ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 11 คิดให้ละเอียด
……………
น้องแปด “!!!”
วินาทีต่อมานางก็กลายเป็นจุดสนใจในทันที
น้องแปดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางขยับลำคอหันไปมองเยี่ยนชิงอย่างแข็งทื่อ
จากนั้นก็เห็นสีหน้าราบเรียบของเยี่ยนชิง ใบหน้าที่ราวกับภูเขาน้ำแข็งของเขานั้นไม่มีความผันผวนเลย
เหมือนเขากำลังรอให้นางพูดด้วยตัวเอง
มุมปากของน้องแปดกระตุกขึ้น
นี่มัน นางควรจะพูดว่าอย่างไรดีล่ะ
เดิมทีนางคิดว่าจะหาโอกาสอธิบายเรื่องนี้ให้กับทุกคนฟัง และชี้แจ้งความสัมพันธ์ของนางกับเยี่ยนชิงให้ทุกคนรู้ว่า พวกนางไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
ตอนนี้มีโอกาสแล้ว ทุกคนอยู่ที่นี่โดยพร้อมเพรียง แต่ผลปรากฏว่า…
ท่ามกลางสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนที่มองมาแฝงด้วยแรงกดดันที่ไม่สามารถอธิบายได้
น้องแปดฝืนยิ้ม
“เป็น…เป็นข้าเอง ข้าไม่ได้ตั้งใจ…แหะๆ เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะ เข้าใจผิดกัน”
หัวซวงซวงกอดพยัคฆ์เหินลมตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน
ซื่อจิงวางค้อนลงกับพื้นเสียงดังลั่น
ชีหานหรี่ตามองเยี่ยนชิงเล็กน้อย
อวี๋จิ่วสะดุดจนเกือบจะทำกระบี่ยักษ์สีเขียวที่พาดบ่าหลุดมือออกไป
นี่หมายความว่า…
สือฟังอ้าปากค้าง
ถ้าเจ้าหุบปากแล้วมันจะตายหรือไม่
ไม่อย่างนั้นก็พูดเสียงเบาลงกว่านี้หน่อยเถอะ!
พูดเสียงดังขนาดนั้น กลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้หรืออย่างไร
คนอื่นๆ ก็มองมาทางพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาแปลกประหลาด
พวกเขาหาเรื่องอีกฝ่ายอยู่ตั้งนาน สุดท้ายนี่เป็นฝีมือของน้องแปดอย่างนั้นหรือ
นี่มัน!
“อะแฮ่ม มันมิใช่อย่างที่พวกท่านคิด!”
น้องแปดรีบอธิบาย
“เมื่อวานนี้เยี่ยนชิงช่วยทำแผลให้ข้า แต่เขามือหนักมาก ข้าจึงโกรธก็เลย”
“ทำแผล?”
จากนั้นสายตาของทุกคนก็ก้มลงมองที่เอวนางทันที
น้องแปดบาดเจ็บที่เอว เรื่องนี้พวกเขาทุกคนล้วนรู้ดี
ถ้าทั้งสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ แล้วจะสามารถ…ทำแบบนี้ได้หรือ
ต้องบอกก่อนว่า แม้น้องแปดจะมีเสน่ห์และน่าหลงใหล ทุกการกระทำทุกรอยยิ้มล้วนงดงาม แต่ความจริงแล้ว หากไม่ใช่คนที่สนิทนางจะเว้นระยะห่างค่อนข้างมาก
คาดไม่ถึงว่าเยี่ยนชิงจะ…
น้องแปดรีบปิดปากทันที ตอนนี้นางรู้สึกปวดหัวมาก
ยิ่งพูดเหมือนยิ่งแย่…
และในตอนนั้นเองเฉินอีก็เดินมาจากด้านหลัง
ดวงตาที่เฉยเมยหันไปมองทางเยี่ยนชิงก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหยุดมองที่รอยแดงบนลำคอของเขาครู่หนึ่ง
ร่างกายของเยี่ยนชิงตึงเกร็งขึ้นมาทันที
เขาพูด
ทันใดนั้นน้องแปดเหมือนได้เห็นญาติสนิทของตัวเอง ดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามาหา
“พี่ใหญ่! ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องเชื่อข้า! เรื่องเมื่อวานนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!”
เฉินอีพยักหน้า เหมือนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเลย
“เดิมทีเรื่องนี้ก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใด คิดว่าแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายคงจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเจ้าหรอก รอให้อาการบาดเจ็บของเจ้าดีขึ้น แล้วค่อยหลอมยาลูกกลอนใส บางทีหลังจากนี้นายท่านอาจจะต้องทานมัน”
ยาลูกกลอนใสไม่นับว่าเป็นยาที่แข็งแกร่งอะไร เพียงแต่มันมีรสชาติเปรี้ยวหวาน ก่อนหน้านี้น้องแปดเคยทำเป็นอาหารว่าง
“ได้เลย! ข้าจะกลับเดี๋ยวนี้!”
ตอนนี้น้องแปดอยากจะออกจากที่นี่จะแย่ ดังนั้นนางจึงรู้สึกซาบซึ้งสำหรับการช่วยเหลือของเฉินอีเป็นอย่างมาก
เฉินอีพยักหน้า
“แม้แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายจะใจกว้าง ไม่ทำให้เจ้าลำบากใจ แต่หลังจากนี้ ความผิดเช่นนี้ห้าม”
“ข้ารับประกันเลย!”
น้องแปดตอบรับทันที
เฉินอีก็มีทีท่าเหมือนจะเห็นด้วย
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี ภายในกลุ่มสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ มีเพียงแค่เจ้า สิบเอ็ด สิบสองที่ล้ำค่ามากที่สุด หากเจ้าชอบก็แย่งชิงมันมา แต่หากเจ้าไม่ชอบก็ทิ้งมันไป”
คำพูดเหล่านี้ค่อนข้างจะตรงไปตรงมา แม้กระทั่งน้องแปดยังชะงักไปเล็กน้อย
“หากมีสิ่งใดที่ทำให้เจ้ารำคาญ เจ้าก็สามารถบอกพวกเรามาได้ตามตรง พวกเราจะอยู่ข้างเจ้าเอง”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็หันมองไปทางเยี่ยนชิงอย่างมีความหมาย
น้องแปดลังเลเล็กน้อย
แม้ก่อนหน้านี้เยี่ยนชิงจะเคยโกหกนาง แต่เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้ว เขาก็มีเหตุผลของเขาอยู่
นางกลอกตาขึ้น จากนั้นก็หันมองทางเฉินอี
“ขอบคุณพี่ใหญ่มาก ข้าเข้าใจแล้ว!”
แต่เมื่อนางพูดจบ นางก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เฉินอีพูดว่า
“เจ้าตามข้ามา มีเรื่องบางอย่างที่ต้องให้เจ้าช่วยจัดการ”
น้องแปดตอบรับทันที จากนั้นทั้งสองคนก็เดินจากไป
เมื่อพวกเขาเดินออกไปแล้ว คนที่เหลือก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย จากนั้นก็แยกย้ายกันออกไป
เพียงแต่ตอนที่พวกเขากำลังจะเดินออกไปนั้น พวกเขายังมองไปที่เยี่ยนชิงด้วยสายตาสื่อความหมาย
มือที่กำด้ามกระบี่ของเยี่ยนชิงชื้นเหงื่อขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็หมุนตัวจากไป
…
ฉู่หลิวเยว่ยืนอยู่ที่ข้างหน้าต่าง พร้อมมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยความสนใจ
จนกระทั่งเงาร่างของเยี่ยนชิงจากไป นางถึงได้ถอนสายตากลับมา จากนั้นนางก็หันไปมองผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของนาง พร้อมเผยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ท่านเทพ คนของเจ้านี่เก่งจริงๆ เลย คิดจะวางกับดักน้องแปดของพวกเราอย่างไร้เสียงเช่นนั้นหรือ”
ก่อนหน้านี้นางก็แค่รู้สึกประหลาดใจ แต่หลังจากผ่านช่วงความเป็นความตาย นางก็สามารถยืนยันการคาดเดาของตัวเองได้
น้องแปดเคยแต่ชนะคนอื่น แต่ตอนนี้นางกลับยากจะขัดขืน
แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ เหมือนตอนนี้นางยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วนี่มันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่อไปกันแน่
หรงซิวเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วพลิกหน้ากระดาษหนังสือในมือ
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นบางๆ
“จะเรียกว่าวางกับดักได้อย่างใด เรียกว่าการพูดความจริงเท่านั้น”
ฉู่หลิวเยว่แค่นหัวเราะ
“ด้วยความแข็งแกร่งของแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย เพียงแค่บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เหตุใดวันนี้ถึงยังรักษาไม่หาย นั่นก็หมายความว่า…เขาเรียนรู้มาจากเจ้า”
หรงซิวหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง ความหมายไม่ได้ชัดเจน
ในตอนนั้นเขาวางหนังสือในมือลงทันที จากนั้นก็ยกมือขึ้นสองข้าง ทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์
“ข้าไม่ได้สอนเรื่องเหล่านี้เสียหน่อย เยว่เอ๋อร์อยากรู้หรือไม่ว่า หากข้าเจอสถานการณ์เช่นนี้ข้าจะทำอย่างใด”
ฉู่หลิวเยว่กวาดสายตามองเขาขึ้นลง
“ไหนลองพูดมาสิ”
หรงซิวยกคางขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เอียงศีรษะ ในน้ำเสียงของเขาแฝงด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นก็ช่วยทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกายของข้าก่อน จากนั้นข้าค่อยคิดให้ละเอียดว่าควรจะทำอย่างใดต่อไป”