ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 54 การเผชิญหน้ายามค่ำคืน
ตอนพิเศษ ตอนที่ 54 การเผชิญหน้ายามค่ำคืน
……………
ในที่สุดหรงซิวก็ตระหนักได้ว่า บรรพบุรุษน้อยทั้งสองท่านนี้ เหมือนว่าจะเอาใจยากกว่าที่คิดเอาไว้
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็มองแววตาที่กระจ่างชัดของฉู่หลิวเยว่ ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้
“ได้”
ทำได้เพียงรอต่อไป
ไม่ว่าอย่างไร…เขาก็เคยชินไปแล้ว
หรงซิวครุ่นคิดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ฉู่หลิวเยว่มองใบหน้าที่ปกคลุมด้วยเหงื่อบางๆ ของเขา กรามยังคงขบแน่นเล็กน้อย ทั้งปวดใจและน่าขำมาก
นางรีบเข้าไปกอดเขา จากนั้นก็ลูบลำคอของเขาเบาๆ
“ท่านพ่อของเด็กๆ เก่งมาก!”
หรงซิว “…”
เขาไม่ได้อยากรับคำชมในเวลานี้นี่นา
น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้เขาพูดอะไรแล้ว
เขาลูบผมที่อ่อนนุ่มของนางเบาๆ เมื่อได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยจากตัวของนาง ความกระวนกระวายภายในใจก็สงบลงไม่น้อย
“เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย”
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ
“มีอันใดหรือ?”
หรงซิวงอนิ้วเล็กน้อยแล้วเคาะที่หน้าผากของนาง
“จะไปหาอวิ๋นมู่เฉินเพื่อพูดคุยกันหน่อย”
หากประกายเพลิงลุกโชนมากเกินไป ก็ต้องหาที่ระบาย
ฉู่หลิวเยว่สามารถนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ทั้งสองคน “พูดคุย” กันได้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจอวิ๋นมู่เฉินอยู่ไม่น้อย
นางพยักหน้าด้วยความกังวล
“ระวังตัวด้วย อย่าทำให้เขาถึงตายล่ะ”
หรงซิวพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
…
ดังนั้นวันนี้ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดกระแสคลื่นโหมซัดสาด
ท่านเทพกับคุณชายอวิ๋นพูดคุยกันยากจะเข้าใจ หลังจากการสนทนาอย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วคุณชายอวิ๋นก็รีบให้คนมาเย็บกระโปรงตัวเล็กทั้งวันทั้งคืนเพื่อเป็นการขอบคุณ และมอบให้กับท่านเทพและเทพเยว่
เมื่อได้ยินข่าวนี้ แน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็นั่งไม่ติดพื้น
คนแรกที่สามารถดึงสติกลับมาได้ก็คือ ฉู่หนิง
เขาขอเข็มกับด้ายและผ้าเนื้อนุ่มจำนวนไม่น้อยจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นรีบนำกลับพักของตัวเอง ก่อนจะเริ่มเย็บถุงเท้าคู่น้อยๆ ให้อีกฝ่าย
ซั่งกวนโหยวได้ยินข่าวดังนั้นก็รีบให้คนไปสืบเรื่องราวมาทันที
เดิมทีเขาคิดว่า ฉู่หนิงที่เป็นผู้ชายตัวใหญ่ไม่น่าจะทำเรื่องเช่นนี้ได้ แต่ในตอนที่เห็นถุงเท้าที่งดงามและประณีต ซั่งกวนโหยวก็รู้สึกไม่ดีอย่างมาก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่ด้านข้างยังมีชุดเล็กๆ อีกหนึ่งชุด มีกระทั่งเอี๊ยมปักรูปเป็ดสีเหลือง!
และในมือของฉู่หนิงมีสิ่งที่เหมือนกันนี้ถึงสองชุด
ซั่งกวนโหยวตกใจเบิกตากว้าง มือสั่นสะท้านเล็กน้อย
“เจ้าเย็บมันทั้งหมดด้วยตนเองน่ะหรือ?”
ฉู่หนิงเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าราบเรียบ แต่กลับเห็นความภาคภูมิใจและโอ้อวดอยู่เล็กน้อย
ฉู่หนิงมีความสามารถเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าฉู่หลิวเยว่สูญเสียมารดาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นฉู่หนิงจึงเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว
เรื่องดูแลลูกสาวเพียงคนเดียว เขาเก่งกาจมาก
เดิมทีซั่งกวนโหยวต้องการจะสอดส่องศัตรู แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป เดิมทีตัวเขาไม่อาจเอาชนะได้เลย ในที่สุดเขาก็ต้องกลับไปด้วยความอับอาย
หลังจากเขาทำงานตรากตรำมาสามวันสามคืน นอกจากนิ้วมือจะมีรูหลายสิบรูแล้ว ก็ไม่มีสิ่งของกลายเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ซั่งกวนโหยวครุ่นคิดอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็ค้นพบหนทาง และเริ่มเข้าไปอ่านหนังสือให้กับฉู่หลิวเยว่ฟัง
เรื่องบางเรื่องเขาไม่สามารถทำได้ เขาสามารถหาสิ่งที่ตัวเองถนัดพบ!
แต่ช่วงเวลาดีๆ เหล่านี้ก็อยู่ได้ไม่นาน
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่ามีคนแข่งขันกับเขาเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก รวมถึง…องค์ไท่จู่ด้วย
ช่วยไม่ได้ วันๆ หนึ่งฉู่หลิวเยว่มีเวลามากมาย พวกเขาไม่สามารถแย่งหรงซิวได้ และยิ่งไม่สามารถแย่งตู๋กูโม่เป่า ดังนั้นเวลาที่เหลือที่อันมีอยู่อย่างจำกัด พวกเขาก็ต้องผลัดเปลี่ยนกันมา
แม้จะเศร้าใจแต่ก็ไม่ท้อถอย!
ว่ากันว่าระหว่างตั้งครรภ์ เด็กน้อยสามารถได้ยินเรื่องภายนอกแล้ว พูดมากๆ สักหลายประโยคก็ถือเป็นการสร้างความประทับใจให้กับเด็กน้อย?
ดังนั้นทำให้การแข่งขันในด้านนี้ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ดุเดือดมากยิ่งขึ้น
…
ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงแบบนี้ งานแต่งงานของเสินสื่อลำดับที่แปดกับแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายก็ใกล้เขามาถึงแล้ว
ก่อนงานวันแต่งงานหนึ่งวัน ทุกพื้นที่ประดับประดาด้วยโคมไฟ ครึกครื้นเป็นอย่างมาก
ในที่สุดจื่อเฉินและถวนจื่อก็กลับพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว
ทั้งสองคนยังไม่ทันเดินทางมาถึงประตูสวรรค์ พวกเขาก็ได้ยินเสียงความครึกครื้นแล้ว แสงไฟสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า เปล่งประกายสะดุดตา
ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ท้องฟ้ามืดดำเล็กน้อย ดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าก็เปล่งประกายขึ้นมา
อีกฝ่ายสวมชุดสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา
อู่เหยายิ้มออกมา ก่อนกล่าวทักทาย
“จื่อเฉิน!”
จื่อเฉินมองเห็นเขาแล้ว แววตาเย็นชามีประกายอบอุ่นขึ้นหลายส่วน จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้
“ก่อนหน้านี้ได้ยินนายท่านพูดว่าเจ้าฟื้นตัวแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้พบกันเลย ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอกันแล้วนะ!”
อู่เหยาพูดไปด้วย พร้อมเดินเข้ามาหา เสียงหัวเราะดังกังวานสดใส
จื่อเฉินคือสัตว์อสูรในพันธสัญญาของนายท่าน ร่วมเป็นร่วมตายมาหลายปี สิบสามผู้พิทักษ์เยว่เห็นว่าจื่อเฉินเป็นครอบครัวเดียวกันมาตั้งนานแล้ว
เมื่อตอนนี้เขาปลอดภัยแล้ว ดังนั้นพวกเขาย่อมดีใจ
งานมงคลซ้อนงานมงคล
“จริงสิ ถวนจื่อล่ะ?”
ทันใดนั้นอู่เหยาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นเขาจึงเกาศีรษะตัวเอง
“นางกลับมากับเจ้าไม่ใช่หรือ?”
คำถามเพิ่งจบ จื่อเฉินยังไม่ทันได้พูดอะไร ด้านหลังของจื่อเฉินก็มีศีรษะเล็กๆ ปรากฏออกมา
ใบหน้างดงามสะท้อนเข้าดวงตาของเขา
“พี่อู่เหยา!”
อู่เหยาตกใจมาก
เมื่อครู่นี้เขารู้ว่ามีคนอยู่ด้านหลังจื่อเฉิน แต่ก็เห็นว่าเป็นแม่นางน้อยคนหนึ่ง เขาจึงคิดว่าจื่อเฉินนำสหายกลับมาด้วย ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
แม่นางตรงหน้าคนนี้…มีน้ำเสียงที่คุ้นเคยยิ่งนัก
อีกทั้งใบหน้า และลมปราณบนร่างกาย…
ถวนจื่อกะพริบตาปริบๆ
“ข้าเอง! พี่อู่เหยาจำข้าไม่ได้หรือ?”
อู่เหยากุมหน้าอกของตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เรื่องเหล่านี้มันน่าตกใจมากเกินไป จนเขาทนรับไม่ไหวอยู่ครู่หนึ่ง!
นี่เพิ่งผ่านมาไม่นานเอง แต่ทำไมเสี่ยวถวนที่ตัวขาวๆ นุ่มนิ่มกลับโตขึ้นจนกลายเป็นสาวงามแบบนี้ล่ะ?
ถวนจื่อกลับอยากจะวิ่งเข้าไปด้านในจนทนไม่ไหวแล้ว
“อาเยว่! ข้าไม่ได้เจออาเยว่มานานมากแล้ว!”
อู่เหยาพูดขึ้นมาทันทีว่า
“นายท่านอยู่ที่ตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่านใบหูไป
ถวนจื่อหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
อู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย ไม่สามารถดึงสติกลับมาได้
จื่อเฉินอธิบายให้ฟังสั้นๆ อยู่สองสามประโยค จากนั้นก็รีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว
อู่เหยาฟื้นขึ้นสติกลับมาได้อย่างยากลำบาก จากนั้นเขาก็ตบต้นขาของตัวเอง
“ไอ้หยา! ถวนจื่อของบ้านเรานั้นโตแล้วงดงามจริงๆ!”
…
วันนี้บรรยากาศของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ครึกครื้นมาก
ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยดอกไม้ไฟ ผู้คนเดินพลุกพล่าน
จื่อเฉินเดินตามถวนจื่อ
ทว่ายังไม่ทันถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ จื่อเฉินก็เห็นว่าถวนจื่อหยุดยืนที่ตรอกซอยเล็กตรอกหนึ่ง
เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาก็ชะลอฝีเท้า
“มีอันใด…”
เขายังพูดไม่ทันจบ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองกลับเห็นว่า ภายในตรอกซอยเล็กนั้นมีคนสองคนยืนอยู่
ผู้ชายรูปร่างสูงผอมเอนตัวพิงกำแพง
มือข้างหนึ่งของเขาถือกระบี่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งโอบเอวของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้จนแน่น
ผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามโอบลำคอของผู้ชายคนนั้นเอาไว้แล้วเขย่งปลายเท้าจุมพิตอีกฝ่ายต่อหน้าพวกเขา
บรรยากาศอ่อนหวาน แทบจะทำให้เวลากลางคืนระเบิดออกมา
จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาปิดตาของถวนจื่อทันที