ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 87 สนับสนุนเจ้า
ตอนพิเศษ ตอนที่ 87 สนับสนุนเจ้า
……………
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทำให้บรรยากาศรอบข้างพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
สายตาทุกคู่ที่มองไปยังหรงซิวต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
เจียงผิงกลับหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ สายตาเต็มไปด้วยการเย้ยหยันพลางมองสำรวจหรงซิวอยู่ครู่หนึ่ง
“แค่เจ้าคนเดียว?”
เขาได้ยินมาว่า หรงซิวที่เพิ่งมาใหม่นั้น อายุไม่ถึงยี่สิบแต่กลับมีพลังระดับกึ่งเทพ
เพียงแค่พรสวรรค์และพลังระดับนี้ ก็เหนือกว่านักเรียนส่วนใหญ่ในสำนักอยู่แล้ว
แต่ในบรรดาคนเหล่านั้น เจียงผิงไม่ได้รวมอยู่ด้วย
เพราะบัดนี้เขาคือผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงโดยแท้จริง!
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นรอบๆ
“หรงซิวนี่บ้าไปแล้วหรือ ถึงได้กล้าท้าทายเจียงผิง”
“ใครๆ ก็รู้ว่าเจียงผิงเพิ่งทะลวงระดับเทพขั้นสูงเมื่อเดือนก่อน พลังเพิ่มขึ้นมหาศาล ถึงแม้ว่าหรงซิวในวัยเท่านี้จะสามารถทะลวงถึงระดับกึ่งเทพได้ ถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่สุดท้ายขั้นพลังปราณก็ยังห่างกับอีกฝ่ายอยู่ส่วนหนึ่ง…”
“เทพขั้นสูงกับกึ่งเทพ แม้จะต่างกันแค่คำเดียว แต่พลังกลับห่างกันราวฟ้ากับดิน เด็กใหม่นี่เพิ่งมาได้แค่วันที่สอง ก็กล้าทำถึงขนาดนี้ ช่างกล้าหาญไม่เกรงกลัวใครเลยจริงๆ ฮ่า ๆ!”
“ก่อนหน้านี้เจียงผิงอยู่ในระดับกึ่งเทพ ก็ยังรั้งอันดับที่ห้าบนกระดานชิงอวิ๋นได้อยู่เลย ตอนนี้เขาทะลวงขั้นขึ้นไปก็ยิ่งมีศักยภาพที่จะขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งได้ เด็กใหม่สองคนนั้นก็จริงๆ เลย ไปมีเรื่องกับใครไม่ว่ากลับไปมีเรื่องกับคนที่แข็งแกร่งที่สุดเสียได้?”
…
ซั่งกวนเยว่ได้ยินคำพูดนี้ หูของนางขยับเล็กน้อย
นางกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้หรงซิว
“เอ่อ…พี่ซิว ข้าทำให้เจ้าลำบากหรือไม่”
ซ่างกวนเยว่เชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มดุจดอกไม้เบ่งบาน
“พี่ซิวไงล่ะ”
ตลอดทางทั้งสองต่างเรียกกันด้วยชื่อเต็ม
แต่เมื่อครู่นางได้ยินคนเหล่านั้นเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน ซั่งกวนเยว่ก็อดขำไม่ได้
นางใช้ชื่อปลอมว่าหรงเยว่ เพียงเพราะไม่อยากเสียเวลาคิดชื่ออื่น แต่กลับกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดเช่นนี้ไปได้
อย่างใดก็ตาม ตอนที่เจียงผิงเข้ามายั่วยุ นางไม่คาดคิดเลยว่าหรงซิวจะตอบสนองเร็วกว่านางเสียอีก
เขายืนอยู่ข้างหน้านาง ร่างสูงสง่าเต็มไปด้วยความมั่นคง เป็นท่าทางที่ปกป้องและเด็ดขาด
ซั่งกวนเยว่กะพริบตาเบาๆ
นางเกิดมาพร้อมยิ่งทรนงและมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเสมอ
ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกที่มีคนปกป้องเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งสำหรับนาง
มันดูแปลกอยู่บ้าง แต่…ดูเหมือนจะไม่เลวนัก?
ที่จริงแล้วนางไม่ใช่คนที่เข้าหาคนอื่นได้ง่ายๆ
แต่นางเพิ่งรู้จักหรงซิวได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น นางกลับเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมาก จนกระทั่งเริ่มมีความรู้สึกพึ่งพาเขาอยู่ลึกๆ ซึ่งแม้แต่นางเองก็ยังไม่เข้าใจชัดเจน
เมื่อเห็นเขาออกหน้าปกป้องนาง หลังจากความประหลาดใจในตอนแรก นางกลับรู้สึกว่าไม่มีอันใดผิดแปลก จึงยอมรับอย่างง่ายดาย
แม้ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ นางยังมีอารมณ์หยอกล้อเขาได้
ถึงแม้ว่าคนรอบข้างต่างไม่เชื่อว่าหรงซิวจะเอาชนะได้ และคิดว่าการกระทำครั้งนี้จะนำภัยมาสู่ตัวเขาเอง แต่ซั่งกวนเยว่กลับไม่คิดเช่นนั้น
อาจเป็นเพราะนางเคยเห็นฝีมือของหรงซิวมาก่อน นางจึงมั่นใจในตัวเขา
แม้ว่าขั้นพลังปราณของเจียงผิงจะมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย
หรงซิวไม่ได้ตอบอันใด เพียงแต่ดวงตาที่มองนางอยู่นั้น ดูเหมือนจะลึกล้ำยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ซั่งกวนเยว่ดึงชายแขนเสื้อของเขาอีกครั้ง และพูดเสียงเบาว่า
นางรู้มาตลอดว่าหรงซิวหลบซ่อนฝีมือไว้ลึกมาก หากเขากล้าตอบรับเช่นนี้ ก็คงต้องมั่นใจในตัวเองไม่น้อย
แต่ศักยภาพของฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ เพราะอย่างใดเขาก็เป็นถึงเทพขั้นสูง…
หรงซิวมองนาง จู่ๆ ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดว่า
“แค่ดูก็พอ”
พูดจบ สายตาของเขาเคลื่อนเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปจับจ้องที่เจียงผิงอีกครั้ง
แววตาของเขาเรียบเฉยย่างมาก และพลังปราณรอบกายก็สงบนิ่งเช่นกัน
ไม่เพียงแต่เขาไม่มีท่าทีลำบากใจหรือหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งกว่า แต่ในทางกลับกันมุมปากของเขายังมีรอยยิ้มผ่อนคลาย ราวกับอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อย
เขาหัวเราะเสียงดังและพูดขึ้นว่า
“พี่ซิวจะสนับสนุนเจ้าเอง”
…
หลังจากความเงียบงันในช่วงสั้นๆ เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นในหมู่ผู้ชมทันที!
ช่างอวดดีเกินไปแล้ว!
เด็กใหม่คนนี้โอหังนัก!
ก็แค่มีพรสวรรค์โดดเด่นกว่าใคร ก็แค่เจ้าสำนักให้ความโปรดปรานมากกว่าหน่อย แต่ถึงขนาดกล้าท้าสู้กับเจียงผิงจริงๆ อย่างนั้นหรือ
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ถ้าไม่รู้มาก่อน คงคิดว่าเขากำลังจะเล่นงานเจียงผิงจนย่อยยับเสียอีก!
แต่…
กึ่งเทพคนหนึ่ง ต้องมาสู้กับเทพขั้นสูง ใครๆ ก็รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว!
ในขณะนั้นสายตาของทุกคนมองไปทางหรงซิวที่เต็มไปด้วยความสันสนอย่างมาก
บางคนรู้สึกสะใจ จนรอคอยแทบไม่ไหวอยากเห็นเด็กใหม่ที่หยิ่งผยองคนนี้ถูกสั่งสอนจนสิ้นฤทธิ์
บางคนกลับกังวลใจ กลัวว่าเจียงผิงจะลงมือหนักเกินไปจนทำให้ใบหน้าที่งดงามไม่มีใครเทียบได้ของหรงซิวต้องได้รับบาดเจ็บ
ในเสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำนั้น นางรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจของนางเหมือนถูกบางสิ่งบีบรัดเอาไว้แน่น
มีชั่วขณะหนึ่งนางเกือบคิดไปว่าหัวใจของตนหยุดเต้น
แต่ในทันใดนั้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวและรุนแรงจนครอบงำนาง
มันเต้นเป็นจังหวะ ทั้งร้อนรนและพลุ่งพล่าน
ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพลุ่งพล่านในอก จนล้นทะลักออกมา
นางยกมือขึ้นมาอย่างกะทันหัน บีบที่ติ่งหูของตัวเองเบาๆ
มันร้อน
เหมือนหรงซิวจะสังเกตเห็นอันใดบางอย่าง จึงหันหน้ามามองอีกครั้ง
นางรีบลดมือลง พร้อมทั้งเบือนสายตาหนี ไม่ยอมสบตากับเขา
นางไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ราวกับว่าบางสิ่งไม่อาจควบคุมได้
ทางด้านนั้น เจียงผิงแทบจะระเบิดด้วยความโกรธเพราะท่าทีอวดดีและไร้มารยาทของหรงซิว
เขาโมโหจนหัวเราะออกมา
“ดีล่ะ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราไปที่จัตุรัสชิงหมิง แล้วมาตัดสินกันให้รู้เรื่องไปเลย! เป็นอย่างใด”
ทุกคนต่างเงียบไปชั่วขณะ
หากไปที่จัตุรัสชิงหมิง การ “ประลองฝีมือ” ครั้งนี้อาจเปลี่ยนไป
ตามกฎที่ผ่านมาของสำนัก การต่อสู้ที่จัตุรัสชิงหมิงสามารถทำได้โดยอิสระ ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นเอาชีวิตกัน
หากพวกเขาไปที่นั้นจริงๆ เช่นนั้นหรงซิวอาจจะถูกเล่นงานจนแทบปางตาย!
แต่สีหน้าของหรงซิวยังคงนิ่งเฉย เพียงพยักหน้าเบาๆ และพูดว่า
“ตกลง”
มีคนพูดเตือนขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า
“ในเมื่อเขาตอบตกลงเองแล้ว ยังจะต้องให้คนอื่นมาแสดงความคิดเห็นอีกหรือ”
คราวนี้ไม่มีใครกล้าพูดอันใดอีก
ทุกคนต่างกลัวจะโดนเจียงผิงเอาเรื่อง
หรงซิวกลับดูเหมือนไม่ใส่ใจอันใดนัก เขาพาแม่นางที่อยู่ข้างๆ เดินตามไปด้วยท่าทางสงบนิ่งและมั่นใจ
…
เมื่อพวกเขามาถึงจัตุรัสชิงหมิง ที่นั่นมีผู้คนมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อย
ทุกคนต่างได้ยินข่าวลือและอยากจะมารอชมความสนุก
ตรงกลางลานถูกจัดพื้นที่เอาไว้อย่างกว้างขวาง เตรียมไว้สำหรับการประลองของทั้งสองคน
เจียงผิงยืนประจำตำแหน่งก่อนเป็นคนแรก มองไปยังหรงซิวที่อยู่ตรงข้าม พลางหัวเราะเสียงเย็นและพูดขึ้นว่า
ในสนามประลองคมดาบไร้ตาไม่อาจแยกมิตรหรือศัตรูได้ ศิษย์น้องหรงซิวระวังตัวด้วย”
หรงซิวเมินเฉยต่อคำพูดเหล่านั้น
ซั่งกวนเยว่จึงกระซิบถามด้วยเสียงเบาอย่างอดไม่ได้
“เอ่อ…ประลองข้ามระดับ เจ้ามั่นใจว่าจะชนะได้จริงหรือ”
หรงซิวชะงักไป ก่อนจะตอบว่า
“ใครบอกว่าข้าจะประลองกับคนที่ระดับต่างกัน?”
ซั่งกวนเยว่ชะงักไป ดวงตาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น
เมื่อคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง
หรงซิวก้าวไปข้างหน้า พลังปราณรอบตัวพุ่งสูงขึ้นทันที!
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!
เจียงผิงตะโกนออกมา “เทพขั้นสูง!?”
……………