ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1505
อวี๋หลินมองผู้คุ้มกันที่ติดตามลั่วชิงยวนมา แล้วตวาดด้วยความโกรธ
“พวกเจ้าถูกสตรีผู้นี้ซื้อตัวไปแล้วรึ?”
“ข้าต่างหากคือคนสกุลอวี๋! ข้าต่างหากคือเจ้าเมืองในภายภาคหน้า! พวก
เจ้าต้องฟังข้า!”
“จับตัวนางมาให้ข้า!”
ทว่าผู้คุ้มกันทุกคนในห้องกลับถือกระบี่ชี้ตรงไปยังอวี๋หลิน ไม่มีผู้ใดฟังคำ
ของเขาแม้แต่คนเดียว
อวี๋หลินโกรธมากจนชักกระบี่พุ่งเข้าใส่ลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนรีบลงมือทันที ฉวยกระบี่จากมืออวี๋หลินแล้วโยนทิ้งไปข้าง ๆ
ก่อนจะยกมือขึ้นชกเข้าที่ใบหน้าของอวี๋หลินอย่างแรง
“อุตส่าห์ให้หน้าเจ้าสองครา เจ้ากลับคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถือเอาตำแหน่ง
ว่าที่เจ้าเมืองไปข่มขู่ผู้คน เจ้ามิคู่ควรที่จะเป็นสุนัขของเจ้าเมืองเสียด้วยซ้ำ!”
ลั่วชิงยวนกล่าวแล้วก็ชกเขาซ้ำอีกครั้งอย่างแรง
อวี๋หลินพยายามต่อสู้สุดกำลัง ทว่าลั่วชิงยวนว่องไวนัก อวี๋หลินช้ากว่านาง
ครึ่งก้าวตลอด กระทั่งชายเสื้อของลั่วชิงยวนก็ยังแตะต้องมิได้
การต่อสู้ของคนทั้งสอง มีเพียงอวี๋หลินที่ถูกชกอยู่ฝ่ายเดียว
“นางสารเลว!” อวี๋หลินโกรธจัด ความแค้นเต็มอก แต่กลับระบายออกมา
มิได้ ทั้งยังถูกทำร้ายจึงยิ่งรู้สึกอัดอั้น
ลั่วชิงยวนชกอวี๋หลินอย่างหนักหน่วง ผู้คุ้มกันที่อยู่ในตรงนั้นต่างมองด้วย
ความตกตะลึง มิเคยเห็นสตรีใดต่อสู้ดุเดือดถึงเพียงนี้มาก่อน
ยิ่
นั้
ที่
ยิ่
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นคุณหนูใหญ่ตลาดมืดที่มีรูปร่างดูบอบบางยิ่งนัก
ด้วย
สุดท้ายอวี๋หลินก็ถูกชกจนหน้าตาบวมราวกับหัวหมู ลั่วชิงยวนถอนหายใจ
เฮือกใหญ่ออกมาแล้วจึงปล่อยเขาไป
“วันนี้ถือว่าเป็นบทเรียนแก่เจ้า หากกล้าก่อเรื่องในตลาดมืดอีก ข้าจะ
ทำให้เจ้าที่เดินหน้าตั้งเข้ามาต้องถูกหามออกไป!”
ลั่วชิงยวนกล่าวจบก็หันหลังเดินออกไป
เมื่อทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ผู้คุ้มกันของอวี๋หลินจึงรีบวิ่งเข้ามาในห้อง
“ท่านรอง!”
เมื่ออวี๋หลินได้รับความช่วยเหลือให้ลุกขึ้นจากพื้น เขาก็กัดฟันพูดว่า “นาง
แพศยานั่น! ข้าจะทำให้นางต้องชดใช้อย่างทุกข์ทรมาน!”
“ไป! ส่งจดหมายกลับไป! เชิญท่านแม่ทัพมาด้วยตนเอง!”
เขามิเชื่อหรอกว่าเขาจะจัดการหญิงสารเลวคนนี้มิได้!
……
ลั่วชิงยวนพาโฉวสือชีและฉีอวี้กลับไป ระหว่างทาง ฉีอวี้เล่าเรื่องราว
ทั้งหมดอย่างละเอียดชัดเจน
เขารีบอธิบาย “เขามิใช่ศัตรูข้า ข้ามิรู้จักเขาจริง ๆ!”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าเบา ๆ “ดูจากท่าทางเจ้าเล่ห์ของอวี๋หลินแล้ว เขาก็แค่
คิดจะเกี้ยวพาราสีเท่านั้น มิได้มุ่งร้ายเจ้าหรอก”
ฉีอวี้พยักหน้า แล้วกล่าวว่า “หวังว่าคราวนี้คงมินำความยุ่งยากมาให้พวก
ท่าน”
“วางใจเถิด จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
ที่
ลี่
ที่
กล่าวจบ นางก็มองไปที่โฉวสือชี “เจ้าพานางกลับไปก่อน เปลี่ยนที่พักเสีย
ไปให้ห่างจากอวี๋หลิน”
“อวี๋หลินมาที่ตลาดมืดคราวนี้คงมีจุดประสงค์อื่น ยังมิสามารถไล่เขาไปได้
พวกเจ้าควรอยู่ห่างจากเขาไปก่อน”
“ได้”
จากนั้นโฉวสือชีก็พาฉีอวี้จากไป
ลั่วชิงยวนหวังเพียงว่าอวี๋หงจะกลับมาโดยเร็ว การมาถึงของอวี๋หลินใน
คราวนี้ย่อมมีเหตุผลอื่น มิว่าจะเป็นอะไรก็ต้องให้อวี๋หงรู้
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ให้คนแอบจับตาดูอวี๋หลินต่อไป
หลายวันต่อมา อวี๋หลินก็สงบลง พักรักษาตัวอยู่ในโรงเตี๊ยม มิได้ออกไปที่
ใด
เพียงแต่ลูกน้องของเขาเข้าออกโรงเตี๊ยมบ่อยครั้ง
สองวันเต็ม ลั่วชิงยวนจึงสืบข่าวได้
“คนของอวี๋หลินกำลังสืบหากระบี่หมื่นทิศ”
“เขาคงมาเพื่อกระบี่หมื่นทิศขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกใจ “กระบี่หมื่นทิศ? กระบี่ของฝูเหมิ่ง
หรือ?”
“ใช่ขอรับ”
“ในยุทธภพมีข่าวลือว่าฝูเหมิ่งตายแล้ว มีคนขโมยกระบี่หมื่นทิศจากฝูเห
มิ่ง กำลังจะนำมาประมูลที่ตลาดมืด”
“เพียงแต่ตอนนี้มีแต่ข่าวลือ ตัวกระบี่หมื่นทิศยังมิปรากฏในลานประมูล”
นี้
วี๋
ที่
“ช่วงหลายวันนี้อวี๋หลินมิได้ออกไปที่ใด แต่ลูกน้องของเขาก็ไปสืบข่าว
กระบี่หมื่นทิศที่ลานประมูลทุกวันขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็เข้าใจ
ฝูเหมิ่งเป็นปรมาจารย์ช่างตีกระบี่แห่งยุค
เขาใช้เวลาหลายปีในการสร้างกระบี่ห้วงสวรรค์ และก่อนหน้านั้น เขาเคย
สร้างกระบี่มามากมาย
ในบรรดากระบี่ที่ฝูเหมิ่งสร้างขึ้น กระบี่หมื่นทิศอยู่ในอันดับที่หก
แม้จะมิใช่กระบี่ที่ดีที่สุดที่ฝูเหมิ่งสร้างขึ้น แต่สำหรับคนอื่นก็ถือเป็นกระบี่
ที่มีชื่อเสียงแล้ว