ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1032
ฉินไป๋หลี่ตกใจมาก “ซีหลาน! ซีหลาน!”
เขารีบวิ่งตามไปด้วยความตื่นตระหนก
ลูกแก้วหลิงหลงกลิ้งไปไกลจนตกลงไปในคลอง
ฉินไป๋หลี่ร้อนใจรีบเอื้อมมือไปคว้าไว้ แต่ลูกแก้วหลิงหลงกลับลอยไปตาม
น้ำเสียแล้ว
ฉินไป๋หลี่บ้าคลั่ง เขาลุกขึ้นวิ่งออกจากจวนไปตามหาลูกแก้วหลิงหลงที่ไหล
ไปตามคลอง
เขาร้อนใจมากจนคุมสติมิได้
แต่เนื่องจากดวงตายังมิหายดีจึงมองมิชัด ทำให้เขาเดินสะดุดและชนเข้า
กับสิ่งต่าง ๆ มากมายระหว่างทาง
นั่นมิใช่เพียงลูกแก้วหลิงหลง
นั่นคือภรรยาและบุตรชายที่ตายไปแล้วของเขา!
เขายังมิสามารถมองเห็นแสงเดือนแสงตะวันได้และยังมิได้เห็นภรรยาและ
บุตรชายเลย
จะสูญเสียไปมิได้! สูญเสียไปมิได้เด็ดขาด!
ฉินไป๋หลี่วิ่งออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ แล้วมองไปตามคลองเพื่อตามหาลูก
แก้วหลิงหลง
จากนั้นก็วิ่งกะโผลกกะเผลกเข้าไปในตลาด
เนื่องจากมองมิชัดจึงชนคนไปมากมาย
แล้วบังเอิญไปชนกับอันธพาล อีกฝ่ายมีสีหน้ามิพอใจขณะผลักเขา
“ตาบอดหรืออย่างไร!”
“ขออภัย ขออภัยขอรับ” ฉินไป๋หลี่รีบขอโทษ
อีกฝ่ายมองเขาแล้วกระชากตัวเขาเข้ามา
“เฮ้ย นี่มันฉินไป๋หลี่ น้องชายของคนทรยศแผ่นดินมิใช่รึ?”
เมื่อพูดจบ ผู้คนรอบข้างต่างก็หันมามองกันเป็นตาเดียว
ฉินไป๋หลี่โกรธจัด “เจ้าว่าใครทรยศแผ่นดิน!”
อันธพาลหัวเราะเยาะ “มิใช่พี่ชายเจ้า ฉินเชียนหลี่หรอกรึ? ทรยศแผ่นดิน
ไปร่วมมือกับศัตรู โกงเงินกองทัพ ซ้ำยังจับราษฎรไปรบจนถูกชาวเผ่านอกด่าน
ฉีกเป็นชิ้น ๆ”
“พี่ชายเจ้ามิใช่คนดี เจ้าก็มิใช่คนดีเช่นกัน!”
“เงินที่ฉินเชียนหลี่โกงไป เจ้าก็มีส่วนด้วยใช่หรือไม่!”
“เอาเงินที่ได้จากเหงื่อไคลของราษฎรไป แล้วยังให้เราไปตายอีก!”
เมื่อเขาพูดจบ ผู้คนรอบข้างก็เริ่มก่นด่า “คนทรยศแผ่นดิน! ทั้งตระกูลย่อม
มิใช่คนดี!”
เมื่อได้ยินคำด่าทอและคำดูหมิ่นจากผู้คนรอบข้าง ฉินไป๋หลี่ก็ทนมิไหวอีก
ต่อไป เขาตะโกนเสียงดัง “ล้วนเป็นข่าวลือทั้งสิ้น! พี่ใหญ่ของข้ามิใช่คนทรยศ
แผ่นดิน!”
“หุบปาก!”
ฉินไป๋หลี่โกรธจัดจนก้าวเข้าไปต่อยอันธพาลสุดแรง
อีกฝ่ายถูกต่อยตนกระอักเลือดจึงบันดาลโทสะ “เจ้ากล้าต่อยข้า! คนทรยศ
แผ่นดินยังกล้าทำร้ายราษฎรอีก!”
“พวกเราเข้าไปจัดการมัน!”
อันธพาลเรียกกลุ่มคนมาล้อมฉินไป๋หลี่ไว้ทันที
ในตอนแรกฉินไป๋หลี่ก็ต่อสู้ได้ แต่เนื่องจากมีอันธพาลมาสมทบมากมาย
เสียงดังจอแจมากเกินไปเขาจึงมิสามารถทำร้ายใครได้เลยจึงถูกอันธพาลใช้ไม้
ตี
เขาถูกไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะจนเลือดไหลอาบ
แต่เขาก็ยังมิยอมล้มลง แต่ตะโกนว่า “พี่ใหญ่ของข้ามิใช่คนทรยศแผ่น
ดิน!”
สถานการณ์วุ่นวายอยู่ครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นหลี่เซียวม่านก็รีบมาเตะต่อยพวกอันธพาลออกไป
แล้วช่วยพยุงฉินไป๋หลี่วิ่งออกไป
เมื่อวิ่งมาไกลแล้ว ฉินไป๋หลี่จึงหยุด
แล้วผลักหลี่เซียวม่านออกไป
“มิต้องมาสนใจข้า!”
ฉินไป๋หลี่จะกลับไปตามหาลูกแก้วหลิงหลงต่อ
แต่หลี่เซียวม่านขวางเขาไว้ “คุณชายรอง! ท่านจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้หรือ
ยัง? บัดนี้มีข่าวลือที่มิเป็นผลดีต่อตระกูลฉิน หากท่านมิช่วยหาทางแก้ไขก็
แล้วไป แต่โปรดอย่าสร้างความวุ่นวายได้หรือไม่?”
ฉินไป๋หลี่มิแสดงอารมณ์ เขาปัดมือของนางออกอย่างเย็นชา “อย่ามาขัด
ขวางข้า ข้าจะไปตามลูกแก้วหลิงหลง”
หลี่เซียวม่านโกรธจัด “ลูกแก้วหลิงหลง ลูกแก้วหลิงหลง สิ่งของนั้นสำคัญ
ถึงเพียงนั้นเลยหรือ! บัดนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ท่านยังจะ…”
ลี่
พี่
ฉินไป๋หลี่ตะโกนด้วยความโกรธ “พี่ใหญ่สำคัญต่อเจ้าเพียงใด ลูกแก้วหลิง
หลงก็สำคัญต่อข้าเช่นนั้น!”
หลี่เซียวม่านตกตะลึง
ฉินไป๋หลี่พยายามอดกลั้นความโกรธ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้ารู้ว่าเจ้า
เป็นห่วงพี่ใหญ่ เจ้าจงไปเถิด ไปชายแดนเพื่อตามหาพี่ใหญ่ของข้า”
เพราะพี่ใหญ่สั่งเสียหลี่เซียวม่านให้เฝ้าอยู่ข้างกายเขา
ตอนนี้เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ใหญ่จึงทำให้หลี่เซียวม่านมิสามารถจาก
ไปได้ ทำให้ร้อนใจอยู่เช่นนี้
หลี่เซียวม่านกำมือแน่น “แล้วคุณชายรองเล่า ท่าน…”