ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2475 การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ
ยอดเขาโอสถมีเสินสื่อสำดับที่แปดคอยดูแลมาโดยตลอด
ทุกคนล้วนยอมรับอย่างกลายๆ ว่า ที่แห่งนั้นคือถิ่นของซูจิ้ง
แต่ตอนนี้ยอดเขาโอสถที่นางอยู่ถูกคนบดขยี้ไปหมดแล้ว!
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้คนจำนวนไม่น้อยอดตกใจไม่ได้ หลังจากผ่านไปสักพักก็ยังไม่สามารถดึงสติกลับคืนมาได้
“เหตุใด…เหตุใดถึงกลายเป็นแบบนี้? ยอดเขาโอสถ…ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว?”
“ไม่! นี่แหละคือยอดเขาโอสถแบบเดิม! เมื่อเวลาหมื่นปีผ่านไป คนที่เคยเห็นยอดเขาโอสถในสภาพเดิมก็เหลืออยู่ไม่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา…”
“หากคิดดูดีๆ แล้ว เสินสื่อลำดับที่แปด…ไม่สิ ซูจิ้ง นางดูแลยอดเขาโอสถมานานหลายปี แต่เหมือนไม่ได้ทำอันใดเลย?”
“แต่ในทางกลับกันนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นว่ายอดเขาโอสถมีชีวิตชีวาได้ถึงเพียงนี้…เกรงว่าน้องแปด…”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
ความจริงแล้วเมื่อถึงเวลานี้ทุกคนต่างคาดเดาได้ว่าน้องแปดน่าจะเป็นเสินสื่อสำดับที่แปดตัวจริง!
แต่ว่า…
ถ้านางคือเสินสื่อสำดับที่แปด แล้วเกิดอันใดขึ้นกับซูจิ้งอย่างนั้นหรือ?
“เสินสื่อสำดับที่เจ็ด”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นมาอีกครั้ง
จิ้นอวิ๋นไหลที่อยู่ภายในตำหนักหลักตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เหมือนเขาเข้าใจในทันทีว่าฉู่หลิวเยว่ไม่ได้กำลังเรียกเขา แต่…
ตู้ม!
บนถนนหมื่นเทพตำแหน่งที่ถัดจากชื่อของน้องแปดก็มีประกายเพลิงสีทองระเบิดออกมา!
ชื่อของชีหานปรากฏขึ้น!
เส้นทางแห่งดวงดาวที่อยู่ด้านนอกประตูในระยะไกลออกไปก็มีแสงไฟจำนวนมากส่องสว่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิด ค่ายกลจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวและส่องสว่างขึ้น แสงสว่างวูบวาบเหมือนกับทางช้างเผือกที่ทอดยาวออกไป!
ในตอนนั้นทั่วทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ก็มีแสงส่องสว่างขึ้นมา
จิ้นอวิ๋นไหลใบหน้าขาวซีด
แม้แต่เขาก็ยังไม่สามารถควบคุมค่ายกลทั้งหมดให้เหมือนพลิกฝ่ามือแบบนี้ได้เลย!
แต่สำหรับชีหานแล้ว ราวกับว่า…มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก!
ฉู่หลิวเยว่เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย แล้วถามต่อว่า
“เส้นทางดวงดาวแห่งนี้เป็นของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
น้ำเสียงของนางเบาเหมือนกับสายลม แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันอันแข็งแกร่ง คำพูดแต่ละคำล้วนเหมือนกับอัสนีบาตกระแทกใจของทุกผู้คน!
พวกเขาล้วนตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
หากพูดถึงยอดเขาโอสถก่อนหน้านี้ก็ยังมีคนหลายคนที่สงสัย แต่ในตอนนี้…ไม่สามารถโต้เถียงอันใดได้แล้ว!
ชีหาน…คือเสินสื่อสำดับที่เจ็ด!
แต่ฉู่หลิวเยว่ก็ยังไม่หยุด
นางยกมือขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกวาดสายตามองไปอย่างสงบนิ่ง
บนหลังมือมีรอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้น
เมื่อครู่นี้ตอนที่นางอยู่ในตำหนักหลัก นางได้ทดลองหลอมอาวุธทำลายเทพ เพราะว่านางสูญเสียสติสัมปชัญญะไปครู่หนึ่ง ดังนั้นจึงทำให้พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ลวกมือเข้า
ความจริงแล้วอาการเจ็บปวดสำหรับนางไม่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญอันใด
แต่…มันเจ็บปวดอย่างมาก
ต่อให้ตอนนี้รอยแผลจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่นางก็จดจำถึงความปวดแสบปวดร้อนในช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี
มือที่อ่อนนุ่มเรียวงามเหมือนกับหยกชั้นดี แย่งชิงหัวใจของทุกผู้คน
หลังจากนั้นนิ้วของนางก็แตะที่กลางอากาศอย่างแผ่ว
เปรี้ยง!
เสียงคำรามขนาดใหญ่ดังขึ้น!
คาดไม่ถึงว่าเสียงนั้นจะดังมาจากสระอัสนีบาต!
“แย่แล้ว!”
มู่ตงโหย่วตระหนักถึงอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็พุ่งตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว ร่างแหวกอากาศพุ่งตรงไปทางสระอัสนีบาตทันที
แต่มัน…ก็สายไปเสียแล้ว!
เงาร่างที่แข็งแกร่งกำยำลอยอยู่กลางอากาศเหนือสระอัสนีบาตตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
ตอนนั้นเขากำลังยกค้อนในมือขึ้นสูง จากนั้นก็กระแทกลงกับสระอัสนีบาตอย่างแรง!
กลางหน้าผากของเขามีสัญลักษณ์สว่างวาบขึ้น ระหว่างการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อของเขาปูดโปนขึ้นจนเสื้อผ้าฉีกขาด!
พลังของค้อนจำนวนมหาศาลกระแทกลงไปอย่างรุนแรง!
เสียงกระแทกดังลั่น เหมือนกำลังกระแทกเข้าที่หัวใจของทุกคน!
จากนั้นก็มีเสียงบางอย่างแตกหักออกมา
มู่ตงโหย่วตื่นตระหนกมาก
ด้านบนของสระอัสนีบาตปกคลุมด้วยค่ายกลขนาดใหญ่ที่ปิดผนึกเอาไว้ คาดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถทำลายแล้วเปิดมันออกมาได้ด้วยค้อนเดียว!
ตึงๆ!
ตอนนั้นลำแสงทัณฑ์สวรรค์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนก็หลุดออกจากพันธนาการ แล้วเริ่มแผ่กระจายออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
มู่ตงโหย่วรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
ตอนนั้นเหมือนว่าซื่อจิงจะไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย
เขาไม่จำเป็นต้องหันหน้ากลับไปมองด้วยซ้ำ
ตอนที่เห็นว่าทวนยาวเล่มหนึ่งกำลังแทงทะลุหน้าอกของเขา เขาก็เริ่มขยับตัวแล้ว!
เขายกค้อนที่อยู่ในมือ แล้วเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรง!
ตึง!
ทวนยาวนั้นกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น!
หลังจากมีเสียงดังคมชัดเกิดขึ้น ทวนยาวนั้นก็กระเด็นออกไป!
ฟิ้ว…ตึง!
ทวนยาวถูกพลังอันแข็งแกร่งของซื่อจิงเหวี่ยงกระเด็นออกไป ก่อนกระแทกเข้ากับสระอัสนีบาตที่ยังไม่ได้ปลดผนึกอย่างเต็มที่!
“กร๊อบ”
รอยแตกร้าวหลายสายปรากฏขึ้นที่ตรงกลางของทวนยาว จากนั้นก็แผ่ขยายออกมา
ค่ายกลขนาดใหญ่กำลังจะถูกปลดผนึก!
ทัณฑ์สวรรค์พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อหันกลับไปมองก็เหมือนว่ามันกำลังพุ่งทะยานขึ้นท้องฟ้า!
มู่ตงโหย่วหายใจไม่ออก ร่างทั้งร่างของเขาตกตะลึงอยู่ที่เดิม
เขาเฝ้าที่สระอัสนีบาตมานับหมื่นปี และคิดมาตลอดว่าตนเองเข้าใจสระอัสนีบาตและทัณฑ์สวรรค์ในที่แห่งนี้เป็นอย่างดี
แต่ว่าในตอนนี้เขาเพิ่งได้รู้ว่าตนเองคิดผิดอย่างมาก!
“หึๆ ตอนนั้นข้าซ่อนสมบัติเอาไว้ด้านใต้นี้ ยังดีที่พวกเจ้ายังหาไม่เจอ”
ซื่อจิงหัวเราะออกมา จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในแววตาของเขาลุกโชนขึ้น!
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงค้อนลงไปอีกครั้ง!
“ตึง”
การโจมตีครั้งนี้ทำให้สระอัสนีบาตหมุนตัวขึ้นลงตามไปด้วย!
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จากนั้นทัณฑ์สวรรค์สีเงินและสีทองก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และพวยพุ่งขึ้นมาจากด้านล่าง!
…สิ่งที่ซ่อนอยู่ในหินโสโครกที่อยู่ก้นบึ้งของสระอัสนีบาตคือพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์!
“ปรากฏ!”
ค้อนของซื่อจิงถูกเหวี่ยงขึ้นสูง ทัณฑ์สวรรค์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนรวมตัวกันแล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้า!
ราวกับแม่น้ำที่ไหลเชียว ตัดผ่านท้องฟ้า แล้วพุ่งเข้าไปหาฉู่หลิวเยว่ทันที!
นางสาวเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าว แล้วหันไปมองทางตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่าน ริมฝีปากยกยิ้มขึ้น น้ำเสียงเย็นชาอย่างมาก
“สระอัสนีบาตแห่งนี้เป็นของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
……………