ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 8 พลังปราณศักดิ์สิทธิ์สามสาย
ตอนพิเศษ ตอนที่ 8 พลังปราณศักดิ์สิทธิ์สามสาย
……………
เยี่ยนชิงกลับมายังที่พักของตัวเอง จากนั้นเขาก็เข้าไปอาบน้ำโดยไม่ลังเล
…
ตอนที่ถวนจื่อตื่นขึ้นมาก็เป็นวันรุ่งขึ้นแล้ว
ดวงตาของนางบวมเหมือนกบ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกตัวได้ทันทีว่านางกำลังนอนอยู่ภายในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคนผู้หนึ่ง
ฉู่หลิวเยว่กำลังนอนกอดนางอยู่
ร่างกายของนางมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ถวนจื่อรู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย
นางย่นจมูก มือทั้งสองข้างจับชายเสื้อบางๆ ของฉู่หลิวเยว่โดยไม่รู้ตัว จากนั้นนางก็ขยับตัวเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
การเคลื่อนไหวของนางเบามาก เพราะนางกลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนอีกฝ่าย
แต่อย่างไรก็ตาม ฉู่หลิวเยว่กลับยื่นมือมาโอบร่างของถวนจื่อเอาไว้
“ตื่นแล้วหรือ”
เสียงนั้นเบามากและอ่อนโยนมาก
ถวนจื่อชะงักไปแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ในรูม่านตาของนางนั้นฉ่ำน้ำ
นางเม้มริมฝีปากแล้วถามเสียงเบาว่า
“อาเยว่ ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็แนบหน้าผากของตัวเองไว้ที่หน้าผากของนาง แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“ไม่เสียหน่อย ข้าตื่นตั้งแต่หนึ่งเค่อก่อนแล้ว”
ถวนจื่อจึงได้เบาใจขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางก็ยกมือเล็กๆ ขึ้นมาขยี้ตา
เจ็บมาก ปวดมาก
คืนนั้นถวนจื่อนอนหลับไม่สนิท แทบจะร้องไห้ตลอดทั้งคืน
ในตอนแรกนางก็นั่งปลอบอยู่ข้างเตียง ต่อมานางก็พบว่าแบบนี้มันไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าใด ดังนั้นนั่งจึงถอดรองเท้าและถุงเท้า พร้อมขึ้นมานอนกอดถวนจื่อบนเตียง
ยังดีที่เมื่อถวนจื่ออยู่ในอ้อมกอด นางก็สงบลงไม่น้อย สุดท้ายหยุดสะอื้นได้ในเวลากลางดึก
หมอนของนางเปียกโชกไปด้วยน้ำตา ต่อมาฉู่หลิวเยว่จึงต้องเปลี่ยนหมอนให้นางโดยเฉพาะ
นางบีบแก้มของถวนจื่อ
“จะนอนต่อหรือไม่”
ถวนจื่อส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นมานั่ง
นางกวาดสายตามองรอบข้าง จากนั้นก็พบว่าที่นี่คือห้องนอนของนางกับฉู่หลิวเยว่ที่นางอยู่ในตอนมาถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีสถานที่หลายแห่งที่จำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซม ดังนั้นเฉินอีจึงให้พวกเขาส่งถวนจื่อมาที่นี่
เมื่อเห็นบรรยากาศรอบข้างที่คุ้นเคย ถวนจื่อก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ก่อนชะงักไปเล็กน้อย
ฉู่หลิวเยว่ก็ลุกขึ้นนั่งเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นท่าทางของถวนจื่อเช่นนั้น นางก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบรัดหัวใจ
ถวนจื่อกำลังคิดถึงปีศาจแดงแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
วินาทีต่อมา นางก็ได้ยินถวนจื่อพึมพำเสียงต่ำ
“อาเยว่ ก่อนหน้านี้ที่นี่คือสถานที่สุดท้ายที่ข้าได้สู้กับปีศาจแดง”
ฉู่หลิวเยว่ดึงนางมากอด
“ตอนนั้น ข้าถามนางว่าเหตุใดนางยังยืนกรานว่าจะติดตามมู่ชิงเห่อ แต่นางกลับไม่ได้พูดสิ่งใด หลังจากนั้นข้าก็ยังถามอีกหลายคำถาม แต่นางก็ไม่ยอมตอบ ต่อมาข้าจึงรู้สึกโมโห แล้วทะเลาะกับนางขึ้นมา อีกทั้งยังไล่นางไปด้วย”
ถวนจื่อพูดขึ้น จากนั้นก็ยื่นแขนเล็กๆ ไปโอบคอของฉู่หลิวเยว่ ใบหน้าเล็กๆ ซบอยู่ที่ไหล่ของนาง น้ำเสียงอู้อี้และแหบพร่า
“ถ้ารู้อย่างนี้…ถ้าข้ารู้ก่อน ข้าจะไม่มีทางโมโหใส่นางเลย! จนท้ายที่สุดข้ายังไม่ทันได้กล่าวขอโทษนางด้วยซ้ำ”
เสียงของนางค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงร่างเล็กๆ ที่สั่นสะท้าน
สำหรับนางแล้ว การตายของมู่ชิงเห่อและปีศาจแดงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับนางมากนัก
เพราะนางอยากสังหารมู่ชิงเห่อมาตั้งนานแล้ว แต่สุดท้ายคิดไม่ถึงเลยว่า เขาไม่ได้อยากจะมีชีวิตอยู่ตั้งนานแล้ว
อาจจะเป็นเพราะ หลังจากเขาได้ความทรงจำฟื้นคืน เขาก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่ และคาดการณ์ฉากจบแบบนี้เอาไว้อยู่แล้ว
ส่วนปีศาจแดง…
นางวางคางไว้บนศีรษะถวนจื่อ แล้วพูดเสียงเบาว่า
“ปีศาจแดงชอบเจ้าขนาดนั้น นางไม่มีทางโกรธเจ้าแน่นอน หากนางเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ นางคงไม่ดีใจแน่นอน เจ้าว่าจริงหรือไม่”
ถวนจื่อกอดนางแน่นขึ้น
หลังจากผ่านไปสักพักนางก็พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“อาเยว่ ข้าปวดตามากเลย”
“คอข้าก็เจ็บ”
“แต่ว่า…”
นางส่ายหน้าไปมาจนแทบไม่ได้ยินเสียง
“ข้ารู้สึกปวดใจมากที่สุด”
นางร้องไห้จนเหนื่อยแล้ว ความจริงนางก็ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่นางไม่สามารถควบคุมได้
ต่อให้สุดท้ายตอนที่นางเลือกเผาตัวเอง เหมือนว่ามันไม่ได้เจ็บปวดขนาดนี้
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจออกมา แล้วลูบศีรษะเบาๆ
ถวนจื่อต้องปวดใจขนาดนี้ ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
หลังจากผ่านไปสักพัก นางก็ปล่อยถวนจื่อลง มือที่อบอุ่นลูบใบหน้าเล็กๆ ของถวนจื่อ พร้อมถามเสียงเบาว่า
“ถวนจื่อ นั่นเป็นสิ่งที่ปีศาจแดงเลือก ไม่ว่าข้าหรือเจ้าก็ไม่สามารถตัดสินใจแทนนางได้ เจ้าคิดว่าใช่หรือไม่”
มู่ชิงเห่อและปีศาจแดงอยู่กับนางมาหลายปี นางจะตัดใจลงได้อย่างไร
แต่สุดท้ายแล้วทุกสิ่งบนโลกก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการทุกอย่าง
ความจริงแล้วก็ใช่ว่านางจะไม่เข้าใจสาเหตุนี้ เพียงแต่ภายในใจของนางไม่ยอมรับความจริง
แต่…อาเยว่ก็พูดได้ถูกต้อง
ถ้ามีโอกาสให้มู่ชิงเห่อและปีศาจแดงได้เลือกอีกครั้ง เส้นทางที่พวกเขาเลือกก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
ในที่สุดคิ้วของถวนจื่อก็คลายไปได้หลายส่วน ฉู่หลิวเยว่ลูบศีรษะของนางอีกครั้ง
“ถวนจื่อเป็นเด็กดีที่สุด ต้องดีขึ้นได้แน่”
ทันใดนั้นถวนจื่อก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางเม้มริมฝีปาก หมัดเล็กๆ กำแน่น
“ใช่แล้ว! ข้าต้องหลอมกายเนื้อใหม่ให้กับท่านปู่ประมุข! อีกทั้งยังมีคนของภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง ถึงเวลาที่พวกเขาต้องตื่นแล้ว…”
นางเป็นนายน้อยเผ่าหงส์ทองคำ อีกทั้งยังเปิดเส้นชีพจรทั้งเก้าแล้ว หน้าที่เหล่านี้จึงตกเป็นหน้าที่ของนางโดยปริยาย
“อ๊า! แล้วก็จื่อเฉิน!”
ถวนจื่อพูดขึ้น พร้อมหยิบลูกบอลโปร่งแสงสีทองคำชาดขนาดเท่าฝ่ามือออกมา
ภายในลูกบอลนั้นสามารถมองเห็นวิญญาณสีม่วงทองได้อย่างชัดเจน
นั่นคือจื่อเฉินที่กำลังสลบไสล
“อาเยว่ อีกนานเท่าใดจื่อเฉินจะฟื้นขึ้นมา”
ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามอง ดวงตาวูบไหวเล็กน้อย จากนั้นก็เอานิ้วจิ้มจมูกของนาง
“ตอนนี้พลังแห่งสายเลือดของเจ้าได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีสำหรับจื่อเฉิน ไม่ว่าจะเก็บไว้กับข้าหรือเจ้าก็ค่าเท่ากัน”
“คือว่า…”
ถวนจื่อเกาหัวตัวเอง
“นั่นก็หมายความว่า หลังจากนี้ข้าจะต้องปกป้องจื่อเฉินให้ดีใช่หรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาหนึ่งเสียง
“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยดูแลเขามาก่อน นับว่ามีประสบการณ์แล้ว หลังจากนี้รอให้พลังวิญญาณของเขาฟื้นตัว จากนั้นค่อยคิดเรื่องสร้างกายเนื้อใหม่ก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ถวนจื่อก็พยักหน้าอย่างแรง
“อื้อ! ข้าจะดูแลเขาอย่างดี!”
แต่ในตอนนั้นนางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันมองทางฉู่หลิวเยว่
“อาเยว่ เหตุใดบนร่างกายของเจ้า…ถึงมีพลังปราณศักดิ์สิทธิ์สามสายล่ะ”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
“อย่างใดนะ”