ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 56 รายงาน
ตอนพิเศษ ตอนที่ 56 รายงาน
……………
เขาส่งสายตาเตือนให้กับถวนจื่อ
“เด็กๆ ไม่ต้องสงสัยมากขนาดนี้”
ถวนจื่อชะงักไปเล็กน้อย
แม้นิสัยของจื่อเฉินจะเย็นชา แต่อีกฝ่ายก็จะอ่อนโยนกับนางมาก น้อยครั้งนักที่เขาจะแสดงท่าทางแบบนี้
เหมือนกับเขา…มีท่าทางไม่พอใจ?
เพราะนางถามคำถามเหล่านี้น่ะหรือ?
แต่นี่…ไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นา? นางแค่อยากรู้ ถามคำถามเดียวจะเป็นอันใดไป ไม่ได้ทำให้ชิ้นเนื้อก้อนไหนหายไปนี่นา
ถวนจื่อพยายามที่จะโต้เถียงกับตัวเอง
“แต่ข้าโตแล้วนะ!”
คำพูดนี้ไม่สามารถโต้แย้งได้
ตอนนี้นางอยู่ในช่วงวัยสะพรั่ง หรือว่าเขาจะต้องปฏิบัติกับนางเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น?
ใครๆ ก็เห็นว่านางโตแล้ว
แม้กระทั่งเด็กที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงเหล่านั้นก็ยังมีท่าทางเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากไม่ใช่หรือ?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอี้หมิงคนนั้น เขายังเอาอกเอาใจกันออกนอกหน้าแบบนั้นด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้หัวคิ้วของจื่อเฉินก็คลายลง จากนั้นก็เดินตรงไปด้านหน้า
“แล้วอย่างใดเล่า? แต่เหมือนว่าฝีมือของเจ้าจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเลยนะ”
ถวนจื่อพองแก้มขึ้นด้วยความโกรธทันที
“ที่ไหนกันเล่า!”
เห็นได้ชัดว่าพลังการต่อสู้ของนางเพิ่มขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ
อีกทั้งในตอนนี้นางยังพบว่า ไม่ใช่แค่นาง ความสามารถในการต่อสู้ของจื่อเฉินก็เพิ่มสูงขึ้นมากทีเดียว!
ก่อนหน้านี้ที่เคยประมือกัน เขามักจะอ่อนข้อให้นางง่ายๆ
แต่นั่นทำให้ถวนจื่อหงอยเหงาไปทั้งบ่าย
อย่างใดก็ตามนางก็สามารถกลับมามีชีวิตชีวาได้อย่างรวดเร็ว นางมีจิตใจฮึกเหิม สาบานว่าจะขยันฝึกบำเพ็ญเพียรมากกว่านี้ และพยายามเอาชนะจื่อเฉินให้เร็วที่สุด!
ถ้าเลวร้ายที่สุดก็ขอให้ได้เสมอกันก็ยังดี!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นางก็อยู่แต่บ้าน ถ้าไม่ได้บำเพ็ญเพียรก็จะต่อสู้อยู่กับจื่อเฉิน
อารมณ์และความอดทนของจื่อเฉินเหมือนจะดีมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่านางจะรบเร้าเขาเช่นนั้น แต่เขาก็ยังมีความอดทนอยู่เสมอ
แต่เมื่อเป็นอย่างนั้น นางก็ต้องยกเลิกนัดอี้หมิงและคนอื่นๆ
เมื่อกลับมาที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการออกมาครั้งแรกนอกจากการเดินทางไปซ่อมแซมตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
นางหันไปมองจื่อเฉินครู่หนึ่ง
ฝีมือแข็งแกร่งมากนักหรือไง?
นางก็แค่ถามเพราะความสงสัยเท่านั้น เหตุใดต้องโกรธแบบนั้นด้วย?
หลังจากผ่านไปสักพัก นางก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นก็หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
“จื่อเฉินที่เจ้าไม่ตอบคำถามนี้ คงไม่ใช่เพราะว่า…เจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันสินะ?”
หนังตาของจื่อเฉินกระตุกขึ้น
ทันใดนั้นจื่อเฉินก็สามารถสังเกตอันใดได้บางอย่าง ลมปราณบนร่างกายของจื่อเฉินนั้นแผ่กระจายความเย็นออกมา
แต่นางไม่กลัว เหมือนนางได้พบความลับอันใดบางอย่างเข้าต่างหาก นางส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ ข้ารู้แล้ว!”
จื่อเฉินยังไม่ได้แต่งงาน เวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่มีแม่นางที่ชอบด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่มีประสบการณ์ในเรื่องพวกนี้ เขาจะรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างใด?
“ข้าเดาถูกต้องใช่หรือไม่?”
จื่อเฉิน “…”
อื้อ โตแล้ว แม้กระทั่งเรื่องก่อความวุ่นวายให้กับคนอื่นก็ยังยอดเยี่ยมขึ้นด้วย
ในขณะที่เขากำลังพูดขึ้น ถวนจื่อสาวเท้าขึ้นไปด้านหน้า พร้อมเอียงศีรษะหันมาสบตาเขา
ดวงตากลมโตดำขลับเหมือนลูกองุ่นกะพริบตามองเขา ขนตากระพือเล็กน้อย ลำแสงเปล่งประกาย
“จื่อเฉิน เจ้าโกรธหรือ?”
ใบหน้าของนางยังมีรอยยิ้มประดับ
ความรู้สึกหดหู่ภายในใจของจื่อเฉินจางหายไปในทันที
เขาเบี่ยงสายตาออก จากนั้นก็มองตรงไปด้านหน้า
“เปล่า”
“เปล่าก็ดีแล้ว! ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น!”
ถวนจื่อหัวเราะเสียงดัง
“เจ้ายังไม่เคยเจอคนที่ชอบเลยนี่นา นั่นเป็นเรื่องปกติแล้ว! อาเยว่บอกว่าเรื่องแบบนี้ต้องดูกันที่พรหมลิขิต! บางครั้งต้องใช้เวลาในการรอกว่าจะพบพาน”
ในตอนแรกที่นางต้องการจะจับคู่ให้กับจื่อเฉิน ความจริงแล้วนางไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย
หลังจากที่นางเข้าใจความคิดของจื่อเฉินแล้ว นางก็รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง
ยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้ว่าเหตุใด เมื่อครู่นี้หลังจากที่เห็นภาพของพี่แปดและพี่เยี่ยนชิงอยู่ด้วยกัน ทันใดนั้นนางก็ไม่รู้ว่าชอบเรื่องราวเหล่านั้นหรือไม่
เรื่องของทั้งสองคน คนอื่นไม่เกี่ยวข้อง
จื่อเฉินเหลือบสายตามองนางด้วยความประหลาดใจ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย
แต่เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว
“หา?”
ถวนจื่อชะงักไปเล็กน้อย
จื่อเฉินหน้าไม่เปลี่ยนสี
“เจ้ามีสถานะที่พิเศษ หากมีคนมีเจตนาแอบแฝงเข้ามาก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง หลังจากที่ผ่านด่านข้าแล้ว ก็ต้องให้เทพเยว่ช่วยดูอีก”
ถวนจื่อครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่มีเหตุผล
แต่นางก็รู้สึกว่า…มีแปลกไปตรงไหนสักที่หนึ่ง?
“มีปัญหาอันใดหรือ?”
จื่อเฉินเหลือบสายตามองนาง
ถวนจื่อส่ายหน้าทันที
“ไม่มี!”
จะว่าไปแล้วให้จื่อเฉินช่วยดูก็ดีเหมือนกัน
พวกเขาอยู่ด้วยกันมานานหลายปี มีความรู้สึกลึกซึ้ง อีกทั้งจื่อเฉินยังช่วยดูแลนางตลอดเวลา เหมือนทั้งผู้อาวุโส เหมือนพี่น้อง
นอกจากอาเยว่แล้ว จื่อเฉินเป็นคนที่นางไว้ใจมากที่สุด และเป็นคนที่นางพึ่งพามากที่สุด
พูดตามตรง ในใจนาง จื่อเฉินยังมีตำแหน่งสูงกว่าอี้เจาและคนอื่นๆ เสียอีก
ท้ายที่สุดแล้ว…
ส่วนใหญ่แล้วอาเยว่กับจื่อเฉินล้วนอยู่ในชีวิตของนางตลอดเวลา…
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็หัวเราะออกมา
“เช่นนั้นถ้าเจ้ามีคนที่ชอบแล้ว เจ้าก็ต้องบอกกับข้าเป็นคนแรกนะ!”
นางเองจะต้องตรวจสอบให้ละเอียดเช่นเดียวกัน!
จื่อเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบรับขึ้นว่า
“อื้ม”
“แต่นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าจะพูดตอนนี้มันก็เร็วเกินไป! ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว พวกเรารีบกลับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไปหาอาเยว่ดีกว่า!”
ขณะที่พูดนางก็จับมือของจื่อเฉินไปด้วย ก่อนสาวเท้าไปด้านหน้าด้วยความกระตือรือร้น
ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือน นางคิดถึงอาเยว่จะตายอยู่แล้ว!
จื่อเฉินกระชับมือของนางให้แน่นขึ้น ความรู้สึกอบอุ่นและคลุมเครือปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ
เขาถูกลากให้เดินตามถวนจื่อไป สายตาหลุบต่ำลง
นางยังคงจับนิ้วชี้ของเขาเอาไว้เหมือนเดิม ท่าทางเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างไม่ปกปิด
แต่ว่าท้ายที่สุดนางก็โตแล้ว ท่าทางที่คุ้นเคยเช่นนี้เหมือนไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกายในปัจจุบันของนางเลย
เขาครุ่นคิด จากนั้นก็กุมมือของนางเอาไว้
ความอุ่นร้อนจากการฝ่ามือแผ่กระจายครอบคลุมมือนางได้อย่างง่ายดาย
ถวนจื่อชะงักไปเล็กน้อย
นางหันกลับไปมองในทันที
จื่อเฉินหยุดยืนอยู่ที่เดิม หลังจากนั้นก็ปล่อยมือนางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะ…สาวเท้าขึ้นไปหนึ่งก้าว
เดิมทีพวกเขาทั้งสองคนก็อยู่ใกล้กันมากอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ใกล้มากขึ้นกว่าเดิมจนสามารถได้กลิ่นลมหายใจ
ในตอนนั้นถวนจื่อสามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณที่คุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคย
อีกทั้งยัง…มีแรงกดดันที่ไม่สามารถสัมผัสได้แผ่กระจายออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
นางยังไม่ทันได้ตอบสนองอันใด แต่ฝ่ามือของจื่อเฉินก็วางลงบนศีรษะของนางแล้ว
เสียงระฆังดังขึ้นกรุ๊งกริ๊ง
เหมือนปลายผมของนางจะยุ่งอยู่หลายส่วน ดังนั้นเขาจึงช่วยจัดให้ และช่วยพันเอาไว้ใต้เชือกสีแดงกระดิ่งสีทองนั้นด้วย
เขาวางมือลงบนปกคอเสื้อของนางอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวช่วยจัดให้ปกคอเสื้อกลับมาเรียบร้อยดังเดิม
ฝ่ามือของเขาร้อนมาก เขาแตะลงเบาๆ จากนั้นก็ปล่อยอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเขาก็ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว กวาดสำรวจมองนางอยู่สักพัก
“เรียบร้อยแล้ว”
ในเมื่อต้องกลับไปหาเทพเยว่ แน่นอนว่าจะต้องจัดการตัวให้เรียบร้อย
ถวนจื่อสบสายตากับเขา ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ว่าใบหน้าของนางเห่อร้อนเล็กน้อย