ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2484 วิญญาณร้าย
ตอนที่ 2484 วิญญาณร้าย
……………
เสินเยว่ ยินดีต้อนรับกลับมา
คำพูดนี้ดังขึ้นมาจากเงาร่างตรงหน้าที่ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น แต่เสียงยังคงแหบพร่า แต่เมื่อได้ยินกลับทำให้ฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง
คำพูดนี้…หมายความว่าอันใด
อีกฝ่ายกำลังรอคอยนางกลับมาจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว?
แต่…
ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของนางอย่างสับสน
ขณะนั้นร่างศักดิ์สิทธิ์สีดำที่ไม่สมบูรณ์ แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นแสงมากมายและพุ่งเข้ามาจากนอกประตูแดนสวรรค์พลันรวมเข้าด้วยกัน!
ร่างนั้นค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย
คนผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีดำ มีหมวกคลุมขนาดใหญ่ปิดบังใบหน้าไว้จนไม่อาจมองเห็นหน้าตาได้แม้แต่น้อย
ทว่าเมื่อฉู่หลิวเยว่จ้องมองร่างนั้น กลับรู้สึกว่าท่าทางนั้นช่างคุ้นเคยยิ่งนัก
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้น…เหมือนนางอย่างมาก!
เมื่อเห็นอาณาเขตเซียนเทพที่แผ่ล้อมรอบร่างของอีกฝ่าย เปล่งประกายด้วยสีเงินและแดงสลับกัน หัวใจของนางก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น
ความคาดเดาที่ไม่น่าเชื่อผุดขึ้นในหัวของนาง และไม่อาจสลัดมันออกไปได้
แท้จริงแล้วสงครามเมื่อหมื่นปีก่อนนั้นได้ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ในตอนนั้นนางเป็นเสินจู่ สองมหาปุโรหิตและเสินสื่อลำดับที่สิบสามเป็นผู้ดูแลตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างยังเหมือนเคย
จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักฆ่าบุกเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า จู่ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
การแต่งกายของคนผู้นั้นก็เหมือนกับวันนี้ ที่ปกปิดอย่างมิดชิด
แม้ว่านางจะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอยู่นาน ก็ไม่อาจมองเห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามได้เลย
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เวลานั้นในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมจำนนต่อเขา
แต่เรื่องนี้กลับถูกปกปิดอย่างแนบเนียน จนกระทั่งนางไม่สามารถล่วงรู้ได้
ท้ายที่สุดการต่อสู้ที่ดุเดือดก็บีบบังคับให้อี้หลิงจุดไฟเผาตัวเองและเผาตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เกือบทั้งหมด
แต่สิ่งนี้ยังไม่ใช่จุดจบ
เพื่อปกป้องเผ่าหงส์ทองคำ นางจึงซ่อนพลังปราณของอี้หลิงไว้ในขนทองคำ แล้วส่งมันลงไปยังอาณาจักรเสิ่นซวี่และซ่อนไว้ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง
อีกทั้งนางเป็นผู้นำเทพขั้นสูงและเทพศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากร่วมต่อสู้ไปจนถึงสุสานสังหารเทพ
การต่อสู้ครั้งนั้นโหดร้ายอย่างมาก เทพเจ้าทั้งหลายล้มตาย
รวมทั้งตัวนางเอง
ความทรงจำในวินาทีสุดท้ายร่างศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายตรงข้ามถูกฉีกขาด
นั่นเป็นเพราะผู้อาวุโสลำดับที่ห้าก่อกบฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดฝ่ายตรงข้ามถึงได้เกลียดชังผู้อาวุโสลำดับที่ห้าอย่างมากจนถึงทุกวันนี้ และกักขังเขาไว้ในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ให้เผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!
แต่เรื่องราวหลังจากนั้น นางกลับไม่รู้อีกเลย
รวมถึงร่างศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแยกออกและผนึกไว้ตามจุดต่างๆ ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ทั้งตู๋กูโม่เป่าและอีกสามคนถูกจองจำในทะเลทรายจันทราสีชาด รวมถึงการที่อีกฝ่ายยึดครองตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ และแต่งตั้งเสินสื่อสิบสามคนขึ้นมาใหม่ เพื่อบิดเบือนความจริง…
แท้จริงแล้วนางไม่เคยเข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างกระจ่างชัด
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ สงครามในปีนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบอีกฝ่ายไม่ได้แสดงพลังแห่งอาณาเขตเซียนเทพออกมาเลย
นั่นเป็นเพราะเมื่อนางสัมผัสได้ถึงพลังแห่งอาณาเขตเซียนเทพที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ นางถึงได้ตื่นตกใจเช่นนี้
อีกทั้งในตอนนี้ยังมีเงาร่างนี้…
สถานะของฝ่ายตรงข้าม แทบอยากจะเปิดเผยมันออกมา!!
“เสินเยว่ เจ้ากับข้าต่างถือกำเนิดในโลกนี้ร่วมกัน เดิมทีตำแหน่งนี้ควรเท่าเทียมกัน ตำแหน่งเสินจู่นี้ เจ้าครอบครองหรือข้าครอบครอง มันจะมีอันใดต่างกันเล่า?”
ดวงตาของฉู่หลิวเยว่เบิกกว้าง!
ถือกำเนิดในโลกนี้ร่วมกัน…คำพูดนี้หมายความว่าอย่างใดกันแน่!
พรึ่บ!
มีเสียงสิ่งของบางอย่างแตกกระจายในทันที!
ทว่าตู๋กูโม่เป่าที่เงียบขรึมมานานที่ไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด จู่ๆ เขาก็ฝ่ามิติแห่งความว่างเปล่า ทลายกระจกเงา และก้าวออกมา!
เมื่อเนื้อเพลงฉินหลอมรวมกันและเสินเยว่กลับคืนมา ในฐานะมหาปุโรหิต พลังของเขาย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย!
“ก็แค่เงาที่กลายเป็นวิญญาณร้าย ยังกล้าทัดเทียมกับเสินเยว่งั้นหรือ!”
เสียงที่เย็นชาและทรงอำนาจของตู๋กูโม่เป่า ราวกับเสียงฟ้าร้องที่กู่ก้องในใจของทุกคน!
บัดนี้ ‘เสินจู่’ แห่งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ที่แท้คือ…เงาร่างของนางเอง!?
นั่น…
ทุกคนต่างตกตะลึง
ตั้งแต่เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์แห่งหยกศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นดับลง พวกเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเสินจู่ผู้นี้มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดา
เมื่อฉู่หลิวเยว่ตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นางแย่งชิงเส้นทางแห่งดวงดาว ยอดเขาโอสถ และสระอัสนีบาตกลับคืนมาได้อย่างง่ายดาย ทุกคนจึงยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้เป็นอย่างมาก
จนถึงตอนนี้ ใครๆ ต่างก็มองออกว่า ฉู่หลิวเยว่คือเสินจู่ที่แท้จริง
เพียงแต่เพราะความวุ่นวายเมื่อหมื่นปีก่อนนั้น นางจึงถูกช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้
แต่ไม่ว่าจะคาดเดาอย่างใด พวกเขาก็ไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้แท้จริงแล้วคือวิญญาณร้ายที่เกิดจากเงาของนางนั่นเอง!
อันที่จริงแม้แต่เสินสื่อลำดับที่สิบสามก็ยังไม่รู้เรื่องนี้
เพราะในปีนั้นพวกเขาต่างดับสูญไปพร้อมกับฉู่หลิวเยว่
ดังนั้นจึงมีเพียงตู๋กูโม่เป่าและสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ไม่ ยังมีอีกคนหนึ่ง!
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมองทางหรงซิวในทันที
ดวงตาหงส์ที่เย็นชาและลึกซึ้ง ราวกับคลื่นบางๆ กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
แต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง
เห็นได้ชัดว่าเขาก็รู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว!
ทันใดนั้นเสียงกระจกแตกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หลานเซียวก้าวออกมาจากในกระจก ยืดตัวบิดขี้เกียจพลางทำแสร้งยิ้ม
“มหาปุโรหิตพูดถูกแล้ว เจ้าเป็นใครกันถึงกล้าคิดที่จะมาเทียบกับเสินเยว่? ถุย! เจ้าไม่รู้จักประมาณตนบ้างเลยหรือ แม้เจ้าจะอยู่ในตำแหน่งเสินจู่มานานนับหมื่นปี แต่ตลอดเวลานั้นเจ้ากลับไม่สามารถจุดเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้ และยังต้องอาศัยพลังเลือดจากเผ่าหงส์ทองคำเพื่อรักษาชีวิตไว้อย่างยากลำบาก เจ้าไม่รู้สึกละอายบ้างเลยหรือ”
เขาหัวเราะเยาะ สายตายกขึ้นเล็กน้อย แล้วมองมู่ชิงเห่อที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่
“อีกอย่างคนเหล่านี้ที่เจ้าคัดเลือกมาช่างไม่มีความสามารถเอาเสียเลย พวกข้ายังไม่ทันได้ลงมือ เสินสื่อลำดับที่สิบสามก็จัดการทุกอย่างแล้ว เจ้าทำเช่นนี้…ยังคิดฝันที่จะเป็นเสินจู่อีกหรือ”
“เจ้าคู่ควรอย่างนั้นหรือ!”
คำพูดเหล่านี้ช่างแทงใจยิ่งนัก
แต่เมื่อวิญญาณร้ายได้ยินกลับดูเหมือนจะไม่สนใจแต่อย่างใด
มันพูดกับฉู่หลิวเยว่เพียงว่า
“เสินเยว่ หากเจ้าต้องการยึดตำหนักเทพมายาศักดิ์สิทธิ์นี้คืน ก็ต้องสู้กับข้า! ผู้ชนะเป็นนาย ผู้แพ้เป็นนักโทษ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ชะตาชีวิตจะถูกตัดสินด้วยการต่อสู้ในครั้งนี้!”
“เจ้าจะ…ตอบรับหรือไม่!”
……………