ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 58 กาลเวลา
ตอนพิเศษ ตอนที่ 58 กาลเวลา
……………
กลางดึก
ผู้คนที่ก่อความวุ่นวายจากไปหมดแล้ว ตอนนี้ภายในห้องใหญ่เหลือเพียงน้องแปดคนเดียวเท่านั้น
นางนั่งอยู่ตรงหน้ากระจกสัมฤทธิ์ นางหยิบจี้หยกบริเวณหน้าผากออก แล้วกวาดสายตามองคนที่อยู่ในกระจก
เดิมทีใบหน้าของนางก็งดงามมีเสน่ห์มากพออยู่แล้ว แต่วันนี้นางแต่งหน้าด้วยความระมัดระวัง ทำให้สวยสะกดใจยิ่งกว่าเดิม
นางกะพริบตาเบาๆ สายตากวาดมองเล็กน้อย ดวงตาที่เหมือนกับสระน้ำยามเดือนสารทไหวกระเพื่อม ทำให้ผู้คนหลงใหล
น้องแปดยกริมฝีปากขึ้นด้วยความพึงพอใจ
นางหันหน้ากลับมาสำรวจภายในห้อง
ทุกอย่างภายในที่แห่งนี้จัดตามความชอบของนาง ดังนั้นเมื่อนางกวาดตามองนางก็รู้สึกชอบในทันที
นางมองออกไปที่ด้านนอก เหมือนว่าเยี่ยนชิงยังไม่กลับมา
นางทนทรมานมาทั้งวันแล้ว ความจริงแล้วก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย เมื่อนั่งรอไปสักพัก ความรู้สึกง่วงงุนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนแรกนางพยายามยืนหยัด แต่น่าเสียดายที่สติของนางเลือนรางมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดนางก็ฟุบตัวล้มลงไปบนโต๊ะ
…
ไอ้หยา…
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น
น้องแปดได้สติกลับคืนมา นางพยายามลุกขึ้น
เมื่อเงยหน้ามองก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยกำลังเดินเข้ามาหานาง
“เยี่ยนชิง…”
นางพูดด้วยน้ำเสียงพร่าเบลอ
“นี่เจ้า…ดื่มไปมากขนาดไหนเนี่ย?”
เยี่ยนชิงโน้มตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของนาง
“ไม่เท่าไร”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความเมามาย
ดูจากท่าทางแล้ว น่าจะดื่มไปมากเลยทีเดียว
น้องแปดครุ่นคิด แต่ก็จนปัญญา และรู้สึกขำเล็กน้อย
“พี่ใหญ่หลายคนอื่นๆ มอมเหล้าเจ้าหรือไม่?”
แค่คิดก็รู้แล้ว พวกเขาต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปอย่างแน่นอน
เยี่ยนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดว่า
“ข้าดีใจมาก”
น้องแปดชะงักไปเล็กน้อย
เยี่ยนชิงมีนิสัยเงียบขรึม ปกติเป็นคนพูดน้อย ยากมากที่จะให้เขาพูดความในใจ หรือแสดงอารมณ์ออกมาโดยตรง
หลังจากเรียกสติกลับมาได้ นางก็สามารถคาดเดาความหมายของเยี่ยนชิงได้ในทันที
นั่นหมายความว่า…สิบสามผู้พิทักษ์เยว่มอมเหล้าเขา ความจริงแล้วก็เพื่อเป็นการยอมรับตัวตนของเขา รวมถึงวางใจที่จะมอบเธอให้กับเขา
นางครุ่นคิดแล้วยิ้มออกมา
“เยี่ยนชิง ข้าเองก็ดีใจมากเหมือนกัน”
แสงไฟส่องสะท้อน ดวงตาของเขาล้ำลึก เหมือนสามารถมองเห็นระลอกคลื่นที่อยู่ภายในได้อย่างเลือนราง
เหมือนซ่อนประกายไฟไว้ด้านใน ต่อให้พยายามปกปิดมันมากแค่ไหน แต่ก็ยังเห็นความเร่าร้อนอยู่ดี
เขาจ้องมองที่ใบหน้าของนาง เหมือนมีประกายไฟตกลงมา ทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้น
“เจ้ามองอันใดกัน?”
เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้นางเล็กน้อย กลิ่นเหล้าผสมกับลมปราณอันอุ่นร้อนของผู้ชายคนนี้ ทำให้นางรู้สึกมัวเมา
“มองเจ้า”
เขาพูดขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงแหบพร่า
“เจ้าสวยอย่างไม่น่าเชื่อ”
ใบหน้าของน้องแปดกลายเป็นสีแดงก่ำทันที
หลายปีที่ผ่านมานี้ มีคนชมความงามของนางมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน
แต่หาได้ยากยิ่งที่จะได้ยินจากปากของเยี่ยนชิง
นางยื่นมือออกมาแล้วสัมผัสที่หน้าผากของเขา
“เจ้าเมาแล้วจริงๆ ด้วย…”
ไม่อย่างนั้นเขาจะพูดคำพูดเหล่านี้ออกมาได้อย่างใด
เยี่ยนชิงจับมือของนางเอาไว้
“กินอันใดหรือยัง?”
เขาถามขึ้นอย่างกะทันหัน
น้องแปดมึนงงกับคำถามนี้เล็กน้อย
“กินแล้วสิ!”
เยี่ยนชิงพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
“ดีอัน…กรี๊ด!”
นางยังพูดไม่ทันจบ แต่เยี่ยนชิงก็โอบตัวของนาง แล้วอุ้มท่าเจ้าหญิงทันที
น้องแปดยังไม่ทันได้เตรียมตัว ดังนั้นซึ่งอุทานด้วยความตกใจ แล้วรีบกอดคอเขาเอาไว้ทันที
แผ่นหลังของนางสัมผัสเข้ากับปุยนุ่น
เยี่ยนชิงจับที่ใบหูของนาง แล้วมองนางจากที่สูง
ในตอนนั้นนางก็ได้สติขึ้นมาหลายส่วน มือทั้งสองข้างของนางวางอยู่ที่แผ่นอกของเยี่ยนชิง
ระยะห่างของพวกเขาทั้งสองคนหดเล็กลงเรื่อยๆ อุณหภูมิที่อยู่รอบข้างก็เหมือนสูงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
นางรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก หัวใจของนางเต้นแรงและระรัว
แม้เดิมทีเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว อีกทั้งนางยังได้เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาเอาจริง นางกลับรู้สึกว่า…มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
ท้ายที่สุดแล้วนางก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่หลายส่วน
อีกทั้ง ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่นางรู้สึกว่าเยี่ยนชิงในตอนนี้แตกต่างจากตอนปกติ
ส่วนใหญ่เป็นเพราะว่า…เขาเมาแล้วอย่างนั้นหรือ?
หัวใจของนางเต้นแรงเหมือนกลอง ใบหน้าแดงซ่าน
เยี่ยนชิงมองอยู่ครู่หนึ่ง
ดวงตาของเขาสว่างวาบ แต่ในตอนนั้นมันก็ดำมืดลงไปหลายส่วนในทันที อีกทั้งยังแฝงไปด้วยอารมณ์หลากหลายที่นางเองก็ยังไม่เข้าใจ
นางสัมผัสได้ว่าอันตราย
น้องแปดถูกมองจนรู้สึกตื่นเต้น ตอนนั้นนางรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเนื้อที่อยู่บนเขียงที่กำลังจะถูกคนเชือด
นางพูดขอความเมตตาขึ้นอย่างหาได้ยาก
“เยี่ยนชิง เจ้าเมาแล้ว ข้าไปต้มน้ำแกงสร่างเมาให้เจ้าดีหรือไม่?”
ขณะที่พูด นางก็ขยับตัวออกไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ
ในตอนนั้นเอง เยี่ยนชิงก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปกดที่พื้นเตียง เพื่อปิดตายทางหนีของนาง
“จะไปไหน?”
เขาถาม
“น้ำแกงสร่างเมา…ก็อยู่นี่แล้วไม่ใช่หรือ?”
เขายังพูดไม่ทันจบ แต่ก็ก้มศีรษะลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากของนางแล้ว
เขารู้สึกว่าคนที่อยู่ใต้ร่างขัดขืนเล็กน้อย อีกทั้งยังส่งเสียงร้องด้วยความคับข้องใจ
“…เจ้าเมาจริงๆ ด้วย…”
“…อื้อ…”
เขาตอบรับอย่างเชื่อฟัง น้ำเสียงแหบแห้ง
“ถ้าเช่นนั้น…เจ้าลองหน่อยดีหรือไม่?”
นางอยากรู้ว่า สิ่งที่เขาเคยคิดนั้นมากมายขนาดไหน
ถ้าเช่นนั้นเขาก็จะค่อยๆ แสดงให้นางดูเอง
…
ต่อมา น้องแปดก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว
บางครั้งคนเราไม่จำเป็นต้องอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้น!
นอกจากนี้!
นางจะไม่มีทางปล่อยให้พี่ใหญ่และคนอื่นๆ มอมเหล้าเยี่ยนชิงอีกต่อไปแล้ว!
เพราะสุดท้ายคนที่ทรมานก็คือนาง!
…
เวลาสี่เดือนค่อยๆ เวียนผ่านไป
ดอกท้อบานสะพรั่ง กลีบสีขาวและสีชมพูจำนวนหนึ่งโปรยปรายลงมา
หรงซิวและฉู่หลิวเยว่นั่งหันหน้าเข้าหากันใต้ต้นไม้
ตรงกลางระหว่างทั้งสองคนมีค่ายกลสีทองอันหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
ฉู่หลิวเยว่มองไป พร้อมพูดว่า
“ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของพี่เป่าจะเป็นอย่างใดบ้าง?”
เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว พี่เป่าเริ่มปิดด่านฝึกด้วยตัวคนเดียว
เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วยังไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดเลย
แม้นางจะเชื่อใจในความสามารถของพี่เป่า แต่สุดท้ายก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี
หรงซิวครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ฝีมือของมหาปุโรหิตยอดเยี่ยมมาก ทุกอย่างต้องราบรื่นแน่นอน”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ข้าเองก็…”
น้ำเสียงของนางชะงักค้างกลางทาง สีหน้าเปลี่ยนไป
หรงซิวชะงักไป จากนั้นก็รีบสะบัดค่ายกลทิ้ง ก่อนลุกขึ้นเข้ามาพยุงนาง
“เยว่เออร์…”
ฉู่หลิวเยว่คว้ามือของเขาเอาไว้
“ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะคลอด”