ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 88 ตระกูลหรง .
การประลองครั้งนี้เริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน และจบลงอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ต้นจนจบหรงซิวใช้เพียงกระบวนท่าเดียว
เจียงผิงไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ จนพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายและสลบลงตรงนั้นทันที
ทุกคนไม่ทันเห็นว่าหรงซิวลงมืออย่างใด ทุกอย่างก็จบลงโดยตัดสินผลแพ้ชนะชัดเจน
ทุกคนต่างตกใจจนแข็งค้างอยู่กับที่ และไม่ได้สติเป็นเวลานาน
เดิมทีพวกเขาคิดว่าแม้หรงซิวจะเป็นเทพขั้นสูง แต่สามารถสู้ได้ในการประลองครั้งนี้
เพราะเจียงผิงก็เป็นเทพขั้นสูงเช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงอยู่ในขั้นพลังปราณเดียวกัน
แต่ตอนนี้พวกเขาเพิ่งเข้าใจว่าตนเองคิดผิดไป
ในที่สุดก็มีคนที่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างราวฟ้ากับเหวได้ แม้อยู่ในระดับพลังเดียวกันและจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
ซั่งกวนเยว่เคยเห็นฝีมือของหรงซิวมาก่อน และรู้ว่าเขาปิดบังความสามารถไว้อย่างลึกล้ำ แต่เมื่อได้เห็นฉากนี้กับตาตัวเอง นางก็ยังตกตะลึงอยู่นาน
พรสวรรค์ของนางถือว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพาะหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในทะเลทรายจันทราสีชาด นางก็ยิ่งโดดเด่นกว่าคนในรุ่นเดียวกันเป็นส่วนใหญ่
ทว่าหรงซิวแข็งแกร่งกว่านางอย่างเห็นได้ชัด!
นางเกิดความรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้นนางก้าวขึ้นไปข้างหน้า ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงดาว
“หรงซิว เจ้าสู้กับข้าหรือไม่”
แม้พวกเขาจะรู้จักกันมาสักระยะหนึ่ง แต่กลับยังไม่เคยประลองฝีมืออย่างจริงจังเลยสักครั้ง
ในใจของนางรู้สึกคันไม้คันมือ อยากประลองฝีมือขึ้นมา
ความเงียบสงัดบนจัตุรัสชิงหมิงถูกทำลายลง ทุกคนต่างหันมามองซั่งกวนเยว่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ ราวกับว่านางเสียสติไปแล้ว
เขาหัวเราะขึ้น
“ได้สิ”
เข้าตอบกลับอย่างสบายใจ ซั่งกวนเยว่ก็ดูพึงพอใจอย่างมาก
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
“ด้วยระดับพลังปราณของข้าในตอนนี้ หากประลองกับเจ้าโดยตรงย่อมไม่มีทางชนะได้แน่ ข้าควรหาใครสักคนมาซ้อมมือก่อน…”
พูดจบ นางหลือบมองไปทางหอระฆังบูรพกษัตริย์
บนกำแพงสีดำยังคงว่างเปล่า แต่นางเคยได้ยินว่ารายชื่อบนกระดานชิงอวิ๋นถูกจารึกไว้บนนี้
บนกระดานเป็นการจัดอันดับความแข็งแกร่งของนักเรียนในสำนักหลิงเซียว ซึ่งแบ่งออกเป็นสี่ประเภท
แต่ละสายการฝึกฝนมีเพียงหนึ่งร้อยอันดับแรกเท่านั้นที่จะมีชื่ออยู่บนกระดาน
นางลูบคางไปมา
“…ไม่รู้ว่าบนกระดานผู้ฝึกตนมีใครเป็นกึ่งเทพบ้าง…”
นางตั้งใจจะท้าประลองกับกึ่งเทพก่อน เพื่อดูฝีมือและเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อต้องประลองกับหรงซิว
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง แววตาของหรงซิวพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย สีหน้าดูอ่อนลงกว่าก่อนหน้านี้อยู่หลายส่วน
แต่เขาเป็นคนสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด ความรู้สึกโกรธหรือยินดีไม่เคยแสดงออกทางสีหน้า การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นนี้ จึงยากที่จะมีใครสังเกตเห็นได้
“อยากดูการประลองชิงอวิ๋น?”
เสียงทุ้มอันไพเราะดังขึ้นข้างหู
ซั่งกวนเยว่สะดุ้งตื่นจากภวังค์ และหันกลับไปด้วยความประหลาดใจ จึงพบว่าหรงซิวไม่รู้มายืนอยู่ด้านหลังนางตั้งแต่เมื่อไร เขาเงยคางขึ้นเล็กน้อยพลางจ้องมองด้วยดวงตาลึกซึ้ง
นางพยักหน้า ยิ้มตรงไปตรงมาพลางกล่าวว่า
“ถ้าอยากจะเอาชนะเจ้า ก็ต้องเตรียมตัวไว้บ้างสิ”
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา
เจียงผิงถูกหามออกไปแล้ว ตามปกติเมื่อการแข่งขันจบลง ผู้คนก็ควรจะแยกย้ายกันไป
แต่เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของหรงซิวในตอนนี้ กลับไม่มีใครออกไปแม้แต่คนเดียว
บางคนเริ่มเดาอันใดบางอย่างได้อย่างคลุมเครือ สีหน้าฉายแววตื่นเต้น แต่ก็ไม่กล้าพูดเสียงดังออกมา
แม้หรงซิวจะเป็นนักเรียนใหม่ แต่ด้วยพลังอันแข็งแกร่งและความสง่างามแฝงความหยิ่งยโสในตัว ทำให้ไม่มีใครกล้าประมาทเขาแม้แต่น้อย
หลังจากที่หรงซิวยืนนิ่งอยู่นั้น ก็หันกลับมาพูดกับซั่งกวนเยว่ว่า
“มาลองดูสิ”
ซั่งกวนเยว่คาดเดาได้ว่าเขาตั้งใจจะท้าทายกระดานชิงอวิ๋น แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะเรียกนาง ทำให้นางประหลาดใจไม่น้อย
“ข้า?”
ขณะที่เขาถาม นางก็เดินเข้าไปหาเขาแล้ว
เมื่อยืนอยู่ข้างหรงซิว นางครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางมือลงไป
อย่างไรก็ต้องทดสอบอยู่ดี
นางกลั้นหายใจ แยกชีพจรต้นกำเนิดส่วนหนึ่งออกมาแล้วส่งเข้าสู่ฝ่ามือ
หึ่ง!
ตามมาด้วยเสียงหึ่งที่ดังขึ้น บนกำแพงสีดำตรงหน้าก็พลันปรากฏแสงระยิบระยับหลากสายพุ่งขึ้นมา!
จากนั้นแสงเหล่านั้นก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นรายชื่อเรียงลำดับจากบนลงล่าง
ไม่นานนัก ชื่อที่อยู่ลำดับสุดท้ายก็เลือนหายไป ก่อนจะปรากฏชื่อใหม่ขึ้นมาแทน
…หรงซิว!
ซั่งกวนเยว่จ้องมองรายชื่อเหล่านั้น พลางกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดึงมือกลับ
หรงซิวรู้ว่านางไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอันใด
จู่ๆ พลังปราณที่ทรงพลังก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขา!
ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อเห็นชื่อที่อยู่ในอันดับสี่จากลำดับบนสุดของกระดาน…เจียงผิง…ถูกลบออกอย่างเงียบงัน และกลายเป็นชื่อของหรงซิวแทน
เขาเอาชนะเจียงผิงในการประลองชิงอวิ๋นได้ ย่อมแทนที่อันดับของเจียงผิงบนกระดานชิงอวิ๋นได้อย่างสมบูรณ์
แต่ยังไม่จบแค่นั้น
ทุกคนต่างจ้องมองชื่อนั้นพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างไร้ขีดจำกัด และข้ามสามชื่อข้างบนไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็ครองอันดับหนึ่งไว้ได้อย่างมั่นคง!
บนกระดานชิงอวิ๋นที่ส่องประกายเจิดจ้า ชื่อใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นนั้น เพียงแค่ขึ้นกระดานครั้งแรกก็ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งด้วยท่าทีอันทรงพลังและเหนือชั้นอย่างหาใครเปรียบมิได้!
หรงซิวไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้าง เพียงหันไปมองแม่นางที่อยู่ข้างกายแทน
นางกำลังจ้องมองตำแหน่งสูงสุดด้วยสายตาแน่วแน่
เขาหัวเราะเบาๆ ในน้ำเสียงที่เย็นชาดูเหมือนจะมีการหลอกล่อขึ้น
“สู้กับคนอื่นดีกว่าสู้กับข้าหรือ?”
แน่นอนว่าไม่!
ทุกคนล้วนเป็นผู้ฝึกตน ซั่งกวนเยว่ย่อมรู้ดีว่าการประลองกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้ประโยชน์อย่างมาก
ทั้งสำนักหลิงเซียว ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าหรงซิวอีกแล้ว
นางตัดสินใจในทันที
“ข้าจะประลองกับเจ้าเท่านั้น!”
สักวันหนึ่งนางจะต้องเอาชนะเขาให้ได้!
หรงซิวพยักหน้าด้วยความพอใจ
จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนลงไปมองชื่อ “หรงเยว่” ที่อยู่ด้านล่าง
“เจ้าสำนัก”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นางไม่ได้ใช้แซ่นี้ ท่านโปรดช่วยแก้ไขด้วย”
แม้จะมีระยะห่าง แต่เจ้าสำนักจะไม่ยินดีได้อย่างใด
เพียงแต่ว่า…คำขอนี้ของเขาช่างแปลกประหลาดนัก
ขณะที่ทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย ก็เห็นชื่อนั้นบนกระดานชิงอวิ๋นเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ตัวอักษร “หรง” ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงคำว่า “เยว่”
ในเมื่อเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง การลบออกก็นับว่าเหมาะสมแล้ว
ขณะที่ทุกคนรออยู่พักใหญ่ กลับไม่เห็นว่าเจ้าสำนักจะเติมแซ่ของซั่งกวนเยว่ลงไป
ความพิเศษเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีได้แค่เพียงลูกศิษย์ของเจ้าสำนักเท่านั้น
ซั่งกวนเยว่หันมามองหรงซิว พลางยิ้มอย่างอ่อนหวานและถามขึ้นว่า
“เจ้าไม่ชอบให้ข้าใช้แซ่ของเจ้าหรือ”
หรงซิวชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาเรียวยาวดั่งหงส์อันล้ำลึก ดูเหมือนมีคลื่นซัดสาดเข้ามา
เขาจึงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบนิ่ง ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความผ่อนคลายและขี้เล่น
“หากเจ้าคิดจะเป็นคนตระกูลหรง ข้ามีอีกสถานะหนึ่งที่เหมาะสมกว่า”
……………