ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2494 ข้าไม่เสียใจ
ตอนที่ 2494 ข้าไม่เสียใจ
……………
เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นของเขาเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ
ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญอันใด
หัวใจของฉู่หลิวเยว่เต้นแรงราวกับเสียงกลอง นางพูดขึ้นว่า
“หรงซิว!”
หรงซิวมองไปที่นาง ดวงตาหงส์คู่ลึกราวกับมหาสมุทร แต่กลับกระจ่างใสเผยให้เห็นเงาสะท้อนของนาง
“หรงซิว! เจ้าเป็นถึงจักรพรรดิเทพ ผู้ปกครองเหล่าทวยเทพแห่งโลกมนุษย์มาหมื่นปี อยู่ในจุดสูงสุดไร้ผู้ใดเทียบได้! บัดนี้เจ้ากลับทำลายทุกสิ่งด้วยมือตัวเองเพียงเพื่อแม่นางผู้นี้! เจ้าเสียสติไปแล้ว! เจ้าบ้าไปแล้ว!”
เสียงแหลมสูงของวิญญาณร้ายเต็มไปด้วยความโกรธและสิ้นหวัง ดังสะท้อนจนแสบแก้วหูเป็นที่สุด!
หัวใจของฉู่หลิวเยว่เหมือนถูกบางสิ่งบีบรัดแน่นในทันที!
ทว่าใบหน้าของหรงซิวกลับไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย
ครู่ต่อมาเขายกมือขึ้นพลางบีบอากาศในความว่างเปล่าไว้แน่น!
ตู้ม!
เปลวไฟที่ผสานกันระหว่างสีทองสลับดำพลันพุ่งออกมาจากกระบี่ทันที มันโอบล้อมร่างของวิญญาณร้ายและเผามันจนมอดไหม้!
“เจ้า! สุดท้ายเจ้าจะต้องเสียใจ! เจ้าจะเสียใจ…”
เปลวไฟลุกโชนไร้เสียง ในที่สุดเสียงนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป
ภายในและภายนอกตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เงียบสงัดราวกับความตายปกคลุมไปทั่ว
ฉู่หลิวเยว่มีสีหน้าสับสนมึนงงไปชั่วขณะ ในสมองมีแต่ความว่างเปล่า
จากนั้นนางพลันนึกถึงคำพูดของจวินจิ่วชิงเมื่อตอนพบกันอีกครั้งในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาเคยพูดว่าหรงซิวคือคนบ้า!
ในตอนนั้นนางคิดเพียงว่าเขาพูดไปเรื่อยเท่านั้น
เมื่อได้รู้ว่าเขาคือจักรพรรดิเทพ นางก็เข้าใจทันทีว่าบุรุษผู้นี้ต้องวางแผนอันใดเกี่ยวกับนางไว้มากมาย
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่จงใจผนึกความทรงจำของนางไว้ในเจดีย์ดำ และปิดบังนางมานานถึงเพียงนั้น
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
อาณาจักรเสิ่นซวี่
เทียนลิ่ง
เย่าเฉิน
เขาติดตามนางมาโดยตลอด ไม่ว่าจะผ่านความเป็นความตายมากี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยปล่อยมือ
ตั้งแต่หมื่นปีก่อน เขาก็ได้ทรยศต่อกฎสวรรค์ วางแผนเพื่อรับมือกับหายนะในวันนี้
แม้กระทั่งเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปอยู่ในแผนการนั้นด้วย
คนเช่นนี้หากไม่เรียกว่าคนบ้า แล้วจะเรียกว่าอันใด!
ในขณะนั้นเสี้ยวพลังสุดท้ายของวิญญาณร้ายถูกตัดขาดจนสิ้น แสงเจิดจ้าสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า!
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมอง
บนท้องฟ้าที่มืดครึ้มเผยให้เห็นแสงสว่างสายหนึ่งพุ่งออกมาจากหลังก้อนเมฆ จากนั้นก็ค่อยๆ แผ่กระจายออกไป
แสงระยิบระยับตัดกันไปมา วาดเป็นลวดลายซับซ้อนและลึกลับ ก่อนจะรวมตัวเป็นแผนที่ดวงดาวขนาดใหญ่!
แผนที่ดวงดาวนั้นส่องประกายแสงอันเจิดจ้า จนแทบไม่อาจมองตรงๆ ได้ ทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงกลัวและยอมจำนนโดยไม่รู้ตัว
พลังแห่งอำนาจสูงสุดที่ยากจะบรรยายได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า!
ตึง!
ผู้คนรอบตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์บางคนไม่อาจทนต่อแรงกดดันมหาศาลนี้ได้ จึงต้องก้มลงด้วยความเคารพ
สวรรค์อันสูงสุด!
ทุกสรรพชีวิตในโลกมนุษย์ ล้วนก้มลงต่อเบื้องหน้า!
เมื่อมีคนแรก ไม่นานก็มีคนที่สอง ที่สาม…
ท่าเรือดอกท้อ
ภายในจวนเยว่หลินจือเฟยกำลังศึกษาเกี่ยวกับค่ายกลหนึ่งอยู่ภายในห้อง
ท้องฟ้าด้านนอกพลันสว่างจ้าขึ้นมา จากนั้นก็มีเสียงพูดคุยดังแว่วเข้ามา
เขาลุกขึ้นด้วยความสงสัย พลางผลักประตูออกไปดู จึงพบว่าในลานบ้านไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด
ที่มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่มากมายเช่นนี้
ในขณะนั้นพวกเขาต่างเงยหน้ามองท้องฟ้า สีหน้าตกตะลึงและหวาดเกรง
หลินจือเฟยแหงนหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
บนท้องฟ้ามีค่ายกลหนึ่งพลันปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน?
ไม่!
นั่นไม่ใช่ค่ายกล!
คลื่นแสงด้านบนเปล่งประกายระยิบระยับ เจิดจรัสงดงาม แผนที่ดวงดาวจัดเรียงกันอย่างสมบูรณ์
ราวกับมันถูกตรึงอยู่ในฟ้าดินแห่งนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม
นี่คือ…
การมาเยือนแห่งสวรรค์!
ในขณะนั้นมีคลื่นแสงหนึ่งปรากฏขึ้น
แรงกดดันอันยิ่งใหญ่พลันตกลงมา ผู้คนในลานบ้านต่างพากันคุกเข่าลง!
แสงสว่างนั้นเจิดจ้าจนไม่อาจจ้องมองได้โดยตรง
ในทันใดนั้นกระจกใหญ่บานหนึ่งก็ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ
ความสงสัยเกิดขึ้นในใจของทุกคนทันทีต่างเอ่ยถามขึ้นว่า
เช่นนี้…สวรรค์และโลกกำลังเกิดความวุ่นวายอย่างนั้นหรือ!
ขณะนั้นซั่งกวนโหยวกำลังยืนอยู่ใต้ระเบียงพลางเอามือไพล่หลังอยู่ในตำหนักเจาเยว่
“เฮ้อ…ไม่รู้ว่าเยว่เออร์จะกลับมาเมื่อใด…”
เขาบ่นพึมพำเบาขึ้น
ทันใดนั้นแสงสว่างเจิดจ้าก็พลันปรากฏขึ้นจากท้องฟ้า
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้นมอง กลับเห็นแผนที่ดวงดาวลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง
แรงกดดันมหาศาลพลันถาโถมลงมาทำให้บ่าของเขารู้สึกหนักอึ้งทันที
กระจกบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกัน
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นี่คือ…”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจของเขา
…
เมืองเย่าฉิน
บนท้องถนนเสียงผู้คนคึกคักจอแจ
ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา!
“ดูเร็ว! นั่นมันเกิดอันใดขึ้น”
เสียงอุทานดังขึ้นจากฝูงชน
ทุกคนเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้น แล้วก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล จนแทบไม่อาจต้านทานได้
ไม่นานนักผู้คนในฝูงชนก็คุกเข่าลงเรียงกันเป็นแถว ด้วยความตกตะลึงและความเคารพอย่างเต็มเปี่ยม
บนท้องฟ้าก็มีกระจกบานหนึ่งปรากฏขึ้น
…
เจตจำนงแห่งสวรรค์มาพร้อมกับแรงกดดันอันสูงสุด! ปกคลุมโลกมนุษย์ทั้งหมด!
กระจกบานแล้วบานเล่าก็ปรากฏขึ้นตามไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ลำแสงหนึ่งพลันพุ่งลงมาจากท้องฟ้า กวาดผ่านกระจกเหล่านั้น แสงประกายวาววับส่องสว่างออกมาจากกระจกทุกบาน
ทันใดนั้นแสงนั้นก็พุ่งลงสู่กระจกบานประตูท่าเรือดอกท้อ
ในชั่วพริบตาราวกับผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ และแผ่กระจายออกอย่างช้าๆ
ใบหน้าที่งดงามบนกระจกนั่นเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดร่างทั้งร่างของนางก็ชัดเจนขึ้นอย่างสมบูรณ์
ในขณะนั้นแสงสว่างบนแผนที่ดวงดาวพลันเจิดจ้าขึ้นถึงที่สุด!
…
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
แสงสว่างเจิดจ้านั่นพุ่งลงมาจากฟากฟ้า และตกลงบนร่างของหรงซิว
ทว่ามันกลับมิได้หยุดอยู่ที่เขา แต่กลับเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ จนในที่สุด…ก็มาอยู่ตรงหน้าฉู่หลิวเยว่!
เมื่อเห็นแสงนั้นค่อยๆ เข้ามาใกล้ หัวใจของฉู่หลิวเยว่พลันเต้นแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางรู้สึกไม่ดีในทันที และพยายามถอยหลังไป ทว่าพลังอำนาจอันมหาศาลนั้นได้ปกคลุมร่างกายของนางไว้ทั้งหมด ทำให้นางไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย
วินาทีต่อมาแสงนั้นพลันตกลงมาบนร่างของฉู่หลิวเยว่ทันที
ทันใดนั้นฉู่หลิวเยว่รู้สึกราวกับมีดวงตาอันแหลมคมคู่หนึ่ง กำลังมองทะลุผ่านร่างของนางอย่างละเอียด ตั้งแต่ภายในจนถึงภายนอก ถูกมองจนปรุโปร่งจนหมดสิ้น!
“หรงซิว”
เสียงทรงพลังอำนาจพลันดังมาจากฟากฟ้า ก้องกังวานไปทั่วทั้งโลกมนุษย์ในทันใด
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำผิด”
สีหน้าของหรงซิวนิ่งเฉย และตอบเสียงเรียบว่า
“ข้ารู้”
“นางเป็นเพียงดอกท้อที่ถือกำเนิดขึ้นจากความวุ่นวายเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน เจ้าทะนุถนอมดูแลนางอย่างตั้งใจถึงเก้าหมื่นปี สุดท้ายจึงนำพาดวงวิญญาณเข้าสู่ร่าง ช่วยให้นางกลายเป็นเจ้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเหล่านี้ ข้ารับรู้มาโดยตลอด และเดิมทีไม่คิดจะเข้ายุ่งเกี่ยว แต่นางและวิญญาณร้ายถือกำเนิดร่วมกัน เดิมทีก็เป็นสิ่งที่สวรรค์และโลกไม่อาจยอมรับได้ ทว่าเจ้ากลับเก็บรักษานางไว้จนถึงวันนี้”
“เมื่อหมื่นปีก่อน ข้าเคยสั่งให้เจ้าฆ่านางเสีย แต่เจ้ากลับเลือกนำวิญญาณร้ายเข้าสู่ร่างตนเอง เพียงเพื่อแยกนางออกจากวิญญาณร้ายนั้น จากนั้นอาศัยจังหวะที่วิญญาณร้ายต่อสู้กับนาง ส่งนางได้กลับมาเกิดใหม่”
“หลังจากเหตุการณ์นั้น ข้าได้ทิ้งกระจกสามพันบานไว้ในโลกมนุษย์ เพื่อตามหาตัวนาง แต่ก็ไม่เคยพบร่องรอยใดๆ เลย มาจนบัดนี้ถึงได้รู้ว่า เจ้าลอบสับเปลี่ยนโชคชะตา ลบชื่อของนางออกจากบันทึกหมื่นเซียน และแอบส่งนางกลับมาเกิดใหม่ครั้งที่สอง”
“หรงซิว สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในครั้งนี้ เจ้าจะยอมรับหรือไม่!”
หรงซิวเชิดคางขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นว่า
“ข้ายอมรับ”
“ในตอนนั้นเจ้าได้ตัดพันธชีวิติระหว่างนางกับวิญญาณร้าย แต่เพื่อส่งนางเข้าสู่การเกิดใหม่ครั้งที่สอง เจ้ากลับยอมตัดเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ของตนเองไปครึ่งหนึ่ง เพื่อมอบลมหายใจแห่งชีวิตให้แก่นางอีกครั้ง บัดนี้แม้วิญญาณร้ายจะดับสูญไป แต่ชีพจรศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เจ้าไม่อาจมีคุณสมบัติเป็นจักรพรรดิเทพได้อีกต่อไป! เจ้าเสียใจหรือไม่”
สวรรค์รักษาความยุติธรรมและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่!
หรงซิวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยดวงตาเปล่งประกาย
“ข้าไม่เสียใจ”
……………