ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 29 โกรธ
ตอนพิเศษ ตอนที่ 29 โกรธ
……………
“เจ้าไม่รู้หรือ”
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“เขามาพร้อมกับหลินจือเฟยมิใช่หรือ หลินจือเฟยได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่บาดแผลของเขาก็ไม่ได้เบาเลย”
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นมือออกมาชี้ทางไหล่ซ้ายแล้ววาดลง
“บาดแผลถูกฟันของเขายาวขนาดนี้ อยู่ห่างจากหัวใจเพียงแค่นิดเดียว อีกทั้งเหมือนว่าเขาต้องรีบกลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุด เขาบาดเจ็บขนาดนั้นก็ยังไม่ยอมทำแผลดีๆ อาการของเขาจึงแย่ลงมาก เมื่อครู่นี้ข้าจึงต้องใช้เวลาไปไม่น้อย”
น้องแปดชะงักค้างไปเจี่ยนเฟิงฉือ หัวใจสั่นสะท้านไปทันที
ใช่แล้ว พวกเขากลับมาพร้อมกัน แต่ทุกคนรู้ว่าหลินจือเฟยได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไป แต่ไม่มีใครสังเกตถึงบาดแผลของเยี่ยนชิงเลย…
จากสิ่งที่เจี่ยนเฟิงฉือเล่ามา เหมือนว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่คาดไม่ถึงว่า…นางจะมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
เจี่ยนเฟิงฉือมองหน้านาง แล้วเหมือนตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“พวกเจ้า…ไม่ได้ช่วยเขาทำแผลอย่างนั้นหรือ”
น้องแปดรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นางงอนิ้วลงเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเบาว่า
“…ข้าคิดไม่ถึงว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ…”
เขาคือแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย เป็นกระบี่ที่คมที่สุดของท่านเทพ เป็นกระบี่ที่ไม่มีวันหัก
เขาจะได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร อีกทั้งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าผิดปกติอะไรออกมาเลย
น้องแปดขมวดคิ้ว
เขา…อดทนมันเอาไว้อย่างนั้นหรือ
เจี่ยนเฟิงฉือหัวเราะเยาะ
“หัวใจของเจ้ามีอคติเกินไปแล้ว”
น้องแปดได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง นางต้องการจะเอ่ยปากเถียงทันที
แต่ตอนนั้นนางก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าอย่างไร นางรู้สึกว่าตัวเองมีชนักติดหลัง ความรู้สึกผิดปกคลุมที่หัวใจ
นอกจากนี้แล้ว เหมือนว่า…มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
แต่หัวใจของเธอก็ยังรู้สึกสับสนวุ่นวาย
นางยังคงลังเลอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง และปากแข็งอยู่หลายส่วน ก่อนพูดว่า
“ใคร ใครใช้ให้เขาไม่พูดกันล่ะ…ช่างเถอะ ข้าจะไปดูเอง”
เจี่ยนเฟิงฉือกวาดสายตามองขึ้นลง
การที่บรรพบุรุษตัวน้อยคนนี้จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ได้เป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง คำพูดที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ เขาแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจทำให้นางรู้สึกผิด
ท้ายที่สุดแล้วเยี่ยนชิงคนนั้นก็สามารถอดทนได้อยู่แล้ว
หลินจือเฟยอาการบาดเจ็บสาหัสกว่าเขา และเขาก็ไม่ใช่คนที่พูดอะไรมากอยู่แล้ว
หากไม่ใช่สถานการณ์ร้ายแรง เกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่เรียกเขาไปแน่นอน
เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ต้องหรอก ข้าช่วยเขาจัดการแผลหมดแล้ว ดูแลรักษาสองสามเดือนก็น่าจะหายดี”
ด้วยความแข็งแกร่งระดับเยี่ยนชิง หากต้องใช้เวลารักษานานขนาดนั้นแปลว่าบาดแผลนี้ต้องสาหัสมากแน่นอน
เจี่ยนเฟิงฉือหันไปมองท้องฟ้า
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถอะ ข้าจะเฝ้าที่นี่เอง”
น้องแปดตอบรับหนึ่งคำ
“อื้ม”
และไม่มีอารมณ์จะโต้เถียงกับเขาต่อ ดังนั้นนางจึงหมุนตัวเดินจากไป
“จริงสิ ทางด้านของเยี่ยนชิงต้องการยาบรมวิสุทธิ์ หลังจากนี้ข้าต้องรบกวนให้เจ้าดูแลหลินจือเฟยให้มากหน่อย ข้าจะต้องใช้เวลาไปหลอมโอสถให้เขา”
ยาบรมวิสุทธิ์เป็นยาที่ล้ำค่ามาก ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม คนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่สามารถรับยาตัวนี้ไหว
นอกเสียจากจะต้องใช้มันจริงๆ
น้องแปดกัดริมฝีปากแล้วพูดอย่างฉุนเฉียว
“เข้าใจแล้ว!”
…
ตอนที่ม่านราตรีมาถึง น้องแปดก็ได้อาบน้ำสระผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางนอนอยู่บนเตียงเตรียมตัวพักผ่อน
นางรู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไม นางพลิกตัวไปมาก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี
เมื่อถึงระดับหนึ่งความรู้สึกง่วงงุนก็จางหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
นางลืมตาขึ้นมองภายในห้องที่มืดสนิท
คำพูดของเจี่ยนเฟิงฉือดังก้องอยู่ในหูของนางเป็นบางครั้ง สลับกับภาพเหตุการณ์ที่นางทะเลาะกับเยี่ยนชิงเมื่อตอนกลางวัน
แน่นอนว่า หากพูดให้ถูกต้อง นั่นไม่ใช่การทะเลาะ เป็นเพียงแค่นางใส่อารมณ์อยู่ฝ่ายเดียว
หากครุ่นคิดให้ดีแล้ว เยี่ยนชิงไม่ได้โมโหนางเลย อีกทั้งยังไม่ได้พูดจาแรงๆ กับนางสักประโยค
เขาเป็นคนที่นิสัยใจเย็นมาก ดื้อรั้น หัวแข็ง และยังหัวโบราณ หากสามารถลงมือทำได้เขาจะไม่เปลืองคำพูดเลยสักคำ
ก่อนหน้านี้นางพูดไปตั้งมากมายขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเขาอดทนได้อย่างไร…
น้องแปดลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ
แค่ไปเยี่ยมไม่มีใครตายสักหน่อย!
นอกจากนี้ เขายังเคยบุกห้องนางในยามวิกาลมาแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็สบายใจขึ้นมาก จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปด้านนอก
…
น้องแปดรู้สึกโมโหมาก นางไม่รู้ว่าทำไมจะต้องกลัวคนอื่นรู้และทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย
ระหว่างทางที่เดินไปนางยังคงรู้สึกสับสนอยู่ แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ในที่สุดนางก็มาถึงแล้ว
เมื่อเห็นประตูเรือนที่ปิดสนิทอยู่ไม่ไกลจากนาง ในที่สุดหัวใจก็สงบลงแล้วคิดว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว
จากนั้นนางก็สาวเท้าไปด้านหน้า
ขณะที่นางกำลังจะเคาะประตู แต่กลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาจากด้านใน
นางชะงักไป จากนั้นก็เอาหูแนบกับประตูครู่หนึ่ง
เสียงลมตัดผ่านอากาศ
เหมือนกับ…
กำลังฝึกกระบี่?
แม้ว่ายังคงมีประตูกั้น แต่นางก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงปรานกระบี่ที่น่าตกตะลึง
นางเบิกตากว้างขึ้น
ฝึกกระบี่ในตอนนี้นะหรือ เขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไร
นางผลักประตูเข้าไปทันทีโดยไม่คิด
“เยี่ยนชิง! เจ้ากำลังทำอันใดอยู่!”
ขณะที่นางผลักประตูเข้าไป เยี่ยนชิงยกกระบี่ขึ้นแล้วเก็บกระบี่เข้าฝัก
เขาหันหน้ามามอง เมื่อเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายคือ น้องแปด ใบหน้าของเขาก็เผยความประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้ามาได้อย่างใด”
แสงจันทร์เหมือนสายธาร สาดกระทบและปกคลุมร่างกายของเขาเหมือนกับม่านน้ำแข็งบางๆ หนึ่งชั้น
น้องแปดที่ถูกถามก็สำลัก
แต่ในตอนนี้นางกำลังรู้สึกผิด ดังนั้นจึงไม่ได้วิ่งหนี แต่กลับพูดจาอย่างกำเริบเสิบสานมากกว่าเดิม
นางไม่ได้ตอบคำถามของเยี่ยนชิง เพียงแต่เดินเข้าไปหา และหยุดอยู่ตรงหน้าที่ห่างจากเขาสามก้าว
ริมฝีปากของเยี่ยนชิงเม้มขึ้นเล็กน้อย
น้องแปดมองเห็นปฏิกิริยาของเขา ดังนั้นจึงรู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
“เจ้าพูดออกมา!”
คนผู้นี้มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ถามสามประโยค แต่ไม่ได้คำตอบเลยแม้แต่ประโยคเดียว
นางสาวเท้าขึ้นไปด้านหน้าอีกก้าว ทำให้ได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นขมของโอสถบนร่างกายของเขา
เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกโมโหมากกว่าเดิม
“เหตุใดตอนนี้ถึงไม่ปิดบังมาแล้วล่ะ”
เยี่ยนชิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
“ก่อนหน้านี้เพียงแค่ยุ่งเท่านั้นจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ตัวข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเลย”
น้องแปดแค่นหัวเราะเสียงเย็น คำพูดนี้ไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย
นางขยับตัวเข้าใกล้อีกครั้ง ตอนนี้ระยะห่างของทั้งสองคนห่างกันเพียงแค่ครึ่งช่วงไหล่เท่านั้น
นางเอียงศีรษะ เส้นผมปลิวลอยตามลม
ภายใต้แสงจันทร์ นางยังคงมีเสน่ห์เหมือนเดิม ในแววตาเหมือนมีประกายเพลิงลุกโชน แสงจันทร์สว่างจุดน่าตกใจ
“เยี่ยนชิง เจ้ารู้สึกว่าข้าเก่งไม่พอ ไม่มีคุณสมบัติที่จะดูแผลของเจ้า ฐานะของข้าก็ยังสูงไม่เทียบเท่า ไม่มีคุณสมบัติที่จะช่วยเจ้ารักษาบาดแผลใช่หรือไม่”
นางหลุบตาลงต่ำ สายตากวาดมองกระบี่ที่อยู่ในมือของเขา ใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“หรือว่า…เจ้าไม่ได้ต้องการแขนข้างนี้อีกต่อไปแล้ว”
คำถามเช่นนี้แฝงไปด้วยความโกรธอย่างปิดบังไม่มิด อีกทั้งยังตรงไปตรงมามาก
รอบข้างปกคลุมด้วยความเงียบ
แสงจันทร์ลอดผ่านกิ่งไม้ เงาร่างทอดยาวบนพื้น ลมเย็นๆ พัดพริ้วไหว
เยี่ยนชิงมองหน้านาง
จากนั้นเขาก็พูดว่า
“ข้าใช้แขนข้างขวาฝึกกระบี่”
น้องแปดชะงักไป
“ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นคือแขนข้างซ้าย”
“ดังนั้นไม่เป็นอันใดหรอก”
น้องแปดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาแทน!
มือข้างที่ถือกระบี่ของเยี่ยนชิงปล่อยและกระชับให้แน่นขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็หันมองหน้านางพร้อมถามว่า
“เจ้ากำลังโกรธ”
“แล้วอย่างใด”