ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 55 ฝึกฝน
ตอนพิเศษ ตอนที่ 55 ฝึกฝน
……………
เหมือนสามารถสังเกตเห็นอันใดบางอย่างได้ คนทั้งสองที่อยู่ในตรอกก็ชะงักไปเล็กน้อย
น้องแปดขยับตัวถอยหลัง แล้วหันมามองทางนี้
ด้านนอกของปากตรอกไม่มีใครอยู่เลยสักคน
มีเพียงแต่ฝูงชนที่พลุกพล่าน มีชีวิตชีวาเท่านั้น
แต่เหมือนสถานที่แห่งนี้ถูกซ่อนเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามา
“เหมือนว่าจะมีคนมาเลย…”
เสียงของนางเบามาก แต่ก็เหมือนเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก อีกทางยังมียิ้มที่อบอุ่นแฝงออกมาด้วย
ดวงตามีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยสีขุ่น
อย่างใดก็ตาม แม้นางจะพูดเช่นนั้น แต่นางกลับไม่ได้เขินอายเลยแม้แต่น้อย เอวของนางยังคงบดเบียดอยู่ที่ลำตัวของชายหนุ่มคนนั้นเช่นเคย
เยี่ยนชิงหลุบสายตามองหน้านาง
ขนตายาวของนางกระพือเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำ ปอยผมยุ่งเหยิง อีกทั้งยังลอยปลิวตามสายลม ก่อนเขาจะทาบทับลงที่ริมฝีปากแดงอันอ่อนนุ่มของนาง
การสลับรุกรับแบบนั้น เหมือนเป็นการหยอกล้อที่ไร้เสียง
ดวงตาของเขามืดดำลงเล็กน้อย
ความจริงแล้วเขาสามารถสังเกตถึงความเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้เร็วกว่าน้องแปด และรู้ว่าลมปราณทั้งสองคนนั้นคือใคร
แต่…
“ไม่มีใครมา”
เขาพูดขึ้นเสียงต่ำ
น้องแปดเงยหน้ามองเขา
พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ครึกครื้นมาก ดอกไม้ไฟกระจายไปทั่วท้องฟ้า ไม่มีใครมาสนใจตรอกซอกซอยเล็กๆ แบบนี้ และไม่มีใครคาดคิดว่า พรุ่งนี้จะเป็นงานมงคลสมรสของพวกเขาแล้ว เขาแอบมาจุมพิตกันอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบและไร้เสียงแห่งนี้
ที่ไม่ไกลกันนักมีเสียงดังลั่นและลำแสงสว่างสดใส
ที่นี่เหมือนแยกออกจากโลกภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง โดยโลกนี้จะมีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
ความรู้สึกแบบนี้…มันรู้สึกลึกลับ แต่ก็มีความสุขอย่างไม่สามารถอธิบายได้
นางกะพริบตาเบาๆ
“จริงหรือ?”
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ นางจดจ้องอยู่เพียงแค่คนตรงหน้า ดังนั้นจึงไม่มีพลังที่จะไปสนใจสิ่งอื่น
เมื่อเยี่ยนชิงพูดเช่นนั้น นางก็เชื่ออีกฝ่ายในทันที
นางไม่รอคำตอบของเยี่ยนชิง แต่ก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า
“ต่อให้มีคนก็ไม่เป็นไร”
นางโอบลำคอของเยี่ยนชิง ซบใบหน้าอยู่ที่ลำคอของเขา จากนั้นก็ถูไถไปมาเบาๆ น้ำเสียงแผ่วเบา
อย่างใดเสียนี่ก็เป็นคนของนาง
ยิ่งไปกว่านั้น…
“หลังจากพรุ่งนี้ไป เรื่องเหล่านี้ก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ?”
นางหัวเราะขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่ใช่”
เสียงของเยี่ยนชิงดังขึ้น ทำให้น้องแปดชะงักไป
นางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
“อันใดนะ?”
เพียงแค่ประโยคสั้นๆ แต่เขากลับต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
“เจ้าคือคู่หมั้นของข้า”
น้องแปดกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็เข้าใจได้ในทันที
เยี่ยนชิงหมายความว่า…การจูบกับการกอดนี้ เดิมทีนี่เป็นสิทธิของคู่หมั้นอยู่แล้ว?
นั่นมัน…
“แต่วันพรุ่งนี้ข้าก็จะไม่ใช่แล้ว”
น้องแปดต้องการจะหยอกล้อ นางขยับเข้าไปใกล้ แล้วจ้องหน้าเขา ก่อนถามเขาอย่างไร้เดียงสา
“ข้าต้องการจะถามใต้เท้าแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายอยู่พอดี หลังจากคู่หมั้นกลายเป็นฮูหยินแล้วจะมีอันใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? จะมีเรื่องที่สมควรกว่านี้อีกหรือไม่?”
เยี่ยนชิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทั้งหมดนั้น…
หลังจากนั้นน้องแปดก็ถามขึ้นอย่างนุ่มนวล
“สิ่งที่เจ้าคิดก่อนหน้านี้นั้นมันคืออันใด เหตุใดถึงไม่พูดกับข้าล่ะ เช่นนั้น…วันพรุ่งนี้ข้าจะได้รู้หรือไม่?”
พวกเขาอยู่ใกล้กันมาก ลมหายใจของนางรดที่ใบหูของเขา
แววตาฉ่ำวาวคู่นั้นมีเจตนาแฝงเอาไว้อย่างชัดเจน เหมือนมีตะขอที่มองไม่เห็นดักจับหัวใจของเขาได้อย่างง่ายดาย
เยี่ยนชิงเข้าใจได้ในทันที
มือของเขาที่โอบเอวของนางเอาไว้อุ่นร้อนขึ้นมาในทันที
ทันใดนั้นเหมือนเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา
วันนั้นหลังจากที่น้องแปดกลับไปแล้ว นางก็สัมผัสได้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ดังนั้นเพื่อยึดครองพื้นที่กลับคืนมา นางจึงมักหยอกล้อเยี่ยนชิงในสถานที่รโหฐานแบบนี้อยู่ไม่น้อย
ในทางกลับกันเยี่ยนชิงกลับไม่ได้ทำอันใดมากกว่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะสามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้
แต่ในตอนนี้ยิ่งเยี่ยนชิงเป็นเช่นนี้มากเท่าไร น้องแปดก็ยิ่งหยอกล้อเขามากเท่านั้น
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำมาก แต่ก็ยังตึงเครียดเช่นเคย
น้องแปดมองหน้าเขา
จากนั้นริมฝีปากแดงก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
นางโอบลำคอของเขา ขยับตัวเข้าใกล้ใบหู
ขณะที่พูดยังจงใจให้ริมฝีปากสัมผัสที่ใบหูของเขายังแผ่วเบาด้วย
ดังนั้นความสนใจของเยี่ยนชิงจึงไม่สามารถจดจ้องไปที่นางได้อีกต่อไปแล้ว
เขาได้ยินคำพูดที่แฝงด้วยเสียงหัวเราะของนาง
“ถ้าเช่นนั้น…จะต้องฝึกฝนหรือไม่?”
…
การเคลื่อนไหวของจื่อเฉินรวดเร็วมาก หลังจากเห็นว่าทั้งสองคนนั้นคือเยี่ยนชิงและน้องแปด เขาก็รีบพาถวนจื่อออกไปจากที่แห่งนั้นอย่างไม่ลังเล
และถวนจื่อยังทำตัวดีผิดปกติ นางไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะลากไปที่ไหนนางก็ติดตามไปทั้งหมด
จนกระทั่งลองไม่หยุดยืนในมุมที่ห่างไกลจากผู้คนแล้ว ในที่สุดจื่อเฉินก็หยุดฝีเท้า
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครมารบกวน จื่อเฉินก็ถอนหายใจออกมา
“…จื่อเฉิน”
เสียงของถวนจื่อแผ่วเบา
“เจ้าปล่อยข้าได้หรือไม่?”
จื่อเฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็สังเกตถึงสภาพของพวกเขาทั้งสองคน
…เมื่อกี้ตอนที่เดินทางมาพวกเขาเร่งรีบไปเสียหน่อย ดังนั้นอุ้มอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมกอดเหมือนกับเมื่อก่อน
ตอนนี้แขนข้างหนึ่งของเขาโอบเอวของนาง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็จับใบหน้าของนางเพื่อปิดตานางเอาไว้
ตอนที่ถวนจื่อพูดนั้น เหมือนว่านางกำลังกะพริบตาอยู่
ขนตาโค้งงอและหนาเหมือนกับแปรงด้ามเล็กกำลังปัดไปมาอยู่กลางฝ่ามือของจื่อเฉิน
จั๊กจี้
จื่อเฉินรีบปล่อยมือออกทันที ในขณะเดียวกันเขาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างจากนาง
หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พูดว่า
“พวกเรากลับไปที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กันเถอะ”
ถวนจื่อเหมือนยังไม่สามารถดึงสติกลับมาได้ นางหมุนตัวกลับมาด้วยความเหม่อลอย
จื่อเฉินเดินออกไปหลายก้าวแล้ว แต่นางก็ยังไม่เดินตามมา ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปมอง
ถวนจื่อยังยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตากลมโตเปล่งประกายแวววาว ท่าทางเต็มไปด้วยความเขินอาย
“…จื่อเฉิน เมื่อครู่นี้…คือพี่แปดกับพี่เยี่ยนชิงใช่หรือไม่?”
นางถามอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
จื่อเฉินนวดขมับของตัวเองอย่างอดไม่ได้
นางเห็นแล้วจริงๆ ด้วย
หากเป็นน้องแปดก็ช่างเถอะ แต่คาดไม่ถึงว่าเยี่ยนชิงจะตามใจนางแบบนี้ แล้วยังไม่สนใจคนรอบข้างเลย…
แต่หากคิดให้ดีแล้ว พรุ่งนี้คือวันแต่งงานของพวกเขา พวกเขาก็ไม่ได้ทำอันใดผิดนี่นา
แล้วอีกอย่าง ถวนจื่อเป็นคนวิ่งเข้าไปหาเอง อีกทั้งยังเห็นภาพนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ภายในใจของเขารู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ สุดท้ายเขาก็พูดขึ้นเสียงเบาว่า “อื้อ”
ความจริงแล้วใช่ว่าถวนจื่อจะไม่เคยเห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
…ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เคยถูกหรงซิวโยนออกมาข้างนอกมากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่ในตอนนี้ไม่เหมือนกัน
ถวนจื่อโตแล้ว มุมมองของนางก็ไม่เหมือนกันอีกต่อไป
ในตอนนั้นนางเดินขึ้นหน้าไปอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ปิดบังไม่มิด
นางเหยียดนิ้วชี้ของมือข้างซ้ายและขวาออกมา แล้วถูไถกัน นี่เป็นครั้งแรกที่นางสนใจเรื่องแบบนี้
“คือว่า…จื่อเฉิน นั่นมันมีความรู้สึกอย่างใดบ้างหรือ? ดูเหมือนว่าพี่เยี่ยนชิงกับพี่แปดกับชอบมันมากเลยทีเดียว!”
เส้นเลือดบริเวณขมับของจื่อเฉินกระตุกขึ้นอย่างแรง