ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1506
เพียงแต่กระบี่ที่ฝูเหมิ่งสร้างขึ้นนั้นส่วนใหญ่เหมาะสำหรับฝูเหมิ่งเอง
ทักษะกระบี่ของเขาบรรลุถึงขั้นที่คนและกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งแล้ว
แต่เมื่อผู้อื่นถือกระบี่เล่มเดียวกัน กลับมิอาจบรรลุถึงขั้นและพลังฝีมือเช่น
นั้นได้
คาดมิถึงว่าฝูเหมิ่งตายแล้ว แต่กระบี่ของเขาจะถูกขโมยออกมาประมูล
อวี๋หลินป่าวประกาศไปทั่วว่าตนเองคือเจ้าเมืองคนใหม่ในอนาคต คงหวัง
จะอาศัยตำแหน่งนี้กดราคากระบี่หมื่นทิศไว้ล่วงหน้ากระมัง
หากเป็นเช่นนั้น นางย่อมมิอาจปล่อยให้อวี๋หลินสมปรารถนาได้
มิเช่นนั้นหนี้บุญคุณนี้จะต้องตกเป็นของตลาดมืด
จากนั้นนางก็ออกคำสั่งในทันที “ให้ลานประมูลทุกแห่งจับตาดู หากมีข่าว
คราวของกระบี่หมื่นทิศ อย่าปล่อยให้อวี๋หลินซื้อไปก่อนได้เป็นอันขาด”
“ขอรับ!”
จากนั้นก็รออีกห้าหกวัน
ในที่สุดกระบี่หมื่นทิศก็ปรากฏตัวขึ้น
เป็นไปตามคาด อวี๋หลินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รีบไปยังลานประมูล แล้ว
พาชายที่นำกระบี่มาไปยังโรงน้ำชาที่อยู่ข้าง ๆ
ขณะมองฝักกระบี่บนหลังของชายคนนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย “พี่ชาย
นี่คือกระบี่หมื่นทิศใช่หรือไม่?”
อีกฝ่ายมองเขาอย่างระแวดระวัง “ท่านต้องการสิ่งใด?”
ซื้
ตั้
“คือว่าข้าอยากซื้อมัน! ท่านตั้งราคามาได้เลย!”
“และข้าคือหลานชายของเจ้าเมือง ท่านคงรู้จักเจ้าเมืองแห่งเมืองป้านกุ่ย
ใช่หรือไม่? เขาไม่มีบุตรชายหญิง ต่อไปข้าก็จะเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองป้า
นกุ่ย”
“ให้เกียรติข้าหน่อยเถิด ขายกระบี่หมื่นทิศให้ข้า”
“แล้วต่อไปท่านจะได้รับผลประโยชน์มากมาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น อีกฝ่ายก็ลังเลแล้วกล่าวว่า “ท่านตั้งใจจะจ่ายเท่าไหร่?”
อวี๋หลินนับนิ้ว แล้วกล่าวว่า “พี่ชาย ท่านสามารถนำกระบี่หมื่นทิศมาได้ ก็
คงจะนำกระบี่เล่มอื่นมาได้เช่นกัน”
“กระบี่เล่มอื่นข้าสามารถให้ราคาสูงได้ หากมีกระบี่ห้วงสวรรค์ก็ยิ่งดี”
“ต่อไปท่านมาขายของอื่นในลานประมูล ข้าให้เงินท่านเก้าส่วน ว่า
อย่างไร?”
“ตอนนี้ทั่วทั้งตลาดมืดไม่มีใครมีคุณสมบัติเช่นนี้ ท่านเป็นคนแรก!”
อีกฝ่ายฟังแล้วก็ใจอ่อนจริง ถามว่า “ท่านรักษาคำพูดจริงหรือไม่?”
“ท่านจะเป็นเจ้าเมืองได้จริงหรือ?”
อวี๋หลินกล่าวอย่างมั่นใจ “ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว มิเช่นนั้นข้าจะกล้า
กล่าวกับท่านเช่นนี้หรือ? ท่านลองนำชื่ออวี๋หลินไปสอบถามดูสิว่าใครกล้ามิฟัง
ข้า!”
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น
“ใช่แล้ว ควรไปถามดูว่าในตลาดมืดแห่งนี้ ใครกันที่ฟังเจ้า?”
ลั่วชิงยวนเดินเข้ามาในโรงน้ำชาอย่างใจเย็น
นึ่
ข้างหลังมีผู้คุ้มกันกลุ่มหนึ่งติดตามมาด้วย
ท่าทางแต่ละคนฮึกเหิม
เมื่อเห็นนาง อวี๋หลินก็รีบลุกขึ้นยืน “เจ้า! เจ้ามาได้อย่างไร!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะอย่างเย็นชา “ยังกล้าเอาชื่อเจ้าเมืองคนใหม่ไปหลอก
ลวงผู้คนอยู่อีกหรือ? ข้าเตือนเจ้าแล้วมิใช่หรือ?”
เมื่อชายที่แบกกระบี่หมื่นทิศได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “หลอกลวง? เจ้าเป็นคน
หลอกลวงหรือ?”
อวี๋หลินรีบอธิบาย “มิใช่ ๆ พี่ชายนั่งลงก่อน”
จากนั้นเขาก็หันไปจ้องลั่วชิงยวนอย่างโกรธเคือง “ข้าคือหลานชายแท้ ๆ
ของเจ้าเมือง หากเจ้ากล้าแตะต้องข้า รอท่านอาข้ากลับมา ท่านจะมิปล่อยเจ้า
ไปแน่!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะ “เช่นนั้นเจ้าก็คิดผิดแล้ว ท่านเจ้าเมืองส่งสาส์นมา
ถึงข้า บอกให้เจ้าไปให้พ้น”
“ใครก็ได้มานี่ โยนเขาออกไป!”
ผู้คุ้มกันกรูเข้ามารุมอวี๋หลิน แล้วลากตัวเขาไป
ลั่วชิงยวนมองชายที่แบกกระบี่หมื่นทิศ “หากท่านจะนำกระบี่หมื่นทิศไป
ประมูล น่าจะขายได้ในราคาสูง”
“ตอนนี้มีผู้คนมากมายหมายตากระบี่หมื่นทิศแล้ว”
“มิต้องร่วมมือกับคนผู้นี้ เพราะเขามิอาจเป็นตัวแทนของตลาดมืดได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี๋หลินก็ตวาดอย่างเกรี้ยวกราดด้วยความร้อนใจ “เจ้าก็
แค่อยากจะแย่งกระบี่หมื่นทิศกับข้าเท่านั้นใช่หรือไม่! พี่ชาย ท่านอย่าไปฟัง
นาง!”
“เจ้าคนเลวทราม ปล่อยข้า! ตลาดมืดมิเคยมีกฎขับไล่คนออกไป เจ้าไม่มี
สิทธิ์ทำเช่นนี้!”
“ในเมื่อเจ้าอยากได้กระบี่หมื่นทิศ เช่นนั้นเราก็มาประลองกันอย่าง
ยุติธรรมเถิด!”
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของอวี๋หลิน ลั่วชิงยวนก็ยกมือขึ้นสั่งให้คนปล่อยเขา