ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 27 ได้รับบาดเจ็บ
เยี่ยนชิงกลับมายังที่พักของตัวเอง
เขาอาศัยอยู่บ้านข้างๆ ของอวี๋มั่ว ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังนอนอยู่บนต้นไม้ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นแทนหมอน ขาไขว่ห้างอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว อวี๋มั่วก็หันหน้ากลับไปมอง
จากนั้นก็เห็นว่าเยี่ยนชิงเดินเปิดประตูเข้ามา เขาจึงเผยสีหน้าตกใจอยู่หลายส่วน
“เหตุใดเจ้าถึงกลับมาเร็วขนาดนี้”
เยี่ยนชิงไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง
เมื่อมองจากด้านข้างก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา มีความเย็นยะเยือกที่รอบกายอย่างบอกไม่ถูก
อวี๋มั่วรู้สึกแปลกใจมาก เขาจึงลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ผิวปากว่า
“เฮ้ เจ้าไปตั้งหลายวันกว่าจะกลับมา เหตุใดเจ้าไม่อยู่พูดคุยกับเสินสื่อลำดับที่แปดให้นานกว่านี้หน่อยเล่า”
ไม่หรอกมั้ง
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้า
“นางกำลังยุ่ง”
อวี๋มั่วชะงัก
“นางกำลังยุ่งเรื่องอันใด”
คำพูดของเยี่ยนชิงสั้นและกระชับ
“หลินจือเฟยได้รับบาดเจ็บสลบไป หลังจากนี้นางเป็นคนรับผิดชอบดูแลรักษา”
อวี๋มั่วเบิกตากว้าง
“มิใช่มั้ง?”
พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ใช่ว่าจะไม่มีเซียนหมอคนอื่น แล้วทำไมถึงเลือกน้องแปดได้ล่ะ
คิ้วของเยี่ยนชิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็เดินต่อโดยไม่พูดอะไร
ตอนนี้เขาไม่อยากจะพูดเรื่องนี้อีกต่อไป
อวี๋มั่วดึงตัวเขากลับมา
“เฮ้ ช้าก่อน! เจ้าก็จะปล่อยไปอย่างนี้น่ะหรือ รูปร่างหน้าตาของหลินจือเฟยยอดเยี่ยมเป็นเอก หากได้ดูแลกันทุกวัน…”
เยี่ยนชิงหันกลับมามองเขาด้วยความเย็นชา
อวี๋มั่วกระแอมไอ
“แค่กๆ น้องชาย ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดแทงใจดำเจ้า! เดิมทีเจ้าก็มีหน้าตาไม่เลว เพียงแค่นิสัยแข็งกระด้างเกินไป สีหน้าก็บูดบึ้งเกินไป! เจ้าคิดว่าเจ้าที่มีใบหน้าเย็นชาทั้งวี่ทั้งวันจะมีผู้หญิงคนไหนมาชอบ แม้ว่าหลินจือเฟยจะมีสีหน้าสงบราบเรียบ แต่ร้ายดีอย่างใดเขาก็อ่อนโยนมีมารยาท เจ้าเปรียบเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”
เยี่ยนชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
อวี๋มั่วเกาหัว
“จริงสิก่อนหน้านี้เจ้าจะไปพบท่านเทพมิใช่หรือ ยังไม่ได้พูดออกไปหรืออย่างใด”
เยี่ยนชิงชะงัก
“ค่อยว่ากัน”
อวี๋มั่วมีใบหน้าลังเล
“ยังต้องรออันใดอีก หากช้ากว่านี้เจ้าจะไม่มีภรรยาเอานะ!”
เยี่ยนชิงไม่พูดอะไรอีก เขายกกระบี่ขึ้นแล้วเดินอ้อมอวี๋มั่วออกไป
อวี๋มั่วหลบจากนั้นก็คว้าไหล่ของเขาเอาไว้
“เจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่”
ทันใดนั้นหน้าเขาก็เปลี่ยนสี
ไหล่ซ้ายของเยี่ยนชิงทั้งเหนียวและเปียก
“เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ”
เยี่ยนชิงไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอย่างหมดความอดทน
อวี๋มั่วชะงักไป จากนั้นก็รีบเดินติดตามไปทันที
เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้สังเกต แต่เมื่อมองอย่างละเอียด เขาถึงได้เห็นว่า ริมฝีปากของเยี่ยนชิงซีดขาวเล็กน้อย
เขาถอดเสื้อคลุมของตัวเองออก จากนั้นก็ยกปลายกระบี่ขึ้น เพื่อฉีกแขนเสื้อฝั่งซ้าย เผยร่างกายข้างบนที่บางทว่าแข็งแกร่ง
อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เสื้อผ้าของเขาจึงติดลงไปกับบาดแผล
แต่อย่างไรก็ตามเยี่ยนชิงก็ยังหน้าไม่เปลี่ยนสี เขาฉีกเสื้อเหล่านั้นออกโดยตรง เนื้อที่ถูกดุงออกมาจึงมีเลือดไหล ทำให้ปากแผลเปิดอีกครั้ง
อวี๋มั่วกวาดสายตามอง จากนั้นก็เห็นว่าบาดแผลยาวตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงหน้าอก บาดแผลนั้นฟันผ่านกระดูกไหปลาร้า อยู่ห่างจากหัวใจเพียงแค่หนึ่งชุน
เลือดไหลทะลัก แทบจะทำให้เห็นกระดูกสีขาวที่อยู่ภายใน
อวี๋มั่วขมวดคิ้ว
บาดแผลสาหัสขนาดนี้แต่ทำไมเยี่ยนชิงยังไม่จัดการ เขาเพียงแค่พันผ้าพันแผลอย่างง่ายๆ แล้วกลับมาอย่างนั้นหรือ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถปกปิดมันเอาไว้ได้อย่างดี ถ้าไม่ใช่เพราะอวี๋มั่วดึงไหล่ของเขาเอาไว้ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขากำลังบาดเจ็บ
“บาดแผลนี้เกิดขึ้นได้อย่างใด เจ้าโดนทำร้ายจากอาณาจักรเสิ่นซวี่อย่างนั้นหรือ”
เยี่ยนชิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ไปตักน้ำมาเพื่อเริ่มจากการบาดแผลของตัวเอง
น้ำสะอาดอ่างนั้นกลายเป็นสีแดงเข้มอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เริ่มใส่ยา
อวี๋มั่วนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเขา
“เกิดเรื่องสิ่งใดขึ้น บาดแผลสาหัสขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าเจ้าเพิ่งจะมาทำแผลตอนนี้”
อวี๋มั่วหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
เหมือนว่าสิ่งที่เขากำลังจะจัดการอยู่ไม่ใช่บาดแผลของตัวเอง แต่เป็นบาดแผลของคนอื่น
รอจนกระทั่งเขาใส่ยาเสร็จเรียบร้อย เขาจึงพูดว่า
“เวลามีน้อย”
คำพูดสั้นๆ ไม่กี่คำ แต่กลับทำให้อวี๋มั่วชะงักไป
พวกเขาทำงานด้วยกันมาหลายปี เขาแทบจะเข้าใจความหมายของเยี่ยนชิงได้ในทันที
น่าจะเป็นเพราะว่าสถานการณ์ของอาณาจักรเสิ่นซวี่เร่งด่วน กอปรกับหลินจือเฟยได้รับบาดเจ็บสาหัส รอช้าไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาจัดการกับบาดแผลของตัวเอง
ด้วยนิสัยของเยี่ยนชิงแล้ว หากเขาจะทำเรื่องเช่นนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ
แต่…
“เสินสื่อลำดับที่แปดรู้เรื่องนี้หรือไม่”
เยี่ยนชิงเริ่มพันผ้าพันแผล เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ใบหน้าไร้อารมณ์
“ไม่รู้”
…
“เยี่ยนชิงได้รับบาดเจ็บ เหตุใดเจ้าไม่บอกข้า”
ฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวเดินจับมือกันออกมา
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท บางครั้งก็จะเห็นกลีบดอกท้อสีขาวชมพูปลิวลงมา ร่วงหล่นบนหินสีเขียว ซึ่งเป็นความแตกต่างที่งดงาม
“แม้กลิ่นคาวเลือดจะถูกเขาระงับลงไปแล้ว แต่…อาการค่อนข้างสาหัสเลยทีเดียว”
หรงซิวจับมือนางแล้วเลิกคิ้วขึ้น
“เขาไม่ได้อยากให้ใครรู้ แล้วเหตุใดข้าต้องเปิดเผยด้วย”
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
แม้จะพูดเช่นนั้นก็ตาม แต่เรื่องอาการบาดเจ็บ…
“หากเขาอยากพูด เขาก็คงพูดออกมาเอง”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“เจ้าหมายความว่า…”
หรงซิวยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่หลิวเยว่ก็พูดขึ้นอย่างเงียบเชียบว่า
“ท่านเทพ ปกติแล้วท่านกับคนของท่าน…คิดมากขนาดนี้ไหม”
หรงซิวพูด
“ไม่หรอก เดิมทีเขามีนิสัยอย่างนี้อยู่แล้ว ได้รับบาดเจ็บก็ไม่เคยพูด เพียงแต่ว่าอีกไม่นานเขาคงรู้แล้วว่า เรื่องบางอย่างจำเป็นต้องพูด หากมีบาดแผลก็ต้องเปิดเผยออกไป”
ฉู่หลิวเยว่
“…น้องแปดของพวกเราน่าสงสารจริงๆ”
เมื่อพูดจบนางก็หยิบบ๊วยอ่อนออกมาจากแขนเสื้อแล้วเอาเข้าใส่ปากทันที
ความหวานและเปรี้ยวฟุ้งกระจายทั่วช่องปาก
นางหยีตาลงเล็กน้อย
หรงซิวที่มองหน้านางก็ชะงักตัวไป
ฉู่หลิวเยว่หันกลับมามองด้วยความมึนงง
“เป็นอันใดไปหรือ”
แก้มของนางยังคงพองกลมอยู่ คำพูดก็พูดได้ไม่ชัดเจน
หรงซิวเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“เยว่เอ๋อร์ แทนที่เจ้าจะเป็นห่วงคนอื่น เจ้าหันมาดูแลสามีของตัวเองให้มากหน่อยจะดีกว่า”
ฉู่หลิวเยว่เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ท่าทางไม่เข้าใจ
“หมายความว่าอย่างใด”
ทั้งโลกหล้านี้คือของเขา แล้วยังจะมีอะไรต้องกังวลอีก
คิ้วของหรงซิวขยับขึ้นเล็กน้อย
เป็นไปได้อย่างมากว่าเขาจะต้องถูกคนอื่นบอกว่าไร้น้ำยา
……………