับกันมันยังคงมุ่งหน้าพุ่งไปหาถวนจื่อต่อ
ปราณกระบี่เย็นยะเยียบชวนสะท้าน!
พริบตาต่อมา คมกระบี่ที่แหลมปลาบเหนือสิ่งใดก็ฟันเข้าที่ปีกขวาของถวนจื่ออย่างว่องไว!
ฉัวะ…
ขนนกอันใหญ่ที่ถูกแผดเผาโดนฟันจนเนื้อหนังเหวอะหวะ!
ร่างเงาสีทองอร่ามขนาดมหึมาเองก็สั่นเทาตามไป
สุรเสียงแหลมสูงเจือความแหบพร่าแลหนาวยะเยือกดุจเสียงสะอึกสะอื้นก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า เนิ่นนานไม่เลือนหาย
บริเวณนั้นผุดขึ้นในใจของฉู่หลิวเยว่ราวกับถูกฟันออกเป็นชิ้นๆ จนบังเกิดความปวดร้าว
ช่วงอกของนางราวกับถูกหินก้อนมหึมาทับไว้อยู่มิปาน ทำได้เพียงแค่หอบหายใจเฮือกใหญ่อย่างสุดชีวิต
ทว่าทุกครั้งที่หายใจก็มีลมเย็นยะเยือกปริมาณมหาศาลถาโถมเข้าสู่ช่วงอกอย่างบ้าคลั่ง ราวกับพาคมมีดติดหนามแหลมเข้าไปบาดภายในร่างอย่างแรง!
นางเอามือกุมบริเวณหัวใจไว้ด้วยเจ็บจนรู้สึกราวกับอกจะแยกออกก็มิปาน นางเผลอก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้า ขากลับอ่อนแรง ร่างของนางทรุดล้มลงบนพื้นอย่างควบคุมไม่ได้
“นายท่าน!”
ชีหานรีบปรี่ขึ้นหน้ามาพยุงนางเอาไว้
ฉู่หลิวเยว่ใช้มือหนึ่งกุมหัวใจไว้แน่น อีกมือหนึ่งเกาะไหล่ของชีหานไว้ ข้อนิ้วนางออกแรงจนปรากฏรอยซีดขาว
ราวกับมีใครสักคนกำลังถือขวานด้ามใหญ่มหึมาจามลงบนหัวของนางอย่างบ้าคลั่งก็มิปาน!
เบื้องหน้านางปรากฏภาพซ้อนทับกันอีกครา
ภาพฉากนับไม่ถ้วนต่างทับซ้อนกันจนยากจะแยกแยะออก!
ราวกับมีเสียงร้องครวญอันโหยหวนเศร้าสร้อยของวิหคจำนวนนับไม่ถ้วนก้องกังวานอยู่ข้างหูนางอย่างต่อเนื่อง!