ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 30 เสียใจภายหลัง
ตอนพิเศษ ตอนที่ 30 เสียใจภายหลัง
……………
เหตุใดถึงโกรธ
น้องแปดตกตะลึงกับคำถามนี้
นางหันไปมองทางเยี่ยนชิงโดยไม่รู้ตัว แต่กลับเห็นว่าภายในรูม่านตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง
ดวงตาของเขามีสีสว่าง ตอนนี้เหมือนถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์บางๆ และตกลงไปในห้วงน้ำของจันทรา ที่ทั้งเย็นยะเยือกและสว่างแต่กลับยากจะเข้าใจ
ปกติแล้วเขามักจะไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่ในตอนนี้เมื่อสบตากับอีกฝ่าย นางกลับรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างเผาไหม้
“พะ…เพราะเจ้าโกหกข้า!”
นางหลบสายตาของเยี่ยนชิงทันที หลังจากนั้นก็พูดออกมาประโยคหนึ่งอย่างรีบร้อน
เยี่ยนชิงครุ่นคิด นี่ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ
เขาจึงพูดอีกครั้งด้วยความใจเย็นว่า
“หลินจือเฟยได้รับบาดเจ็บจนสลบไป สถานการณ์ร้ายแรง ในตอนนั้นข้าไม่สามารถพูดอันใดออกไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น”
เขาชะงักไปเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้บาดเจ็บแบบนี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยมาแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง และไม่ได้โกหกเจ้า”
คำพูดของเขาทำให้น้องแปดรู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกไม่เข้าใจเยี่ยนชิงมาก ทำไมถึงรู้ว่าตัวเองบาดเจ็บแล้วไม่พูด
ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้นางก็วู่วามมากเกินไป การที่วิ่งเข้ามาถามโต้งๆ แบบนั้น ทำให้…นางลืมสังเกตด้วยซ้ำว่าเขาใช้แขนข้างขวาฝึกกระบี่
ท่าทางกำเริบเสิบสานที่เคยมีจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขามองพื้นแล้วกระแอมไอเล็กน้อย
“อืม อย่างนี้นี่เอง…”
“ถ้าไม่เป็นอันใดแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็”
“ไม่เป็นอันใด แค่บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น”
เยี่ยนชิงตอบขึ้นอย่างใจเย็น
เดิมทีน้องแปดตั้งใจจะกลับแล้ว แต่หลังจากได้ยินคำพูดนั้น นางก็นึกถึงคำพูดของเจี่ยนเฟิงฉือขึ้นมาได้
จะเป็นบาดแผลเล็กน้อยได้อย่างไร
นางทอดสายตาไปมองทางไหล่ของเขา
จากนั้นก็สูดลมหายใจลึกๆ แล้วพูดว่า
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอดูหน่อย”
เยี่ยนชิงตกตะลึงไป แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เข้าใจความหมายของนาง
เขาลังเลอยู่สักพัก จากนั้นจะส่ายหน้า
“ไม่เป็นอันใด เมื่อเปรียบเทียบกับบาดแผลของหลินจือเฟยแล้ว บาดแผลของข้านั้นไม่นับว่าเป็นอันใดเลย”
“หลินจือเฟยก็คือหลินจือเฟย เจ้าก็คือเจ้า!”
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องบาดแผลแบบนี้สามารถเอามาเทียบกันได้อย่างใด
น้องแปดเห็นท่าทีเฉยเมยของเขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมา
จากนั้นนางก็คว้าแขนของเยี่ยนชิง ก่อนลากเข้าไปในห้องและกดให้เขานั่งลงบนเก้าอี้
ภายในห้องมีแสงไฟส่องสว่าง เงาร่างทับซ้อน
จากนั้นนางก็ยืนกอดอกตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า
“ถอดเถอะ!”
…
น้องแปดสาบาน ตอนที่นางพูดประโยคนั้นนางไม่ได้มีความคิดอื่นแอบแฝงเลย
อากาศเย็นสบาย เยี่ยนชิงสวมเพียงเสื้อบางๆ ตอนที่เขาเคลื่อนไหวนั้น นางก็สามารถมองเห็นกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้เสื้อของเขาได้
อาจจะเป็นเพราะเขาใช้มือข้างซ้ายไม่สะดวก เขาวางกระบี่ลงบนโต๊ะ หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มปลดกระดุมด้วยมือข้างขวา
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เหมือนต้องการจะปลดกระดุมเม็ดบนสุดออกก่อน
แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าเย็นชาและหล่อเหลาของเขา สันจมูกโด่ง สันกรามเรียบ
ลูกกระเดือกโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
น้องแปดจับจ้องตาเป็นมัน ทันใดนั้นภายในสมองของนางก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้น ไม่รู้ว่าถ้าสัมผัสไปแล้วจะรู้สึกอย่างไร…
แต่นางก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
บ้าไปแล้ว!
คาดไม่ถึงว่านางจะมีความคิดแบบนี้
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความสนใจของนางก็ถูกดึงออกไปในทันที เยี่ยนชิงปลดกระดุมเม็ดแรกออกเรียบร้อยแล้ว
และกำลังเริ่มเม็ดที่สอง
เขาหันศีรษะไปด้านข้าง ภายใต้คอเสื้อที่หลวมเล็กน้อย ทำให้มองเห็นกระดูกไหปลาร้าอย่างชัดเจน
ร่างกายที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้าเหมือนว่ามีพลังอันแข็งแกร่งซ่อนอยู่
หลังจากนั้นนางก็คิดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมีกระดูกไหปลาร้าที่สวยขนาดนี้…
เหมือนเยี่ยนชิงไม่ได้สังเกตเห็นถึงสีหน้าของนางเลย
แกร๊ก
เสียงที่แผ่วเบาดังขึ้น
น้องแปดชะงักไป จากนั้นก็เห็นว่าเยี่ยนชิงปลดเข็มขัดหยกรอบเอวออกแล้ว
จากนั้นเขาก็วางเข็มขัดหยกลงบนโต๊ะ วางต่อหน้าต่อตานาง
นางเหลือบสายตาไปมอง จากนั้นก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่นางยื่นมือออกไปเกี่ยวเข็มขัดหยกของเขา
ใบหน้าของนางเห่อร้อนขึ้นมาทันที
นางตกใจสะดุ้งเฮือก จากนั้นก็รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที
เยี่ยนชิงสวมเสื้อสีดำอยู่ด้านใน แม้ว่ามันจะหลวม แต่ก็สามารถเห็นเอวของเขาได้อย่างเลือนราง
ตำแหน่งไหล่ซ้ายของเขานั้นแปลกตาไปจริงๆ
ดูเหมือนว่าเพราะพันผ้าพันแผลเอาไว้
นางพูดว่า
“ไม่ได้ ถ้าต้องการดูบาดแผลของเจ้า หากเป็นแบบนี้แล้วจะดูอย่างใด”
เยี่ยนชิงชะงักไป สุดท้ายก็ถอดเสื้อตัวในออก
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน แสงจันทร์ประสาน เงาต้นไม้กำลังร่ายรำ
ภายใต้แสงไฟ ร่างกายที่ผอมทว่าแข็งแกร่งก็ปรากฏแก่สายตาของนาง
ในวันปกติแล้ว เขาดูเหมือนเป็นคนผอม แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าถึงได้รู้ว่า กล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้นั้นงดงามขนาดไหน รวมถึงพลังที่ซ่อนอยู่ก็ไม่อาจดูเบาได้เลย
น้องแปดชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เห็นผ้าพันแผลที่พันอยู่บริเวณไหล่ซ้าย
ด้านบนมีเลือดซึมออกมา
นางขมวดคิ้วขึ้น แล้วสาวเท้าขึ้นมาด้านหน้า
“เหตุใดบาดแผลถึงมีเลือดไหลอีกแล้วล่ะ”
นางถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“จะต้องเป็นเพราะเจ้าฝึกกระบี่เมื่อครู่นี้อย่างแน่นอน”
ต่อให้จะไม่ได้ใช้ข้างซ้าย แต่ถ้าเขาฝึกกระบี่ล่ะก็ อย่างน้อยก็ต้องกระตุ้นเลือดลม และทำให้บาดแผลแย่ลงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องปกติแล้ว
เยี่ยนชิงมองด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
“อาจจะเป็นเช่นนั้น”
นางยื่นมือออกไปแกะผ้าพันแผลของเขาออก และตั้งใจจะทำแผลให้ใหม่อีกครั้ง
นางโมโหขึ้นมาอีกแล้ว
แต่หลังจากนั้นไม่นานความโมโหของนางก็จางหายไป
บาดแผลที่ลึกจนสามารถมองเห็นกระดูก ลากยาวตั้งแต่ไหล่ซ้ายไปจนถึงหน้าอก
ต่อให้เขาจะใส่ยาแล้ว แต่มันก็ยังน่าตกใจอยู่ดี
น้องแปดเคยคาดเดาเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่เมื่อมาเห็นของจริงหัวใจของนางก็ยังสั่นสะท้านอยู่ดี
บาดแผลเช่นนี้…
หากเลวร้ายกว่านี้อีกนิดล่ะก็ ไหล่ของเขาจะต้องถูกฟันขาดทั้งหมด บาดแผลแทงทะลุเข้าหัวใจ
แต่คาดไม่ถึงว่าเขา…ยังจะอดทนมันต่อไป
ถ้าไม่ใช่เพราะเจี่ยนเฟิงฉือก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งบาดแผลยังสาหัสและทรมานถึงขนาดนี้
น้องแปดเม้มริมฝีปาก ภายในใจรู้สึกหน่วงมาก
เหมือนจะเป็นความโกรธที่ไม่มีที่ระบาย
นางรู้สึกปวดใจอยู่ลึกๆ แต่พูดไม่ออกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร
นางไม่ได้พูดอะไรสักคำ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปหยิบน้ำร้อนและผ้าเพื่อช่วยเขาเช็ดเลือดที่ไหลออกมา
การเคลื่อนไหวของนางแผ่วเบามาก ภายในห้องไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่คำเดียว มันเงียบมาก
หลังจากผ่านไปไม่นาน เยี่ยนชิงก็เงยหน้าขึ้นมองนาง แต่กลับเห็นว่านางกำลังก้มมองลงต่ำ ขนตาหนากระพือเล็กน้อยเหมือนกับผีเสื้อที่กำลังโผบิน
ความจริงแล้วเขาอยากเห็นสีหน้าของนางในตอนนี้มาก
แต่นางกำลังมีสมาธิจดจ่อ หลังจากทำความสะอาดบาดแผลเสร็จแล้ว นางก็ใส่ยาอีกครั้ง
เมื่อผงแป้งกระทบลงบนบาดแผล ร่างกายของเขาก็ตึงเกร็งขึ้นมาทันที กล้ามเนื้อกระตุกเล็กน้อย
การเคลื่อนไหวเหล่านี้เล็กน้อยมาก แต่น้องแปดสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
นางหยุดชะงักไปชั่วคราว จากนั้นก็ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
ทั้งสองคนนั่งใกล้กันมาก
ตอนที่นางใส่ยา ลมหายใจอุ่นๆ ก็ปะทะเข้ากับร่างกายของเขา มือที่ละเอียดอ่อน ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาเล็กน้อย
นอกจากความเจ็บปวด อาการคันเหล่านั้นก็ค่อยๆ แผ่กระจายออกไป
เยี่ยนชิงรู้สึกเสียใจขึ้นมาในทันที
……………