ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 10 ใครเป็นคนกัด
ตอนพิเศษ ตอนที่ 10 ใครเป็นคนกัด
……………
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้นางไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อน
แต่นี้เป็นลูกของนางกับหรงซิว ไม่ว่าจะเหมือนนางหรือเหมือนเขาก็ล้วนดีทางนั้น
ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์มาก
หรงซิวมองนางด้วยรอยยิ้ม
“เยว่เอ๋อร์ดีที่สุด”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกดีขึ้นมาทันที มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีความหมาย
“หากมีท่านเทพตัวน้อยมาวิ่งเล่นมันคงจะดีไม่น้อย”
ผู้ชายคนนี้มีความคิดความอ่านที่ดี จิตใจสงบนิ่ง การคิดคำนวณของเขาลึกซึ้งกว่าใคร เมื่ออยากเห็นเขาเสียอาการ เกรงว่าจะเป็นเรื่องยาก
แต่ถ้ามีเด็กน้อยหลายคน…
หรงซิวคาดเดาความคิดของนางได้ ดังนั้นจึงเลิกคิ้วขึ้น
“หากทำให้เยว่เอ๋อร์มีความสุขได้ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
ถวนจื่อมองหรงซิว จากนั้นก็หันมองฉู่หลิวเยว่ คิ้วเล็กๆ ขมวดขึ้น สีหน้าครุ่นคิดจริงจังกับอะไรบางอย่าง
ฉู่หลิวเยว่มองนางด้วยความประหลาดใจ
“ถวนจื่อ เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่หรือ”
ถวนจื่อพองแก้ม น้ำเสียงไร้เดียงสาทว่าจริงจัง
“ข้ากำลังคิดว่า ในช่วงเวลาแบบนี้ ข้าควรจะ…ออกไปหรือไม่”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นแล้วมองหน้านาง
อาจเป็นเพราะว่าเขาอยากจะได้ลูกสาว ตอนนี้เขาจึงรู้สึกเอ็นดูถวนจื่อมากขึ้นกว่าเดิม
กอปรกับเมื่อคืนนี้นางร้องไห้ทั้งคืน ตอนนี้ใบหน้าเล็กยังคงแดงก่ำ ดวงตาบวมช้ำ และดูน่าสงสารยิ่งกว่าเดิม
ฉู่หลิวเยว่บีบแก้มนางอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
“เจ้าตัวเล็ก วันๆ เจ้ามัวแต่คิดเรื่องอันใดอยู่”
…
เมื่อเดินออกมาจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ น้องแปดก็จับเอวตัวเองเดินไปด้านหน้า
เดิมทีมันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แต่หลังจากที่เมื่อวานนี้เยี่ยนชิงกดลงมา นางจึงรู้สึกเริ่มปวดมากกว่าเดิม
รอยฟกช้ำเหมือนค่อยๆ จางหายไป แต่เมื่อมองใกล้ๆ เห็นได้ชัดว่ามันร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม
เพราะว่ามันน่าเกลียดมากเกินไป นางจึงสวมเสื้อผ้าปิดเอวและแขนจนมิดชิด
“พี่แปด พี่คิดว่าเหตุใดเมื่อครู่นี้นายท่านถึงปฏิเสธข้อเสนอของข้า”
สือฟังเดินไปที่ด้านข้างของน้องแปด จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“เริ่มปลูกผักในตอนนี้ รอจนกระทั่งในน้อยเกิดก็ได้กินผักสดใหม่พอดี!”
น้องแปดมองเขาด้วยสายตามืดมน
“แม้ว่านั่นจะเป็นลูกของท่านเทพและนายท่าน แต่เด็กน้อยก็ไม่ได้เกิดมาพร้อมพลังวิเศษที่จะสามารถกินผักของเจ้าได้เลย กว่าจะกินได้ก็ต้องรออีกหลายปี”
สือฟังเข้าใจได้ในทันที เขากระแอมไอขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็อธิบายเสียงเบา
“ข้าเอาให้นายท่านกิน มันก็เหมือนกันนั่นแหละ! ตอนนี้นายท่านมีลูกแฝดจำเป็นต้องบำรุงให้มากหน่อย”
ขณะที่เขาพูด ด้านข้างก็มีคนเดินผ่านไป
“เอ๊ะ นั่นมันแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายมิใช่หรือ”
สือฟังรีบตะโกนขึ้นมาทันที
แต่ว่ามันก็สายไปเสียแล้ว
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้า จากนั้นก็หันหน้ากลับไปมองด้วยสีหน้าราบเรียบ
“เสินสื่อลำดับที่แปด เสินสื่อลำดับที่สิบ”
น้องแปดฝืนยิ้มออกมา
“แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายสวัสดีเจ้าค่ะ ลาก่อนนะเจ้าคะ! พวกเรายังมีธุระต้องขอตัวก่อน!”
เมื่อพูดจบนางก็ดึงตัวสือฟังไปด้านข้าง
หลังจากสือฟังมองหน้าเยี่ยนชิง เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที ไม่ว่านางจะลากสือฟังอย่างไรเขาก็ไม่ยอมเดินไป
“เสินสื่อลำดับที่แปดงั้นหรือ เหตุใดถึงเรียกพี่แปดของข้าเช่นนั้น”
เยี่ยนชิงชะงักไป จากนั้นก็ถามขึ้นเสียงนุ่ม
“ถ้าไม่เรียกเช่นนี้ แล้วควรจะเรียกอย่างใด”
“แน่นอนว่า…”
สือฟังกระแอมไอ แล้วหันไปถามน้องแปดเสียงต่ำ
“พี่แปด ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกพี่มีความรักลึกซึ้ง เขาเรียกพี่ว่าอย่างใด”
หนังตาของน้องแปดกระตุกขึ้น นางอยากจะตบสือฟังให้ตายในครั้งเดียว
ใกล้ขนาดนี้ คิดว่าเยี่ยนชิงไม่ได้ยินอย่างนั้นหรือ
“เจ้าจะมาสนใจด้วยเหตุใด!”
น้องแปดพูดขึ้นอย่างอารมณ์ร้าย
“ข้าบอกเจ้าไปตั้งนานแล้วว่า พวกเราไม่ได้เป็นอันใดกัน!”
สือฟังเห็นท่าทางตื่นตระหนกของนาง ท่าทางเหมือนไม่อยากมีความเกี่ยวข้องกับเยี่ยนชิง ดังนั้นจึงคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องทำอะไรที่ทำร้ายจิตใจนาง จนทำให้นางโกรธแน่นอน ดังนั้นเขาจึงมองไปทางเยี่ยนชิงด้วยความโมโห
“เจ้าล่วงเกินอันใดพี่แปดของพวกเรา!”
จากนั้นเขาก็มายืนอยู่ด้านหน้า พร้อมขวางทางเยี่ยนชิงเอาไว้
“พี่แปดของพวกเราสวยหยาดฟ้ามาสู่ดิน แต่เจ้ากลับเฉยเมยกับนาง นี่มัน…”
น้ำเสียงของเขาเงียบไปอย่างกะทันหัน จากนั้นก็เบิกตากว้างขึ้น แล้วชี้ไปที่ตำแหน่งคอของเยี่ยนชิง
“เจ้า! เจ้า นี่มันคือสิ่งใด”
แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราว แต่เขาก็รู้ว่ารอยแดงบนลำคอของเยี่ยนชิงนั้นเป็นรอยคนกัดแน่ๆ
สือฟังโมโหขึ้นมาอย่างมาก จากนั้นเขาก็พูดขึ้นเสียง
“เยี่ยนชิง! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ! พี่แปดของข้าเพิ่งได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้ากลับไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมากกกอด เจ้านี่มันใจร้าย ไร้มนุษยธรรมที่สุด! ในเมื่อเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าเอาพี่แปดของข้าไปไว้ที่ใดกัน!”
สือฟังโมโหมาก
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่านิสัยของเยี่ยนชิงและพี่แปดแตกต่างกันเกินไป แต่ตอนนี้ทำให้เขารู้สึกโมโหอย่างมาก
บนโลกนี้มีคนมากมายที่ชอบพี่แปดของพวกเขา แต่ทำไมนางกลับแขวนตัวเองกับเยี่ยนชิงที่นิ่งเหมือนต้นไม้
แบบนี้เหมือนเป็นการตบหน้ากันอย่างแรง
มิน่าล่ะพี่แปดถึงมีท่าทางแบบนั้นกับเขา
เขาตะโกนด้วยเสียงสูง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาล้วนได้ยินอย่างชัดเจน จากนั้นพวกเขาก็หันมามองทางนี้ทั้งหมด
หัวซวงซวงลูบศีรษะของพยัคฆ์เหินลมตัวน้อย
“เกิดเรื่องสิ่งใดขึ้น สือฟังคุยอันใดกันอยู่หรือ”
ซื่อจิงกะน้ำหนักค้อนในมือ น้ำเสียงดูไม่พอใจ
“เยี่ยนชิงรังแกน้องแปดอย่างนั้นหรือ”
ชีหานมีใบหน้าเย็นชา ใต้ฝ่าเท้าของเขามีประกายดวงดาวเลือนราง
“เกิดเรื่องสิ่งใดขึ้น เล่าให้ข้าก็ฟังสิ”
อวี๋จิ่วยกกระบี่ยักษ์สีเขียวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
คนกลุ่มหนึ่งล้อมเยี่ยนชิงเอาไว้อย่างไร้เสียง ท่าทางเหมือนหากเขาไม่พอใจจะลงมือทันที
ถังเคอและเหยียนเก๋อที่ยืนอยู่ในระยะไกลเห็นดังนั้นก็รีบชะงักฝีเท้า จากนั้นก็หันมองหน้ากัน แล้วเข้าใจได้ในทันที
“อันตราย”
“อย่ายุ่ง”
น้องแปดยื่นออกมา ปลายนิ้วสั่นเทา
“พี่ พี่…ไม่”
“ข้าไม่ได้รังแกนาง”
เยี่ยนชิงพูดอย่างเด็ดเดี่ยว ลมปราณไม่ได้จางหาย
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เห็นว่าน้องแปดกำลังขยับเข้ามา
“ทุกคนยะ…อยู่ที่นี่พอดีเลย วันนี้ข้าจะอธิบายให้ชัด!”
เยี่ยนชิงดึงสายตากลับมา ใบหน้าเย็นชาไร้ระลอกคลื่น แล้วพูดแทรกคำอธิบายของน้องแปด
“เสินสื่อลำดับที่แปด เจ้าเป็นคนพูดดีกว่า รอยนี้ใครเป็นคนกัด”